quote feed-section sponsor-promos cf show linkedin dugout

ไฮไลท์

วีดีโอ แกลลอรี่

ไฮไลท์เต็ม แมนฯซิตี้ 4-3 สเปอร์ส

ยังมีให้ชมอีกมาก

คิว คิวของฉัน/ผม (0)
เริ่มเกมได้เพียง 4 นาที "เรือใบสีฟ้า" มาได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วจากจังหวะขึ้นเกมกลางสนามของ เควิน เดอ บรอยน์ ก่อนจ่ายบอลออกทางขวาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ลากตัดเข้ากลางปั่นโค้งด้วยขวาเสียบเสาสุดสวย แมนฯ ซิตี้ 1 สเปอร์ส 0

แต่อีกแค่ 3 นาทีต่อมา "ไก่เดือยทอง" ตามตีเสมออย่างรวดเร็วจากความผิดพลาดของ เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ เคลียร์ไม่ขาดหน้าปากประตูตัวเองบอลเข้าเท้า ซน ฮึง-มิน ซัดด้วยขวาไปติด เอแดร์ซอน โมราเอส ตุงตาข่าย แมนฯ ซิตี้ 1 สเปอร์ส 1

ร้อนแรงเหลือเกิน นาทีที่ 10 ทีมเยือนแซงขึ้นนำจากจังหวะสวนกลับของ ลูกัส มูร่า พาลุยขึ้นฝากมาให้ คริสเตียน เอริคเซ่น ถ่ายออกขวาให้ ซน ฮึง-มิน แต่งหนึ่งจังหวะก่อนปั่นด้วยขวาเสียบใต้คานแบบสุดเหลือเชื่อ

แลกกันไม่มีหยุดนาทีต่อมา "เรือใบสีฟ้า" ตามตีเจ๊าบ้างเป็น เซร์คิโอ อเกวโร่ เก็บบอลหน้าเขตโทษก่อนฝากให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา หลุดเข้ามาทางฝั่งขวา จังหวะยิงบอลไปติด แดนนี่ โรส ที่พยามยามเข้ามาบล็อคบอลเปลี่ยนทางเข้าประตูไป  แมนฯ ซิตี้ 2 สเปอร์ส 2

ประตูที่ 5 ของเกมมาในนาทีที่ 21 เป็น เจ้าถิ่น ออกนำอีกครั้งจากลูกฟรีคิกเร็วของ เควิน เดอ บรอยน์ ฝากบอลให้ แบร์นาร์โด้ ซิลวา และเป็นเจ้าตัววิ่งอ้อมหลังก่อนเปิดเลียดไปทางเสาสองให้ ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งเข้าชาร์จไม่มีเหลือ 

ช่วงท้ายครึ่งแรก "ไก่เดือยทอง" ต้องเสียโควต้าเปลี่ยนตัวก่อนหลัง มุสซ่า ซิสโซโก้ บาดเจ็บไม่สามารถเล่นต่อได้ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต้องเปลี่ยน เฟร์นานโด ยอเรนเต้ ลงมาเล่นหน้าเป้าและขยับ ซน ฮึง-มิน ออกทางริมเส้น

นาทีที่ 42 ยังคงเป็น ซน ฮึง-มิน ที่โดดเด่นเหลือเกินในเกมนี้พาบอลลากลุยก่อนได้จังหวะซัดด้วยซ้ายเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว แต่  "เรือใบสีฟ้า" ก็ไม่น้อยหน้ามีโอกาสยิงด้วยซ้ายของ เควิน เดอ บรอยน์ เช่นกัน แต่ยังไม่มีสกอร์เพิ่ม หมดครึ่งเวลาแรก แมนฯ ซิตี้ 3 สเปอร์ส 2 โดยเป็น สเปอร์ส ที่ยังกุมความได้เปรียบลูก "อเวย์โกลว์" 

ครึ่งหลังเริ่มได้ 2 นาที "เรือใบสีฟ้า" มาได้ฟรีคิกระยะอันตรายโดยเป็น ซน ฮึง-มิน ไปเหนี่ยว เควิน เดอ บรอยน์ ทำให้ดาวยิงชาวเกาหลีใต้โดนใบเหลืองและจะโดนแบนนัดหน้า และ เควิน เดอ บรอยน์ รับหน้าที่สังหารข้ามคานไปนิดเดียว

นาทีที่ 50 เจ้าถิ่น กดดันต่อเนื่องคราวนี้เป็น แบร์นาร์โด้ ซิลวา จ่ายบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ซัดโล่งๆในกรอบเขตโทษแต่บอลเบาไปเข้ามือ อูโก้ โยริส ปัดออกมาก่อนชุลมุนจนบอลออกหลังไป

3 นาทีต่อมา เป็น เซร์คิโอ อเกวโร่ พักบอลให้ เควิน เดอ บรอยน์ ได้ซัลโวระยะไม่ถึง 20 หลา บอลพุ่งแรงเกือบเสียบใต้คาน แต่ก็ยังเป็น อูโก้ โยริส ทะยานปัดออกหลังช่วยทีมไว้อีกครั้ง นาทีที่ 59 ประตูสำคัญของเจ้าถิ่นมาจนได้เป็นจังหวะขึ้นเกมตั่งแต่หน้าปากประตูตัวเองบอลมาถึง เควิน เดอ บรอยน์ ลากหลบผู้เล่น สเปอร์ส ก่อนแทงช่องให้ เซร์คิโอ อเกวโร่ ซัดเต็มข้อเข้าเสาแรกสุดงาม แมนฯ ซิตี้ 4 สเปอร์ส 2

แต่แล้วนาทีที่ 73 "ไก่เดือยทอง" ที่แทบไม่มีโอกาสสู้โดนพับสนามบุกอยู่ข้างเดียวมาได้ประตูไล่มาจากจังหวะเตะมุมของ คริสเตียน เอริคเซ่น บอลลอยมาโดน เฟร์นานโด ยอเรนเต้ เปลี่ยนทางเข้าประตูไปแต่ ผู้ตัดสินขอดู "วีเออาร์" ก่อนให้เป็นประตูของทีมเยือน แมนฯ ซิตี้ 4 สเปอร์ส 3

ดราม่า! ช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+4 "เรือใบสีฟ้า" เกือบได้ประตู ปาฏิหาริย์ จากจังหวะหลุดเข้าเขตโทษของ เซร์คิโอ อเกวโร่ ก่อนแตะเบาๆให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ดึงจังหวะหลบแนวรับสเปอร์ส ซัดด้วยซ้ายเข้าไป แต่ผู้ตัดสิน ขอดู "วีเออาร์" และตัดสินใจไม่ให้ประตูเจ้าถิ่น จบเกม แมนฯ ซิตี้ 4 สเปอร์ส 3 โดยเป็น  "ไก่เดือยทอง" ของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เป็นผู้เฮในท้ายที่สุด รวมผลสองนัด 4-4 ทะยานเข้ารอบตัดเชือกด้วยประตู "อเวย์โกลว์" เข้าไปพบกับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ในรอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ