quote feed-section sponsor-promos cf show linkedin dugout

ไฮไลท์

วีดีโอ แกลลอรี่

ไฮไลท์ประตู ซิตี้เชือดไบร์ทตัน เข้าชิงเอฟเอคัพ

ยังมีให้ชมอีกมาก

คิว คิวของฉัน/ผม (0)
เริ่มเกมมาได้แค่ 4 นาที แมนฯซิตี้ ได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 บอลวางยาวจากแดนหลังถึง เควิน เดอ บรอยน์ ทางด้านขวาก่อนห้องเครื่องชาวเบลเยียมจะครอสบอลตรงพื้นเข้าไปหน้าปากประตูให้ กาเบรียล เชซุส พุ่งโขกจมตาข่าย 

แข้งนางนวลกว่าจะหาโอกาสยิงหนแรกได้ต้องรอถึง นาที 20 เป็นจังหวะที่ ดาวี่ พร็อปเปอร์ ได้หวดด้วยขวานอกกรอบแต่บอลก็เบาหลุดกรอบออกไปแบบไม่ได้ลุ้น นาที 32 มีการกระทบกระทั่งเกิดขึ้นหลัง ไคล์ วอล์คเกอร์ กับ อลิเรซ่า ยาฮานบัคห์ช เอาหัวมาชนกันก่อนจะเกิดแอ็คชั่นตามมา ทำให้ต้องใช้ VAR ในการตัดสิน ซึ่งภาพช้าได้เห็นกันในสนามร่วมทั้งนักเตะ ก่อนที่ผู้ตัดสินจะปรึกษากับทีมงานและแจกใบเหลืองให้กับนักเตะทั้งสองราย

ทัพนางนวลได้ลุ้นอีก ในนาที 39 เป็นจังหวะที่ อ็องโธนี่ น็อคคาร์ต เลี้ยงจี้เข้าใส่แข้งเรือใบก่อนจะล็อคหลบด้วยซ้ายแต่มุมยิงนั้นน้อยไปทำให้ซัดด้วยขวาเหินคานออกไป จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกนำ ไบรท์ตัน 1-0

ครึ่งหลัง "เป๊ป กวาร์ดิโอล่า" เปลี่ยนเอา ดานิโล่ ลงไปเล่นแทน ไคล์ วอร์คเกอร์ ที่มีอาการเจ็บ ก่อนที่เจ้าตัวที่อยู่ในสนามไม่นานจะโดนรับเหลือง ในนาที 51 ถัดมานาที 64 เรือใบได้ลุ้นเม็ดที่สอง  แบร์นาโด้ ซิลวา จ่ายบอลให้ ราฮีม สเตอร์ลิง อัดด้วยขวาเต็มแรงแต่บอลยังไม่ผ่านมือ แม็ทธิว ไรอัน ปัดออกหลังไปได้

ท้ายเกม ไบรท์ตัน พยายามโหมบุกหนักหวังจะตีเสมอให้ได้ แต่ แมนฯซิตี้ ที่เน้นรับมากขึ้น ส่งทั้ง จอห์น สโตนส์ และแฟร์นานดินโญ่ ลงไปเล่นแทน เบนจามิน เมนดี้ และเควิน เดอ บรอยด์ นาที 87 ดานิโล่ เติมเกมขึ้นมาแล้วซัดไกลนอกกรอบ บอลพุ่งเฉียดคานออกไปนิดเดียว ถัดมาในช่วงทดเวลาเจ็บ นาที 90+2 "เรือใบ" พลาดโอกาสอีกครั้ง จากจังหวะโต้กลับ กาเบรียล เชซุส ลากบอลขึ้นทางขวาก่อนหยอดมาให้ ราฮีม สเตอร์ลิง ซัดด้วยซ้ายแต่บอลพุ่งไปเข้ามือ แมทธิว ไรอัน 

ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บดเอาชนะ ไบรท์ตัน หวุดหวิด 1-0 ผ่านเข้าไปเล่นในรอบชิงชนะเลิศต่อไป