quote feed-section sponsor-promos cf show linkedin dugout

ไฮไลท์

วีดีโอ แกลลอรี่

ไฮไลท์ประตู ซิตี้ 2-2 สเปอร์ส

ยังมีให้ชมอีกมาก

คิว คิวของฉัน/ผม (0)
เปิดฉากมาเป็น "เรือใบสีฟ้า" ที่โหมบุกใส่สเปอร์สอย่างหนัก นาที 7 เกือบจะได้ลุ้นก่อนเลยเมื่อ ไคล์ วอล์คเกอร์ กระชากบอลหลุดขึ้นมาทางขวาก่อนหักหลบแล้วไหลเข้ากลางให้ ราฮีม สเตอร์ลิง วิ่งมายิงบอลจะเข้าอยู่แล้วแต่ไปติดบล็อคของ ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส

นาที 20 กลายเป็นลูกทีมของ เป๊ป ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จนได้ บอลครอสยาวอย่างแม่นยำของ เควิน เดอ บรอยน์ สาดโด่งไปเสาสองให้ ราฮีม สเตอร์ลิง พุ่งมาตั้วหัวโขกบอลหนีเสาไกลเข้าไปอย่างสวยงาม ทว่าอีก 3 นาทีต่อมา "ไก่เดือยทอง" ไล่ตีเสมอได้สำเร็จ บอลสวนกลับจาก ต็องกีย์ เอ็นดอมเบเล่ แทงให้ เอริก ลาเมล่า กระชากบอลเข้าหน้ากรอบก่อนยิงด้วยซ้ายเล่นทางหนีมือ เอแดร์ซอน โมราเอส เข้าไปให้ สเปอร์ส ไล่ตามเจ๊า แมนฯซิตี้ 1-1

แมนฯซิตี้ แม้จะโดนไล่ตีเสมอแต่ยังโจมตีอย่างต่อเนื่อง จนแล้วจนรอด นาที 35 มาพลิกขึ้นนำ 2-1 อีกครั้ง บอลเริ่มจาก แบร์นาร์โด้ ซิลวา จ่ายบอลต่อให้ เควิน เดอ บรอยน์ ถึงเส้นหลังแล้วครอสบอลเร็วไปในกรอบ 6 หลาถึงจุดนัดพบให้ กุน อเกวโร่ หนีตัวประกบวิ่งมายิงด้วยขวาเปลี่ยนทางบอลเข้าไป

ท้ายครึ่งแรกนาที 43 เควิน เดอ บรอยน์ จ่ายให้ อิลคาย กุนโดกัน อัดด้วยขวาเต็มแรงบอลพุ่งหลุดกรอบไปแบบได้เสียว นาทีต่อมา โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ตะบันด้วยซ้ายนอกกรอบแต่บอลยังไม่ผ่านมือ อูโก้ โยริส จบครึ่งแรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นนำ สเปอร์ส 2-1

ครึ่งหลังทั้งสองทีมยังไม่มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่น นาที 49 แฟนบอลเรือใบสีฟ้าเกือบได้เฮอีก เมื่อ โอเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ ตั้งป้อมอัดด้วยซ้ายนอกกรอบ บอลไปแฉลบ แฮร์รี่ เคน เกือบเปลี่ยนทางบอลเข้าประตูดีที่ อูโก้ โยริส ยังเร็วพุ่งปัดบอลออกไป 

เกมรุกของ "ซิตี้" ถาโถมเข้าใส่เป็นพายุ นาที 51 บอลทำชิ่งกันสวยๆ จาก แบร์นาร์โด้ ซิลวา ให้ กุน อเกวโร่ ดีดบอลเร็วถึง  เควิน เดอ บรอยน์ ทางขวาเลี้ยงหักเข้ากลางแล้วอัดด้วยซ้ายบอลพุ่งเลียดถากเสาสองออกไปหวุดหวิด นาที 56 โปเช็ตติโน่ แก้เกมด้วยการเปลี่ยนตัวคนแรกด้วยการส่ง ลูกัส มูร่า ลงแทนแฮร์รี่ วิงค์ส และเพียงแค่ 19 วินาทีที่อยู่ในสนาม จากจังหวะเตะมุม เอริก ลาเมล่า เปิดด้วยซ้ายมาเสาแรกให้ มูร่า ที่ใช้สัมผัสแรกเช็ดบอลเสาแรกผ่านตัว เอแดร์ซอน เข้าไป ให้ "ไก่เดือยทอง" ไล่ตีเสมอเรือใบ 2-2 

เกมยังดุเดือดเข้มข้น เข้าสู่นาทีที่ 60 เรือใบสีฟ้าเกือบพลิกขึ้นนำอีกครั้งเมื่อ โรดรี้ เอร์นานเดซ ซัดไกลอย่างแรงบอลพุ่งจน อูโก้ โยริส ต้องทุบออกหลัง และจากจังหวะเตะมุมต่อเนื่อง โยริส ออกมาชกบอลไม่ดี บอลไปเข้าทาง นิโคลาส โอตาเมนดี้ กระดกบอลไปตกบนคาน 

ถัดมา นาที 62 "กุน" อเกวโร่ พลาดโอกาสทำประตูที่สองของตัวเองในเกม หลังพุ่งขวิดบอลเสาแรกบอลพุ่งไปเสาไกลจะเข้าอยู่แล้วแต่ยังโดน แดนนี่ โรส เคลียร์บอลจากเส้นออกไปได้ และเป็นแอ็คชั่นสุดท้ายของดาวยิงวัย 31 ปี ก่อน เป๊ป จะส่ง กาเบรียล เชซุส ลงมาเล่นแทนในนาที 66 ท้ายเกม นาที 85 สเปอร์ส ถอดเอา เอริก ลาเมล่า ออกแล้ว โจวานนี่ โล เซลโซ่ ดาวเตะตัวใหม่ลงประเดิมสนามเป็นเกมแรก

ช่วงทดเจ็บ นาที 90+4 กาเบรียล เชซุส ยิงบอลเข้าประตูไปแล้ว แต่ผู้ตัดสินได้รับสัญญาณ VAR ก่อนภาพช้าเผยให้เห็นจังหวะที่บอลไปถูก เอมเมอริค ลาป๊อร์กต์ ก่อนมาถึงเชซุสทำให้เป็นจังหวะผู้เล่นฝ่ายรุกทำแฮนด์บอลทำให้สกอร์ยังเสมอกันเหมือนเดิม ช่วงเวลาที่เหลือแม้เจ้าถิ่นจะพยายามบุกหนักเพื่อหวังพังประตูแซงนำให้ได้ แต่ยังไม่ผ่านแนวรรับของ สเปอร์ส ที่รับกันได้เหนียวแน่น จบเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทำได้แค่เสมอ สเปอร์ส 2-2 แบ่งแต้มกันไป