ซิตี้กลับมาแล้ว หลังจากความผิดพลาดในการพบกับเลสเตอร์...

เกิดอะไรขึ้น?

ซิตี้ ออกนำในครึ่งแรก โดยการพ่ายแพ้ต่อเลสเตอร์ ไม่มีผลต่อความมั่นใจในเกมนี้แม้แต่น้อย

เบิร์นลีย์ จัดแผนการเล่นอย่างรัดกุมในแดนของตัวเอง ส่งผลให้เบนจามิน เมนดี้, เฟอร์รัน ตอร์เรส, และริยาร์ด มาห์เรซ มีพื้นที่ค่อนข้างมากในทางด้านกราบข้างของสนาม

แต่ก็เช่นเคย เควิน เดอ บรอยน์ ที่เป็นผู้บัญชาเกมรุก สามารถสร้างสรรค์โอกาสได้อย่างมากในช่วง 45 นาทีแรกของการแข่งขัน

และในที่สุด 35 นาทีผ่านไป ประตูแรกของซิตี้ก็มาถึง

อายเมริค ลาป๊อร์กต์ เล่นบอลอย่างฉลากในบริเวณแบ็คขวาของเบิร์นลีย์ เบนจามิน เมนดี้ ผ่านบอลเข้ามาถึงสเตอร์ลิ่ง และยิงประตูเข้าไปไม่มีพลาด ในระยะเพียงแค่ 8 หลา

ทั้งตอร์เรส และ สเตอร์ลิ่ง มีโอกาสที่จะพาทีมขึ้นนำ 2-0 อยู่หลายครั้งก่อนจบครึ่งแรก แต่ก็ยิงออกนอกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

ซิตี้ใช้เวลาเพียงแค่ 4 นาทีในครึ่งหลัง เพื่อที่จะยิงประตูที่ 2 และเป็น พาลเมอร์ ที่มีส่วนสำคัญมากในประตูนี้ เขาแย่งบอลในช่วงกลางสนาม ก่อนเควิน เดอ บรอยน์จะรับหน้าที่พาบอลขึ้นหน้า ไหลบอลต่อมาให้ตอร์เรส ผ่านบอลเข้ามาถึงสเตอร์ลิ่ง จับบอลหนึ่งจังหวะ และยิงเข้าไปง่าย ๆ ที่มุมขวาของประตู

และเป็นตอร์เรส ที่ยิงประตูสุดท้ายของเกมในนาทีที่ 65 สเตอร์ลิ่งผ่านบอลมาทางด้านซ้าย มาห์เรซสะกิดต่อให้กับตอร์เรส เข้าไปยิงผ่านมือผู้รักษาประตู ให้เป็นประตู 3-0

หลังจากนั้นมีโอกาสจะทำประตูได้อีก 2-3 ครั้ง แต่ก็ไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกมด้วย 3 ประตูของซิตี้ และการไม่เสียประตู

ตอร์เรส และ พาลเมอร์ สร้างความประทับใจ

ถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาเล็กน้อยในการปรับตัวให้เข้ากับความเร็ว และความแข็งแกร่งของฟุตบอลอังกฤษ แต่เฟอร์รัน ตอร์เรส ก็สามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว

สิ่งที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง คือความเข้าในในเกมระหว่างมิดฟิลด์ชาวสเปน และ เดอ บรอยน์ ซึ่งส่ิงนี้นั้นทำให้ผู้จัดการทีมอย่าง เป๊ป กวาดิโอล่า พอใจเป็นอย่างมาก

เขาจ่ายบอลสำคัญ 2 ครั้งให้กับสเตอร์ลิ่ง ก่อนจะเป็น “3rd time lucky” ที่เป็นประตู 

โคล พาลเมอร์ ดูมีความมั่นใจ และกลมกลืน ในการเปิดตัวนัดแรก

ดาวเตะวัย 18 ปีเล่นร่วมกันได้ดีกับ เดอ บรอยน์ และทำผลงานออกมาได้อย่างเนียนตาเลยทีเดียว

อาจจะยังไม่ใช่วันนี้ ที่เด็กหนุ่มจากแมนเชสเตอร์จะยิงประตูได้ แต่ในความจริงแล้ว เขาได้แสดงออกมาให้เห็นแล้วว่าเขามีดีอย่างไรบ้าง

หมายความว่าอย่างไร?…

ซิตี้ ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ คาราบาวคัพ ซึ่งจะทำการจับสลากในวันพรุ่งนี้ ผ่านทางช่อง Sky Sports 

11 ตัวจริงของเราในเกมนี้ :

ซิตี้ : สเตฟเฟ่น, วอล์คเกอร์ (ฮาร์วูด-เบลลิส 66’), เมนดี้, ลาป๊อร์กต์, แฟร์นันดินโญ่ (c), โรดริโก้(อาเก้ 74), เดอ บรอยน์ (แบร์นาโด้ 63), พาลเมอร์, มาห์เรซ, ตอร์เรส, สเตอร์ลิ่ง

สำรอง : เอแดร์ซอน, โฟเด้น, ดีแลป, ดอยล์

 

เกมต่อไป?

ซิตี้จะต้องออกไปเยือนเอลแลนด์ โร้ด ครั้งแรกในรอบ 17 ปี ในการพบกับลีดส์ ยูไนเต็ดในพรีเมียร์ลีก (วันเสาร์ที่ 3 ตุลาคม 23:30 เวลาไทย) และเป็นเกมสุดท้ายก่อนที่จะพักเบรคทีมชาติ