ย้อนชมฟอร์มการเล่นสุดร้อนแรง ซิตี้บุกถล่มคลับบรูซ 5-1

ซิตี้ กลับมาจากความพ่ายแพ้ต่อ PSG ได้อย่างงดงาม ในเกมที่บุกมาเอาชนะ คลับ บรูซ ไปอย่างท่วมท้น 5-1

โดยที่สกอร์นี้ เท่ากับประตูที่เราเคยทำได้ในเกมเยือนแชมเปี้ยนส์ลีก ที่ซิตี้เอาชนะทั้งบาเซิ่ล และเฟเยนูร์ด 4-0 ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี 

เจา กันเซโล่ ยิงเปิดหัว ก่อนที่ริยาด มาห์เรซ จะซัดจุดโทษ บวกเพิ่มเป็นประตูที่สองก่อนพักครึ่งแรก

ไคล์ วอล์คเกอร์ และโคล พาลเมอร์ บวกเพิ่มกันอีกคนละประตูในครึ่งหลัง ขณะที่คลับ บรูซ ตีไข่แตกได้จากฮานส์ วานาเค่น 

ริยาด มาห์เรซ มากดประตูที่สองของตัวเอง เป็นประตูปิดท้าย ช่วยให้ซิตี้บุกมาถล่มไปแบบท่วมท้น 5-1 เก็บ 3 คะแนนตีตื้นขึ้นไปในตารางคะแนนกลุ่ม A ได้สำเร็จ

เกิดอะไรขึ้นบ้าง?

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า บอสใหญ่ แมนฯ ซิตี้ พาทีมไล่ทุบ เบิร์นลี่ย์ ในเกมลีกมา 2-0 ส่วนในฟุตบอลถ้วยยุโรปเราออกไปพ่าย เปแอสเช มา 0-2 ทำให้ตอนนี้หล่นมาอยู่อันดับที่ 3 

ในช่วงต้นนั้นซิตี้ มีโอกาสลุ้นประตูมากมายแต่ยังไม่เป็นผล 9 นาทีผ่าน “เรือใบสีฟ้า” ทักทายก่อนจากบอลยาวทิ้งออกซ้ายให้ แจ็ค กรีลิช สอดขึ้นมาเบียด คลินตัน มาต้า ร่วงลงไปก่อนยกข้ามหัว ซิมง มิโญเล่ต์ ตุงตาข่ายเสียดาย ผู้ตัดสิน มองว่าเป็นการฟาล์ว

ต่อมานาทีที่ 12 จากฟรีคิกกลางสนามหยอดเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้ โรดรี้ ขยับมาตบย้อนไปเสาไกลเข้าทาง อายเมอริค ลาปอร์กต์ ชาร์จเข้าไปไม่เหลือแต่ก็ยังโดน วีเออาร์ ริบสกอร์เนื่องจากล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

ต่อมาซิตี้ พลาดโอกาสทองเมื่อ ฟิล โฟเด้น แหวกขึ้นมาแทงบอลเข้าเขตโทษฝั่งซ้ายให้กับ แบร์นาโด้ ซิลวา ขยับมาตบเข้าในถึง เควิน เดอ บรอยน์ ตั้งป้อมซัดด้วยขวา บอลยังไปตรงตัว ซิมง มิโญเล่ต์ 

เกมเข้าสู่ช่วงครึ่งชม.แรก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทะยานออกนำ 1-0 จนได้ ฟิล โฟเด้น เก็บบอลกลางสนามก่อนทิ้งออกซ้ายให้ เจา กันเซโล่ หลุดกับดักล้ำหน้าสอดเข้าเขตโทษพักอก และได้ช่องดีดลอดขา ซิมง มิโญเล่ต์ ไปแบบเหนือชั้น

จากนั้นซิตี้มาทิ้งห่างเป็น 2-0 จากความผิดพลาดของ สแตนลี่ย์ เอ็นโซกี้ เข้าบอลช้าไปเสียบข้อเท้า ริยาด มาห์เรซ ร่วงในเขตโทษ ผู้ตัดสิน เป่าให้จุดโทษทันทีและเป็น มาห์เรซ ลุกขึ้นมาสังหารไม่พลาด หมดครึ่งเวลาแรก คลับ บรูช 0 แมนฯ ซิตี้ 2

CITY+ | SIGN UP TO ACCESS EXCLUSIVE CONTENT

กลับมาเตะครึ่งหลัง ในนาทีที่ 53 ซิตี้ขยับเพิ่มเป็น 3-0 จากจังหวะจ่ายบอลสุดเหนือชั้นของ เควิน เดอ บรอยน์ แตะเข้าเขตโทษให้ ไคล์ วอล์คเกอร์ สอดขึ้นมาหักข้อด้วยขวาผ่านมือ ซิมง มิโญเล่ต์ เสียบโคนเสาไกลเข้าไป

เข้าสู่ช่วง 1 ชม.เต็มของเกม โคล พาลเมอร์ ที่ได้เปลี่ยนตัวลงมาก่อนหน้านั้นเพียง 2 นาที ได้จังหวะซัด จากที่ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กระชากขึ้นมาทางซ้ายก่อนตบย้อนเข้าในให้เจ้าตัว แตะเข้าเขตโทษเอียงตัวปั่นด้วยซ้ายผ่านมือ ซิมง มิโญเล่ต์ ซุกก้นตาข่ายอย่างสวยงาม เป็นประตูแรกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ของเจ้าตัว

70 นาทีผ่าน “เรือใบสีฟ้า” โหมบุกอยู่ข้างเดียวคราวนี้ โคล พาลเมอร์ แทงบอลคืนให้ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ซัดด้วยซ้ายกระดอนพื้นผ่านหน้าประตูหลุดออกหลัง ส่วนทาง คลับ บรูซ ยังไม่ได้ยิงแม้แต่ครั้งเดียว

จนมาในนาทีที่ 81 เจ้าถิ่น ตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-4 จากบอลทางขวาครอสเข้าเขตโทษแฉลบมาเข้าทาง ฮานส์ วานาเค่น โฉบมาตั้งเท้าแปด้วยขวาผ่านมือ เอแดร์ซอน เข้าประตูไป

แต่แล้วอีกเพียงแค่ 3 นาทีถัดมา ซิตี้ก็มาได้ประตูปิดกล่องเป็น 5-1 คราวนี้เป็น แฟร์นันดินโญ่ ทิ้งบอลยาวให้ ริยาด มาห์เรซ หลุดกับดักล้ำหน้าสอดขึ้นมาซัดแสกหน้า ซิมง มิโญเล่ต์ เข้าไป ผู้ตัดสินเช็ควีเออาร์ ก่อนยืนยันให้เป็นประตู หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บุกมาเอาชนะคลับ บรูซ ไปด้วยสกอร์ 5-1