มาดูกันเลย 5 อย่างที่ต้องระวังหนักในบ่ายวันอาทิตย์นี้…
ตูเร่ ปะทะ มาทิช…
ศูนย์ถ่วงทั้งสองฝั่งเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับซิตี้ที่จะมีโอกาสชนะในวันอาทิตย์นี้ และผู้จัดการเน้นหนักมากว่าสำคัญยิ่งสำหรับทีมที่ต้องเล่นร่วมใจเป็นทีมมากกว่าเล่นแยกเป็น2ส่วน
กองหลังช่วยกันเป็นทีมและศูนย์หน้าโจมตีร่วมมือเข้าขากันสำคัญมากในการดวลปะทะทีมคุณภาพอย่างเชลซี และที่ผ่านมาการสู้รบของมิดฟิลด์นับว่าสำคัญยิ่งที่ทำให้ทั้งสองทีมเจ๊ากันไป 1-1 ที่เอทิฮัดในฤดูกาล 2014/15
ในเกมนั้นที่เอทิฮัด, เนมันจา มาทิช มีอิทธิพลเล่นแกร่งต่อต้านเฟอร์นันดิโน่และยาย่าอยู่ในกรอบได้ และทำให้ทั้งคู่ต้องช่วยกันเล่นวงกว้างออกไปจดขอบสนามเพื่อสกัดกั้นอันตรายจากนักเตะแห่งปี เอเดน ฮาซาร์ด
ครั้งนี้, ใครๆอาจคาวดว่าซิตี้จะใช้กลยุทธ์ทุ่ม 3 ตัวไว้ตรงกลางเพื่อคุมเกมได้มากขึ้นและ, ยาย่าดูว่าอยู่ในฟอร์มเด็ดพร้อมสู้โลกเต็มคราบตามที่โชว์ลายไว้ที่เดอะฮอว์ธอร์น, ซิตี้ดูเหมือนจะต้องทำสงครามใหญ่กับมาทิช
อย่างไรก็ตาม, ง่ายเกินไปถ้าคิดว่านี่เป็นเกมที่ดวลสงครามกันระหว่างแค่ 2 ดาวเตะ...
พูดถึง นาวาส กับ สเตอร์ลิง, เจ้าบ้านมี 2 ดาวปีกที่ฝึกจนแกร่งกล้าที่จะวิ่งไปช่วยทัพหลังได้ด้วย, ตอนนี้คุณคาดได้ว่าทีมของเพลเลกรินี่มีศูนย์ถ่วงกำลังดีรอบจัดพอมีโอกาสที่จะสู้ให้ชนะได้
ประวัติเร็วๆนี้ที่ทีมเยือนเล่นเจ๋งกว่า …
น้ำหนักของสถิติพรี-แมตซ์เรื่องราวในอดึตที่ดวลกับทีมเชลซีของโจเซ่ มูรินโญ่
ซิตี้ไม่เคยชนะทีมชาวลอนดอนไม่ว่าในรายการใดๆได้เลยตั้งแต่ปี 2014 ในการปะทะกันรายการเอฟเอคัพและ เคยชนะลีกสุดท้ายในเดือนกุมภาพันธ์ 2013
โจเซ่ มูรินโญ่ ได้ชนะมานูเอล เพลเลกรินี่ไป 7 ครั้งจากการดวลกันไป 12 เกม(เสมอ3) และยังมีแมตซ์เดือนสิงหาคมนี้อยู่ในข่ายพิจารณา ...
เชลซีมีประวัติเล่นได้แกร่งกล้าตั้งแต่เริ่มฤดูกาลและไม่ได้แพ้เกมใดเลยใน 8 เดือนของปีที่แข่งไป 28 ครั้ง(ชนะ23 เสมอ5)– เป็นสถิติเล่นครองไว้อย่างสม่ำเสมอย้อนไปตั้งแต่ปี 2006
รวมทั้งหมดแล้ว, ซิตี้เคยชนะเพียง 2 ครั้งจากการปะทะแข้ง 9 ครั้งกับเชลซีในพรีเมียร์ลีก (เสมอ3 แพ้4)
ยังไม่ได้ตัดสิน…
เกมนี้เป็นเพียง 1 ใน 37 เกมที่เหลือต้องเตะกันต่อ, ยังเร็วเกินไปที่จะพูดกันว่าใครจะเป็นแชมป์ตั้งแต่ตอนต้นฤดูกาลเช่นนี้
แต่ถึงกระนั้น, อาจเป็นสิ่งสำคัญที่ส่งผลดีทางจิตใจให้กับซิตี้ถ้าเอาชนะเกมนี้ได้ในสุดสัปดาห์นี้ เพราะจะทำให้ทีมของมานูเอลเก็บรวมได้ถึง 5 แต้มได้เปรียบเหนือทีมแชมป์ปัจจุบัน
ฤดูกาลที่แล้ว, ซิตี้ส่วนมากจะต้องวิ่งไล่ตามทีมเชลซี ถึงแม้ว่าจะไต่เต้าขึ้นมาเสมอกันได้ตอนเริ่มต้นปีใหม่ก็ตาม, เป็นความรู้สึกทางจิตใจที่แตกต่างไปเมื่อเป็นทีมที่คุมเกมอยู่สำหรับอนาคตของทีม
มีอีกหลายแมตซ์ที่จะต้องดวลกับเอเวอร์ตันและวัตฟอร์ดตามติดมาอีกก่อนที่จะได้หยุดพักพรีเมียร์ลีกครั้งแรกของฤดูกาลสำหรับเล่นอินเตอร์เนชั่นแนล, แมตซ์นี้เป็นโอกาสดีที่จะได้แต้มสูงกว่าแชมป์ศัตรูของเรา
แต่อย่าเพิ่งตัดสินด้วยเกมนี้!
โคปา อเมริกา 4 สิงห์…
4 ดาวเตะของซิตี้ที่เดินทางไปชิลีเตะให้กับโคปา อเมริกาทัวร์นาเมนท์ในฤดูร้อน, มีเพียงพาโบล ซาบาเลต้าที่ไม่ได้ลงเตะปะทะกับเวสต์บรอม
เพราะเขาพักเล่น, บาคารี่ ซันย่า ได้ลงเตะแทนที่ถือว่าเป็นการเล่นเยี่ยมที่สุดของเขาในเสื้อสีฟ้านับจนบัดนี้, ถึงกระนั้น, พาโบล (นอกเหนือจากได้ใบแดงฤดูกาลที่แล้ว) มีประวัติดีที่เคยเล่นปะทะเชลซี, จึงน่าสนใจที่จะได้ดูกันว่าปีกขวาคนไหนจะได้ลงเตะ
หนึ่งในการโชว์ฟอร์มเตะดีที่สุดของ เอเลียคิม มันกาล่า สำหรับซิตี้คือในรายการเดียวกันนี้ของปีที่แล้ว แต่หนุ่มน้อยจะได้ลงเตะหรือไม่เพราะมาร์ติน เดมิเชลิสกลับมาแล้ว?
ศูนย์หน้า,คุน อาเควโร่ ได้บอกกับเราเมื่อวานนี้ว่า เขาจะไม่เสี่ยงกลับมาลงเตะรวดเร็วเกินไป และวิลฟรีด โบนี้ได้เล่นสุดเยี่ยมแทนในตำแหน่งศูนย์หน้าปะทะกับเดอะแบ็กกี้ส์, นี่ทำให้ผู้จัดการต้องตัดสินใจกับปัญหาการเลือกในเช้าวันอาทิตย์นี้
เล่นแทนคอร์ทัวส์ …
ธิโบท์ คอร์ทัวส์ อุธรณ์สู้กรณีถูกพักเล่น 3 เกมเมื่อเขาถูกทำโทษฟาวล์ที่เขาชน บาเฟทิมบี้ โกมิสในวันเปิดเกมแรกโดยการอุธรณ์ถูกปฏิเสธ แต่ทีมเยือนก็มีนายทวารประสบการณ์สูงมาใช้เล่นทดแทนเขาได้
แอสเมียร์ เบโกวิค ไม่ได้เป็นคนแปลกหน้าที่เอทิฮัด สเตเดี้ยมเลยเพราะเคยเล่นที่นี่มาหลายครั้งแล้วตอนที่เขาอยู่กับสโต๊ก ซิตี้รวม 5 ปี
จริงๆแล้ว, นายประตูบอสเนียนี้กลายเป็น1ใน2จอมทวารที่ไม่ยอมให้ใครยิงประตูได้เลยที่เอทิฮัดในการดวล 71 เกมของฤดูกาลที่แล้ว แมตซ์นั่นเกิดเมื่อสโต๊ก-เดอะพ็อตเตอร์ส์มาเยือนคว่ำซิตี้ตายคารังเป็นครั้งแรกนับแต่ปี 1997
เขาเสียประตูกันไม่ได้ไปเพียง1ลูกที่เอทิฮัดในการแข่งขันหนึ่งเกมก่อนหน้าเกมนั้น, ดังนั้นเชลซีไม่ได้อ่อนกำลังไปมากสำหรับการที่นายทวารมือแรกถูกระงับไม่ได้เล่น