เอดินเข้าร่วมทีมกับซิตี้ในเดือนมกราคม 2011 และได้ร่วมลงเตะถึง 189 แมตซ์ให้กับเดอะบลูส์ตลอด 4ปีครึ่งที่ร่วมอยู่ในทีมนี้

เขายิงประตูสำคัญๆหลายลูกให้กับคลับ ลูกที่ยิงได้ตอนท้ายเกมที่ทำให้เสมอกับการไปเยือนน็อตติ้งแฮม เค้าน์ตี้ในรายการเอฟเอคัพทำให้ทีมของโรแบร์โต้ แมนชินี่เข้าไปชิงชนะเลิศที่ได้ดวลกันจบลงโดยซิตี้ชนะสโต๊กได้ 1-0, เป็นการสิ้นสุด 35 ปีแห่งการรอคอยของเดอะบลูส์ที่ได้คว้าถ้วยแชมป์มาครอง

เขาสามารถซัลโวประตูได้ 6 เม็ดในครึ่งแรกของฤดูกาลนั้นให้กับซิตี้, แต่เขาได้ทุ่มเทเล่นอย่างสุดฝีกัดในฤดูกาล 2011/12 ของการแข่งขันพรีเมียร์ลีกที่นับว่าใหญ่ยิ่ง, ด้วยการซัดประตูเข้าถึง 19 โกลในการลงเตะ 42 เกม– แต่ไม่มีอะไรสำคัญมากไปกว่าตอนเขายิงประตูได้ในช่วงต่อเวลาบาดเจ็บที่ทำให้ทีมเสมอกับคิวพีอาร์ จึงเป็นจุดน่าทึงสำคัญที่สุดที่ทำให้เดอะบลูส์คว้าชัยชนะครองแชมป์ได้ในวินาทีเฉียดตาย

dezko vid pic

ก่อนหน้าฤดูกาลนั้นเขาได้ซัลโวที่นับเป็นหนึ่งในแฮททริคดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของเดอะบลูส์ยุคโมเดิร์น โดยมีการยิงสลุตมากถึง 4 โกลในแมตซ์เยือนสเปอร์ส์ที่บางทีแมตซ์นี้นับเป็นปฏิบัติการเยี่ยมที่สุดของเขาที่ใส่เสื้อซิตึ้เล่น

Edin Dzeko celebrates

เขายังได้ยิงเข้าตาข่ายอีก 2 เม็ดในช่วงต่อเวลาเมื่อชนะ 6-1 คว่ำจมแมนฯ ยูไนเต็ดไปที่โอลด์แทร็ฟฟอร์ด และยังเป็นตัวช่วยแอสซิสอีกด้วย– เรื่องทั้งหมดนี้รวมระยะเวลาเพียงแค่ 20 นาที!

ทีมไม่ได้ครองถ้วยในปี 2012/13, แต่เอดินยังคงเล่นเด็ดดวงโดยยิงประตูได้ประทับใจได้เป็นถุงถึง 15 โกลจากลงเตะ 32 แมตซ์ และเล่นได้ตามเป้าหมายด้วยการยิงประตูเข้าตามเป้าตั้งใจไว้ในการไปเยือนรีล มาดริดโดยซิตี้ดูเหมือนจะชนะโด่งดังที่เบอร์นาแบว

Edin And Micah

มันเป็นฤดูกาล 2013/14 เมื่อหนุ่มบอสเนียนี้ฉายแสงเด่นจรัสกว่าที่เคย โดยที่เซอร์จิโอ้ อาเควโร่ได้รับบาดเจ็บนานมากในการแข่งขัน, เซโก้จึงได้ลงเตะแต่เริ่มเกมเป็นประจำให้กับเดอะบลูส์และหลายโกลมีความสำคัญมากจากการที่เขายิงได้ในระหว่างการแข่งขันแย่งชิงแชมป์เคร่งเครียดกับลิเวอร์พูล เพราะมันทำให้ช่วยซิตี้ได้คว้าแชมป์ชนะไปเพียงนิดเดียว

การซัลโวได้ของเอดินตั้งแต่ต้นเริ่มเกมที่ไปเยือนคริสตัล พาเลซ ที่ทำให้เป็นสิ่งสำคัญในการชนะ 2-0 และอีก 2 ลูกที่เขาซัลโวเอาชนะเอเวอร์ตันได้แน่นอน 3-2 ซึ่งทำให้ทีมของเบร็นดัน ร๊อดเจอร์ต้องเครียดจัด

และเมื่อมีการผิดพลาดของทีมเมอร์ซีย์ไซด์, ก็เป็น เซโก้ อีกครั้งที่แกะห่วงชนักแน่นออกในการปะทะกับแอสตัน วิลล่าที่มีกองหลังแน่นหนาสุดๆป้องกันคงนานถึง1ชั่วโมงโดยที่มีฝนตกหนักที่เอทิฮัดตลอดจนซิตี้ชนะ 4-0 ก่อนที่จะเดินหน้าไปชนะครองแชมป์ได้ในวันสุดท้ายที่ดวลปะทะกับเวสต์แฮม

การแข่งขันในปี 2014/15 กระตุกกระตักเพราะเขาได้รับบาดเจ็บและต้องงดเตะแต่เริ่มแรกไปหลายครั้งโดยเหลือลงเตะเพียง 19 ครั้งรวมทั้งหมดในทุกการแข่งขัน, เขายิงประตูได้เพียง 6 เม็ด– ลูกสุดท้ายคือแมตซ์ไปเยือนลิเวอร์พูลในเดือนมีนาคม

โกลที่เขายิงในแมตซ์มิตรภาพแพ้ที่ไป 4-2 ให้กับสตุทท์การ์ทจัดว่าเป็นลูกสุดท้ายที่เขายิงให้กับคลับ, รวมสถิติของเขาคือ 72 โกลจากการลงเตะแต่เริ่มแมตซ์ 117 ครั้งที่นับว่าเทียบเคียงบ่าได้กับดาวซัลโวอื่นๆในยูโรเปี้ยนฟุตบอล

เขาเป็นนักเตะคนโปรดจัดของหมู่แฟนๆซิตี้พร้อมกับมีแรงสนับสนุนแน่นหนาจากชาวบอสเนียที่ยกย่องเขามากๆ, ชื่อเขา ‘เดอะ ไดม่อน-The Diamond’ ฉายแสงแจ่มจรัสตลอดระยะเวลาที่ร่วมทีมกับเดอะบลูส์ และจะเป็นที่รักอยู่ในความทรงจำที่เล่นในตำแหน่งสำคัญมากให้กับซิตี้ตลอด5ปีแห่งความรุ่งโรจน์ที่ผ่านมา

ทุกๆคนที่คลับขอส่งความปรารถนาดีให้กับ เอดิน ขอให้ได้รับสิ่งดีที่สุดสำหรับอนาคตและขอบคุณที่เขาได้ทำงานเยี่ยมพิเศษสุดให้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้