เราได้รวบรวมห้าสิ่งที่แฟนๆ สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ควรภูมิใจและเชิดหน้าชูตาได้…
ที่สุดแห่งความภูมิใจ
การชนะต่อเนื่องหกนัดในพรีเมียร์ โดยมีฟอร์มที่โดดเด่นของนายทวารมือกาว โจ ฮาร์ท โดยเขาได้สกัดลูกโทษของลีโอเนล เมซซี่ ในแชมป์เปี้ยน ลีก แม้ซิตี้จะแพ้ 1-0 แต่โมเมนต์สกัดบอลสุดอันตรายนั้นยังคงติดตราตรึงใจของชาวซิตี้เซ่นทั่วโลก และคงรวมถึงความช้ำใจของแฟนๆบาร์เซโลน่า
เปิดตัวอัฒจันทร์ทางใต้
โฮมเกมแรก พรีเมียร์ ลีก ของซิตี้ฤดูกาล 2015/16 การขยายพื้นที่ของเซาท์สแตนด์ได้เสร็จสิ้นลงทำให้เอทิฮัด สเตเดี้ยม รองรับผู้ชมได้มากกว่า 55,000 ความสูงที่เพิ่มขึ้นทำให้ได้ยินเสียงเชียร์ของแฟนๆ มากขึ้น ทีมได้ต้อนรับการมาเยือนของแชมป์ลีกเชลซีได้อย่างงดงาม
เคเลชิโด่งดังชั่วข้ามคืน
การลงสนามในนาทีที่ 89 ของเคเลชิ อิเฮียนาโช ได้สร้างความแตกต่างให้ทันทีในนัดที่ซิตี้ปะทะคริสตัล พาเลซ นักเตะวัยรุ่นชาวไนจีเรียได้ทำประตูในช่วงท้ายและทำให้เรือใบแล่นไปในเส้นทางที่ไม่เคยแพ้ใคร ความกระหายในการทำประตูของเขาได้เป็นขุมพลังขับเคลื่อนทัพเรือ ต่อจากนัดดังกล่าว เขาก็ทำได้อีกสามประตู และหวังว่าจะยิงได้อีกมากในปี 2016!
เดอ บรอยน์ ฟอร์มดีไม่มีตก
ซีซั่นนี้ ดูเหมือนเรือใบสีฟ้าจะชื่นชอบการลั่นไกก่อนหมดเวลาเสียเหลือเกิน จุดพลิกผันเกิดขึ้นในแชมป์เปี้ยน ลีก กลุ่มดี เมื่อเควิน เดอ บรอยน์ ได้เจาะตาข่ายในนาทีที่ 91 ซึ่งเป็นประตูที่ห้าของเขาจากการเล่นเจ็ดนัด ตั้งแต่เขาย้ายมาลงเรือลำนี้ในช่วงซัมเมอร์ เขาก็กลายเป็นขวัญใจชาวซิตี้เซ่นตั้งแต่บัดนั้น
แชมป์กลุ่มมัจจุราช
ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่เมื่อซิตี้เข้ารอบสิบหกทีมสุดท้ายในแชมป์เปี้ยน ลีก ด้วยตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มดี และไม่ต้องเจอกับบาร์เซโลน่า คู่ปรับในรอบต่อไปด้วย โดยคู่ต่อสู้หน้าใหม่คือดินาโม เคียฟ การครองแชมป์ของซิตี้เกิดขึ้นได้จากสองทาง ทางแรกคือจัดการกับข้าศึกด้วยตัวเอง กับอีกทางเซบีย่าได้เอาชนะยูเวนตุสมาได้ จะว่าซิตี้มาด้วยดวงก็คงไม่ใช่ หากไร้ฝีมือ ซิตี้จะได้ครองแชมป์กลุ่มมัจจุราชได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้นักวิจารณ์ทั่วโลกต้องกุมขมับ กลืนน้ำลายตัวเองเพราะเคยวิพากษ์วิจารณ์ทัพเปเยกรินี่ว่าคงไม่แคล้วร่วงจากการสอยดวงดาวในรอบกลุ่ม
ถึงตาคุณบ้างล่ะ @Arsenal! #UCLdraw pic.twitter.com/ojx5obbkX7
— Manchester City FC (@MCFC) December 14, 2015