มิดฟิลด์ชาวเบลเยียมโชว์ฟอร์มกระฉูดอีกครั้ง หลังเจ้าตัวพึ่งเซ็นสัญญาฉบับใหม่อยู่กับทีมไปอีก 5 ปี โดยเกมดังกล่าวเดอบรอยน์ซัดประตูชัยนาทีสุดท้าย ช่วยให้ทีมผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปด้วยสกอร์รวม 5-3
โดยแมนฯซิตี้ จะต้องเข้าไปพบคู่ชิงระหว่าง อาร์เซน่อล หรือเชลซี ที่จะแข่งนัดที่สองกันในค่ำคืนนี้ โดยเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา ซิตี้ได้ประตูขึ้นนำ 2-0 จากลีรอย ซาเน่ และเซอร์กิโอ อเกวโร่ ก่อนที่เจ้าถิ่นจะมาทำสองประตูรวด ตีเสมอได้สำเร็จ
อย่างไรก็ตามช่วงทดเวลาบาดเจ็บในครึ่งหลัง เดอบรอยน์ ก็มาสวมบทฮีโร่พังประตูชัยให้ทีมในนาทีที่ 95 ได้สำเร็จ
“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่เกมนี้มันออกมายอดเยี่ยมสุดๆ”เควินกล่าว “เราไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ และเราคู่ควรกับการผ่านเข้าไปลุยในเวมบลีย์”
“พวกเขา(บริสตอล)มีโอกาสสองครั้งจากลูกโยนยาว และมันก็เป็นความผิดพลาดของเราที่เสียสองประตูนั้น”
“แต่แล้วเราก็ทำได้ดีมากๆ ฉวยโอกาสทำได้ในช่วงนาทีสุดท้าย จริงๆเราน่าจะชนะซักสามหรือสี่ประตูด้วยซ้ำ”
ทั้งนี้เดอบรอยน์ เคยได้รับบาดเจ็บจนพลาดลงช่วยทีม ในปีที่ซิตี้ได้แชมป์ถ้วยนี้เมื่อปี 2016 แต่เจ้าตัวกล่าวว่าความสำเร็จโดยรวมของทีมย่อมสำคัญกว่ายกย่องฟอร์มของตัวบุคคล
“ผมมีความสุขมากกับชัยชนะในครั้งนี้ ผมมีความสุขที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีม ช่วงเวลาที่เหลือก่อนเข้าชิงหากผมเกิดอาการบาดเจ็บขึ้นมาจนพลาดลงสนามอีก ยังไงผมก็ขอให้สุดท้ายแล้ว ผลที่ออกมาคือเราคว้าแชมป์เหมือนเมื่อ 2 ปีก่อนแล้วกัน”