quote feed-section sponsor-promos cf show linkedin dugout

ข่าวทีมชุดใหญ่

วีดีโอ 1 แกลลอรี่

สรุปผลงานแข้งซิตี้ในฟุตบอลโลก

จอห์น สโตนส์,แวงซอง กอมปานี,ฟาเบียน เดลฟ์,ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และเควิน เดอบรอยน์ ยืนคุยกันอย่างเป็นกันเองในฐานะแข้งซิตี้ที่ไปรับใช้ทีมชาติในภารกิจฟุตบอลโลก 2018

จอห์น สโตนส์,แวงซอง กอมปานี,ฟาเบียน เดลฟ์,ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และเควิน เดอบรอยน์ ยืนคุยกันอย่างเป็นกันเองในฐานะแข้งซิตี้ที่ไปรับใช้ทีมชาติในภารกิจฟุตบอลโลก 2018

5 ข้อต่อไปนี้ คือการรวบรวมเอาผลงานของนักเตะซิตี้ ที่รับใช้ทีมชาติในภารกิจฟุตบอลโลก 2018 มาดูกันว่ามีโมเมนต์ใดๆให้ได้จดจำกันบ้าง

1.แข้งทัพสิงโตคำรามของซิตี้

อังกฤษท้าทายเสียงวิพากวิจารณ์ทั้งหมดด้วยการผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศพร้อมคว้าอันดับ 4 มาครองในทัวร์นาเมนต์นี้ และ 4 แข้งคนสำคัยของซิตี้อย่างราฮีม สเตอร์ลิ่ง,จอห์น สโตนส์,ไคล์ วอล์คเกอร์ และฟาเบียน เดลฟ์ ทั้งหมดล้วนมีส่วนช่วยให้อังกฤษมาได้ไกลถึงขนาดนี้ 



สโตนส์ วอล์คเกอร์ และสเตอร์ลิ่ง ต่างเป็นตัวหลักของเซาท์เกธมาตั้งแต่รอบคัดเลือก ซึ่งทั้งคนก็สร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมบนทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยเฉพาะ จอห์น สโตนส์ ที่ดูแลเกมรับหลังบ้านอังกฤษได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังทำได้ 2 ประตูในนัดที่ถล่มปานามา 6-1 



สเตอร์ลิ่งอาจจะไม่มีประตูในครั้งนี้ แต่ถ้วยความเร็วและความขยัน ทำให้เขาสร้างโอกาสให้เพื่อนได้หลายต่อหลายครั้งและได้รับการยกย่องจากแฟนๆ วอล์คเกอร์อาจจะไม่คุ้นเคยกำตำแหน่งเซ็นเตอร์เสียเท่าไหร่ทางด้านขวา แต่เขาก็ทำได้ดีทั้งเกมรับและรุกในการรับใช้ทีมชาติหนนี้



ขณะที่เดลฟ์มีเรื่องราวที่ดีทั้งในและนอกสนาม โดยเป็นที่รู้กันว่าเจ้าตัวเป็นผู้นำคนหนึ่งในหมู่นักเตะในแคมป์ของเซาท์เกธ แถมในครั้งเจ้าตัวยังได้บินกลับไปเฝ้าภรรยาคลอดลูกสาว และบินกลับมาช่วยอังกฤษต่อในรอบ 8 ทีมอีกด้วย


2.ฟอร์มที่เฉิดฉายของเดอบรอยน์ และกอมปานี 

อันดับที่ 3 ของทีมชาติเบลเยียม ถือเป็นผลงานที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของทั้งทีมชาติและตัวนักเตะซิตี้เองอย่างเดอบรอยน์และกอมปานี ที่มีส่วนในความสำเร็จครั้งนี้เช่นกัน 



กองกลางจอมอัจฉริยะอย่างเดอบรอยน์ โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมเหมือนตอนเล่นกับซิตี้ปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นพลังในเกมรุกและการสร้างสรรค์ที่ไม่หยุดหย่อน ทำให้เขากลายเป็นเครื่องหมายการค้าของทีมชาติเบลเยียมในทัวร์นาเมนต์นี้อย่างแท้จริง 



ประตูฝังบราซิลในรอบก่อนรองชนะเลิศถือเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมเพราะนอกจากจะช่วยต่อลมหายใจให้กับเบลเยียมแล้ว ครั้งก่อนนั้นเขาก็ยังเป็นคนเซ็ตบอลขึ้นมาให้ทีมทำประตูฝังชัยชนะเหนือญี่ปุ่นได้ในช่วงนาทีสุดท้าย 



ด้านกอมปานีเองหลังจากที่ลงเล่นไม่ได้ในรอบแบ่งกลุ่ม แต่เมื่อเขาฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บแล้ว เขาก็ได้ลงมาพิสูจน์ตัวเองในรอบท้ายๆที่ลงแข่งขัน เขาอาจจะไม่ได้เป็นกัปตันในครั้งนี้ เพราะโรเบอร์โต มาร์ติเนซ เฮดโค้ช มอบหมายให้เอเดน อาซาร์ เป็นผู้ทำหน้าที่ แต่วินนี่เองก็ยังเป็นผู้นำในสนามโดยเฉพาะเกมกับบราซิล ที่จัดการปัดป้องลูกกลางอากาศช่วยทีมไว้ได้หมด


3.แบร์นาโด สุดกล้าหาญ 

เป็นเวลากว่าครึ่งทศวรรษที่คริสเตียโน่ โรนัลโด เป็นคนแบกโปรตุเกสในเวทีฟุตบอลโลก แต่ความพยายามของแบร์นาโดที่รัสเซียนั้นได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าโปรตุเกสนั้นไม่ใช่ทีมที่หวังพึ่งแต่โรนัลโด้คนเดียว 



เฉกเช่นกับฤดูกาลแรกของเขาที่ซิตี้ กองกลางตัวริมเส้นคนนี้เก่งกาจขึ้นเรื่อยๆในทัวร์นาเมนต์ เห็นได้ชัดในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่เขาเป็นคนสร้างสรรค์โอกาสให้โปรตุเกส แม้ว่าสุดท้ายจะจบลงด้วยผลที่พวกเขาแพ้ 2-1 ก็ตาม แต่แบร์นาโดพาบอลบุกขึ้นไปทุกครั้งยามที่ได้บอล นี่เป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมของปีกวัยเพียงแค่ 23 ปีเท่านั้น 



นี่เป็นเสมือนคำเตือนด้วยปากเปล่าต่อแฟนๆของซิตี้ ว่าฤดูกาลหน้า 2018/19 เขาจะกลับมาอย่างเก่งกาจกว่าเดิมอย่างแน่นอน 


4.ความผิดหวังของแข้งลาติน 

บรรดาแข้งซิตี้ที่เป็นชาวอเมริกาใต้อย่าง กาเบรียล เฆซุส,แฟรืนันดิญโญ่,เอแดร์สัน,ดานิโล่ พร้อมกับคู่หูอาร์เจนติน่าอย่าง เซอร์กิโอ อเกวโร่ และนิโคลัส โอตาเมนดี้ ล้วนแล้วแต่กลายเป็นทัวร์นาเมนต์ที่ผิดหวังในรัสเซียหนนี้ 



จากการตกรอบของยักษ์ใหญ่อย่างเยอรมันแชมป์เก่า ทำให้บราซิลถูกมองว่าจะเป็นเต็งหนึ่งที่จะคว้าแชมป์โลกในครั้งนี้ แต่กลับไปแพ้เบลเยียมในรอบก่อนรองชนะเลิศ 2-1 



แฟร์นันดิญโญ่โชคร้ายทำเข้าประตูตัวเอง ขณะที่กาเบรียล เฆซุส พลาดการได้จุดโทษจากจังหวะเข้าสกัดของกอมปานี เพื่อนร่วมทีมซิตี้ 



อเกวโร่จบทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยการทำไป 2 ประตู ในเกมประเดิมสนามกับไอซ์แลนด์ และนัด 16 ทีมสุดท้ายกับฝรั่งเศส แต่ก็ต้านไม่ไหวพ่ายไป 4-3 ในที่สุด การตกรอบของอาร์เจนติน่าเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างยิ่งโดยเฉพาะกับโอตาเมนดี้ ที่ได้พกฟอร์มอันยอดเยี่ยมกับสโมสรไปโชว์ต่อได้ดีในทีมชาติด้วย ซึ่งท้ายที่สุดแล้วกลายเป็นทีมยุโรปที่ได้สัมผัสถ้วยแชมป์ไม่ใช่ทีมชาติอเมริกาใต้ 


5.เมนดี้ ลิ่วสู่แชมป์ฟุตบอลโลก

และในฉากจบของตลอดระยะเวลาการแข่งขันกว่า 4 สัปดาห์ ซิตี้ มีแข้งแชมป์โลกคนใหม่อย่างเบนจามิน เมนดี้ หลังจากที่ฝรั่งเศสเอาชนะโครเอเชีย 4-2 ในนัดชิงชนะเลิศเมื่อคืนที่ผ่านมา 



แบ็คซ้ายซิตี้อาจจะไม่แฮปปี้เท่าไหร่ที่ไม่ได้ลงสนามในฟุตบอลโลกครั้งนี้ แต่เขาก็เป็นส่วนหนึ่งในทีมของดิดิเย่ร์ เดชอง ด้วยบุคลิกภาพและความมีชื่อเสียงในโลกโซเชียลของเขาทำให้เขาเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จของฝรั่งเศส อย่างน้อยที่สุดหลังจากผลการแข่งขันเมื่อคืนนี้ เมนดี้ ก็เข้าไปฉลองกับประธานาธิบดีฝรั่งเศส อย่างเอ็มมานูเอล มาครง และทำการสอนทำท่าแด๊ปให้กับท่านเป็นที่เรียบร้อย ก่อนจะมายืนให้สัมภาษณ์เคียงข้างกับเดชอง ในการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ 



นี่คงเป็นอีกหนึ่งความทรงจำอันล้ำค่าที่สุด ซึ่งเมนดี้ไม่เพียงแต่เป็นคนคอยเชียร์อัพ และช่วยยกระดับให้กับเพื่อนร่วมทีมเท่านั้น แต่เขายังเป็นคนริเริ่มวลีเด็ดที่คอยใช้ปลุกใจอย่าง #Sharkteam อีกด้วย 



อัลเล่ซ์ เลอ เบลอส์!!!









ข่าวทีมชุดใหญ่

ราฮีมเบิ้ล! สิงโตคำรามบุกเชือดกระทิง

ข่าวทีมชุดใหญ่

เด็กสร้างมีของ! โฟเด้นช่วยสิงโตน้อยผงาด