แมนเชสเตอร์ ซิตี้ บอบช้ำจากความพ่ายแพ้ที่แอนฟิลว์ ก่อนที่จะมาหาทางแก้มือในเลคสองที่เอทิฮัด สเตเดี้ยม

สามประตูของเจ้าถิ่นทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องทำงานหนักมากในเลคสอง

"เรือใบสีฟ้า" ย่างกรายเข้ามาถิ่นแอนฟิลว์อย่างกล้าหาญ แต่สามโกลภายใน 30 นาทีหลังเปิดเกมของ "หงส์แดง" ก็ทำเอาลูกทีมเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปั่นป่วนไปหมด

ชาวซิตี้เซ่นใจหายวาบ ในนาทีที่ 11 เมื่อ"หงส์แดง" ขึ้นนำ "เรือใบ" 1-0 จากจังหวะสวนกลับของ ซาลาห์ ดาวยิงชาวอียิปต์ ต่อจากนั้น นาทีที่ 20 สกอร์เปลี่ยนเป็นเป็น 2-0 เมื่อเจมส์ มิลเนอร์ อดีตแข้งซิตี้ พาบอลเข้ากลางให้ แชมเบอร์เลน ที่ส่องด้วยขวา 25 หลา

ในนาที 31 ลิเวอร์พูลรุกต่อเนื่อง โม ซาลาห์ หยอดมาเสาสองให้ มาเน่ โหม่งลงพื้นหนีมือเอแดร์สัน ทำให้ลิเวอร์พูล นำเป็น 3-0

เปิดครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ มุ่งมั่นทำประตู แฟร์นันดินโญ่ป้อนให้ซาเน่ที่ส่งบอลขึ้นหน้าห่างโกลเพียงหกหลา แต่เสียดายไม่มีเพื่อนร่วมทีมจบสกอร์ได้

กวาร์ดิโอล่า เปลี่ยนตัวผู้เล่นคนแรก ส่งราฮีม สเตอร์ลิง อดีตแข้งลิเวอร์พูล แทนอิลคาย กุนโดกัน ในขณะที่เรือใบสีฟ้าต้องการโกลอะเวย์

แม้ว่าลูกทีมเป๊ป จะพยายามเท่าใด แต่ก็ไม่อาจพังประตูเจ้าถิ่นได้ โดยรวมสถิติการมาเยือนแอนฟิลว์ของเรือใบสีฟ้า ชนะเพียงหนึ่งครั้งในรอบ 37 ปี เท่านั้น

เกมต่อไป ซิตี้เจอศึกหนักต่อเนื่อง เปิดศึกกับเพื่อนร่วมมือในแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ในวันเสาร์ 7 เมษายน เวลาไทย 23.30 น. ซึ่งถ้าชนะเกมนี้ เรือใบสีฟ้าก็จะยึดถ้วยพรีเมียร์ ลีก ตามด้วยเลคสอง เปิดรังเจอลิเวอร์พูลในคืนวันอังึคาร 10 เมษายน เวลาไทย 02.45 น.