quote linkedin dugout

เสียงจากแฟนไทย

วีดีโอ 1 แกลลอรี่

บลูมูนสับแหลก2นัดแรกของเป๊ป

นัดแรกในพรีเมียร์ ลีก กว่าทัพเป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะชนะก็หืดจับ แต่นัดหลังในแชมป์เปี้ยน ลีก ทลายรังทีมโรมาเนียราบคาบด้วยการอัดไปห้าตุง

ผ่านไปแล้วสองนัดสำหรับแมนเชสเตอร์ซิตี้ภายใต้การคุมทีมของยอดกุนซือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และก็เป็นการเปิดสนามสองสนามเลยคือศึกแรกก็เป็นศึกพรีเมียร์ลีกที่ต้องแข่งกันยาวๆ 38 แมตช์ ส่วนนัดล่าสุดก็เป็นการเปิดสนามครั้งแรกในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นการประเดิมคุมทีมสองแมตช์แรกที่น่าประทับใจเพราะเป็นฝ่ายกำชัยไปทั้งสองนัด

หืดจับรับ 3 แต้ม

แมตช์เปิดตัวคุมทีมข้างสนามนัดแรกอย่างเป็นทางการของโค้ชเป๊ปก็คือแมทเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ในการเปิดบ้าน เอติฮัท สเตเดี้ยม เจอกับ แมวดำ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งได้กุนซือคนใหม่ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการพรีเมียร์ลีกมานานนั้นก็คือ เดวิด มอยส์ ใครๆ ก็คิดว่านี่เป็นงานง่ายสำหรับเรือใบที่ต้องมาเจอซันเดอร์แลนด์ทีมที่ดิ้นรนหนีตกชั้นเมื่อซีซั่นที่แล้ว

แต่สำหรับผมไม่ได้มองอย่างนั้นเลย  เรารู้กันอยู่ครับว่าประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีกของเป๊ปนั้นยังใหม่มากๆ ถ้าไปเทียบกับมอยส์แล้วแทบจะต่างกันเลย มอยส์อยู่กับเอฟเวอร์ตันมานาน เขาสร้างรากฐานของท็อฟฟี่สีน้ำเงินให้แข็งแกร่งจนถึงทุกวันนี้  การมาเจอกันครั้งนี้ระหว่างเป๊ปกับมอยส์ ผมจึงมองว่าไม่ง่ายสำหรับเป๊ปแน่นอน

และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ถึงแม้ แมนซิตี้สามารถเอาชนะและเก็บ 3 แต้มไปได้แต่ถ้ามองโดยรวมจากเกมนั้นเราจะเห็นได้ว่าอะไรหลายๆ อย่างยังไม่ลงตัว ทั้งเรื่องการจัดทัพ แทคติกการเล่น ความเข้าใจกันระหว่างนักเตะ และโดยเฉพาะแนวรับเองก็มีจุดพลาดเล็กๆ น้อยๆ ให้เห็น

อย่างแรกเลยกับ 11 ตัวจริง จากพรีซีซั่นจนถึงตอนนี้ ผมแทบเดาไม่ออกในแต่ละนัดว่าเฮียเป๊ปจะส่งใครลงสนาม

เปิดตัวมานัดแรกก็ทำเอาเซอร์ไพรซ์ด้วยการจับโคลาลอฟมายืนเซ็นเตอร์คู่กับจอห์น สโตน นักเตะใหม่ป้ายแดงของซิตี้

 

เป๊ปกล้ามากที่ได้ดร็อป ฮาร์ท และเอากาบาเยโร่ลงเฝ้าเสาแทน ท่ามกลางเครื่องหมายคำถามจากสื่อมากมายว่า กาบาเยโร่ฝีมือดีกว่าฮาร์ทจริงๆ หรือ

 

..บลูมูน แฟนไทยนักวิเคราะห์...

 

 

ตัวผมก็นึกอยู่เหมือนกันว่าเป๊ปจะเอาพวกเขาไว้หรือเปล่า เพราะเท่าที่เราเห็น การทำทีมของเป๊ปไม่มีตำแหน่งที่ตายตัว ทุกคนต้องเล่นอย่างที่เขาอยากให้เล่นให้ได้

เท่าที่ผมเห็นอย่างแรกที่เป๊ปต้องการคือความขยันนักเตะทุกคนต้องมีวินัยทั้ งเกมรับและเกมรุก ขยันวิ่งบีบเข้าเพลสซิ่งกันตลอด อย่างสองคือ แรงใจในการลงเล่น คนเป็นโค้ชเขาอยู่กับนักเตะตลอด และยิ่งเป็นกุนซือที่เคร่งอย่างเป๊ปคงเห็นครับว่าใครเต็มที่มากแค่ไหนเพราะฉะนั้นใครเต็มที่มา เขาก็พร้อมที่จะเต็มที่กับคนๆ นั้น

ตามที่เป๊ปให้สัมภาษณ์ (สัมภาษณ์เป๊ป กวาร์ดิโอล่า หลังจากเข้ารับตำแหน่ง ซับภาษาไทย คลิกชมที่นี่ ทางเว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th เป๊ปบอกครับว่า เก่งไม่เก่งเขาไม่ได้ตัดสินจากตรงนั้น แต่เขาพร้อมจะให้โอกาส หากคนๆ นั้นทำเต็มที่และพร้อมที่จะลงเล่นให้เขานั่นเอง

แทคติกของเฮียเป๊ป

ต่อไปเรื่องแทคติก คงต้องดูไปอีกสักพักครับว่าเป๊ปจะเล่นแนวไหน

เท่าที่ผมเห็นแทคติกที่เฮียแกใช้ในนัดเจอซันเดอร์แลนด์นักเตะเองยังดูไม่เข้าใจในระบบของเป๊ป

เรารู้ครับว่าเป๊ปต้องทำการโรเตชั่นสลับตำแหน่งแทบทั้งเกม และเน้นการครองบอลให้มาก ที่เราเห็นคือการครองบอล การเพลสซิ่ง วิ่งบีบพื้นที่ ซึ่งเป๊ปทำได้ดีในระดับหนึ่งแล้ว

แต่ไม้ต่อไปคือเกมรุก การเข้าทำเกมรุกของเป๊ปยังดูติดๆ ขัดๆ เหมือนออกอาวุธไม่เต็มที่ สำหรับนัดแรกผมมองโดยรวมว่าซิตี้ยังต้องปรับเรื่องการเข้าทำเกมรุกให้ดุดันและน่ากลัวมากกว่านี้

ผมเชื่อว่าถ้านักเตะใหม่เก่าจูนกันได้เร็วละก็ ทีนี้ใครก็ยากจะมาหยุดเกมรุกของซิตี้

นัด 2 เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง

สำหรับนัดที่สองของเรือใบสีฟ้าที่เพิ่งผ่านไปในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันอังคาร เราได้เห็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดจริงๆ ก่อนหน้านี้ ผมติเรื่องการเข้าทำของเป๊ปในนัดแรกไป แต่พอนัดนี้ เราได้เห็นการเข้าทำที่หลากหลายมากขึ้นและที่เห็นเริ่มชัดเจนขึ้นแล้วคือ 11 ตัวจริง ในแนวรัอาจจะมีการปรับเปลี่ยนบ้าง แต่แนวรุกเป๊ปน่าจะยึดชุดนี้ไปสักพักใหญ่

โดยกลางวางไว้ตัวเดียวคือ เฟอร์นันดินโญ่จอมเก๋าชาวบราซิเลี่ยน ส่วนแนวรุกเป๊ปจัดเต็มสี่คนเลยคือ โนลิโต้ ซิลบา เดอบรอยน์ สเตอร์ลิง และหน้าเป้าก็เป็นกุน ส่วนแนวรับคนที่ปักเป็นเซ็นเตอร์หลักเลยก็ดูจะไม่พ้น จอห์น สโตน และนายทวารก็ยังเป็น กาบาเยโร่ที่เบียดให้ฮาร์ทไปนั่งสำรองอีกเป็นนัดที่สอง

 

การไปเยือน สเตอัว บูคาเรท ต้องถือว่าเป๊ปทำเพื่อประกาศศักดาว่า เกมรุกของเขาน่ากลัวจริงๆ สิ่งที่ผมเห็นตลอดทั้งเกมในนัดนี้คือ เกมรุกที่ไม่มีผ่อนของกวาร์ดิโอล่า บางทีมได้ลูกก็อาจจะผ่อนเกมไปเน้นรัดกุม แต่ชายที่ชื่อกวาร์ดิโอล่าแสดงให้เห็นเจตจำนงค์ว่าเขาจะรุกตลอดทุกนาทีแบบไม่มีวันหยุด และก็ถล่มสเตอัว บูคาเรสต์จนราบคาบไปห้าประตู

 

...บลูมูน สาวกไทยนักวิเคราะห์...

 

แนวรุกนัดนี้ เห็นได้ชัดว่า เริ่มลงตัวปรับคูณกันได้แล้วระหว่างบรรดามิดฟิลด์กับกองหน้า

เราจะเห็นว่ามีการทำชิ่งที่เนียนกว่านัดแรก อาวุธเด็ดของเป๊ปก็คือสองปีกจรวดอย่าง โนลิโต้ และ สเตอร์ลิง ที่นัดนี้ดูจะชิงความเด่นกันไปเลย

โดยเฉพาะสเตอร์ลิง ดูจะกลับมาเปร่งประกายอีกครั้งในยุคของเป๊ปหลังจากที่มีเสียงวิจารณ์มากในยุคเปเยกรินี่

อย่างที่เห็นครับว่าการจัดทีมเริ่มชัดเจน 11 ตัวจริงเราน่าจะพอเดากันออกแล้วว่าเป๊ปจะเอาใครลงบ้าง ระบบการเล่นก็เริ่มดูดีขึ้นเรื่อยๆ ทั้งเกมรับและเกมรุก โดยเฉพาะเกมรุกเราเห็นได้ชัดว่าออกอาวุธกันได้หนักและน่ากลัวกว่านัดแรกเยอะ นักเตะเริ่มเข้าขาและรู้ใจกัน

แต่ละคนกล้าที่จะออกลูกเล่นของตัวเองมาทีละนิดๆ นี่แค่ผ่านไปแค่ไม่กี่วันเราก็เห็นการพัฒนาที่ดีขึ้นมาในระดับหนึ่ง ผมเชื่อครับว่า นานไปๆ มันจะเริ่มดีขึ้นๆ เรื่อยๆแน่นอน

คาด 3 นักเตะที่จะต้องอำลาเอทิฮัด

สำหรับตอนนี้เป็นที่รู้กันครับว่านักเตะในสโมสรตอนนี้ของแมนซิตี้นั้นมีเยอะมากๆๆๆ  ในทุกตำแหน่งซึ่งเปิดตลาดมา ซิตี้ก็ทำการช็อปแบบกระจุยกระจาย

ในตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ ซิตี้ทำการคว้าตัวมาแปดนายได้แก่ อิลคาย กุนโดกัน,โนลิโต้,ซินเซนโก,อารอน,เลรอย ซาเน่,กาเบรียล เฆบุส,มาร์ลอส โมเรโน่,จอห์น สโตน

เรียกได้ว่าเป๊ปทำการเสริมแทบทุกจุด แต่ 2 ใน 8 คนนี้ที่ได้โอกาสลงตัวจริงและสอบผ่าน คือ โนลิโต้และจอห์น สโตน ที่น่าจะเป็นแกนหลักในการทำทีมของเป๊ปด้วย ส่วนรายอื่นๆ ที่เป็นดาวรุ่งที่ยังต้องรอพัฒนาฝีเท้า หรือบางคนก็บาดเจ็บ

แต่ผมเชื่อว่านักเตะที่ซื้อเข้ามาทุกคนนี้ เป๊ปน่าจะทำการเลือกจิ้มเองเป็นส่วนใหญ่ คงได้รับโอกาสแน่นอนถ้าพวกเขาฟิตและพร้อมลงเล่น

ส่วนบรรดาหน้าเก่าที่ผมขอเดาว่า น่าจะถูกย้ายออก มีอยู่สามคนก็คือ ยาย่า ตูเร่ , ม็องกาล่า และ นาสรี ที่ดูหลุดจากวงโคจรของซิตี้ไปเลย เพราะไม่ได้ติดผังใดๆ หลังจากเปิดซีซั่น

มาเชียร์กันต่อครับ เสาร์นี้ซิตี้บุกสโต๊ค พรีเมียร์ ลีก มาดูฝีมือการคุมทีมนัดที่สองของโค้ชเป๊ป   

ศรัทธาในทีมเช่นเดิมไม่มีเปลี่ยน

บลูมูน


รับรู้ข่าวสารอย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยก่อนใคร ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ภาษาไทย @ManCityTH และทาง เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th

แทม ชิดชนก สมาชิกซิตี้เซ่น ได้ไปเชียร์แมนซิตี้ ทีมรักถึงขอบสนาม และได้ใกล้ชิดกับสองนักเตะซูเปอร์สตาร์ของซิตี้ด้วย ติดตามเรื่องราวการเดินทางของแทมที่เอทิฮัด