quote linkedin dugout

เสียงจากแฟนไทย

วีดีโอ 1 แกลลอรี่

แมนซิตี้ร่วมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

Suphawit Thong-ngam

Suphawit Thong-ngam

เพื่อรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้เชิญชวนแฟนบอลชาวไทยใกล้ไกลมาแบ่งปันเรื่องราวสุดประทับใจและแรงบันดาลใจที่ได้จาก “พ่อหลวง” ผ่านทางเว็บไซด์ภาคภาษาไทยอย่างเป็นทางการของสโมสร mcfc.co.th

ข่าวการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักกรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ เวลา ๑๕.๕๒ ทำเอาหัวใจชาวไทยทุกผู้ทุกนามที่อยู่ทั่วโลกแตกสลาย รวมถึงแฟนแมนซิตี้ที่เปิดใจพร้อมน้ำตานองหน้าถึงความเศร้าอาลัยต่อการสูญเสียพ่อหลวง ผู้ทรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรให้กับปวงชนชาวไทยมาตลอด ๗๐ ปีที่ทรงครองราชย์

เว็บไซด์ภาคภาษาไทยของสโมสรได้พูดคุยกับหนึ่งในแฟนแมนซิตี้ที่พำนักอยู่ลอนดอน ธนวัฒน์ ศิลาพร นักศึกษามหาวิทยาลัยคิงส์ คอลเลจ และอดีตสภานายกสามัคคีสมาคมในพระบรมราชูปถัมภ์ฯ คนที่ ๑๑๕ ได้เล่าถึงการรวมตัวของนักเรียนนักศึกษาไทยในลอนดอนกว่า ๗๐๐ คน ที่ได้เดินทางมาร่วมพิธีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ โดยได้สะกดอารมณ์โศกเปล่งเสียงร้องร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ณ สำนักงานผู้ดูแลนักเรียนในประเทศอังกฤษ

"พวกเรานักเรียนนักศึกษาไทยทุกคนตั้งใจมากันจากทุกสารทิศ เราได้ตั้งแถวต่อคิวกันอย่างสงบ แต่ละคนกล้ำกลืนน้ำตาและความโศกสลดประคองสติไว้เพื่อจะมาถวายอาลัยแด่ในหลวง มีการต่อคิวกันยาวเหยียดที่ถนน Prince's Gate ติดกับหัวมุมถนน Exhibition Road แม้จะต้องต่อคิวกันยาวถึง ๕๐ เมตร แต่พวกเราทุกคนก็ไม่ย่อท้อครับ

ทั้งนี้ สโมสรได้ขอความอนุเคราะห์คลิปวีดีโอพิธีสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้จากบีบีซีไทย ต้องขอขอบคุณบีบีซีไทยอย่างมากมา ณ ที่นี่

ในคลิปนี้จะได้เห็นภาพอาคารรัฐสภาในกรุงลอนดอนที่ได้ลดธงครึ่งเสาเพื่อถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศด้วย

"สำหรับผมในฐานะชนรุ่นหลัง ได้มีโอกาสฟังพระราชดำรัสของพระองค์มานับไม่ถ้วน และทุกครั้งล้วนให้คำสอนที่มีค่าต่อการดำเนินชีวิต สิ่งที่ประทับใจเกี่ยวกับพระองค์มากที่สุดคือการได้เห็นพระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปทรงงานทั่วราชอาณาจักร และทรงริเริ่มโครงการในพระราชดำริมากมาย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของพสกนิกรทุกคน

นอกจากนี้ ผมรู้สึกประทับใจที่ได้เห็นทางสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ออกสาสน์ถวายอาลัยและแสดงความเสียใจต่อประชาชนชาวไทยทางโซเชียล มีเดีย และทางสโมสรเองก็ได้เคยถวายชัยมงคลแด่พระองค์ เมื่อครั้งทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๐ ผ่านทางจอวีดีทัศน์ของสนามเอทิฮัด สเตเดียมด้วย"

ทวีตของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

สโมสรแมนซิตี้ขอน้อมส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช สู่สวรรคาลัย เสด็จสวรรคต ณโรงพยาบาลศิริราช13ต.ค.2559 เวลา15.52น.

— Manchester City FC (@ManCityTH) 13 October 2016

ทวีตถวายอาลัยจากสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙

ขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและร่วมถวายอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

— Manchester City FC (@ManCityTH) 14 October 2016

แฟนแมนซิตี้คนที่สองเป็นสาวงามนามเพราะ ดอกอ้อ ดาศรี ที่อนุญาตให้สโมสรนำบันทึกส่วนตัวมาแชร์ความรู้สึกทุกข์โศกจากการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ โดยไม่มีการตัดทอนใดๆ

“ผ่านมา ๓ วัน น้ำตาของฉันยังไม่หยุดไหล
วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๙
ฉันได้มีโอกาสน้อมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ฉันวิ่งไปเพื่อจะได้เห็นขบวนเคลื่อนพระศพ ฉันเดิน สลับวิ่งอยู่อย่างนั้น จนลืมไปว่าฉันมาไกลแค่ไหนแล้ว ฉันไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย ได้แต่บอกตัวเองว่า เดินวิ่งแค่ไหนจะเหนื่อยได้อย่างไร “พ่อหลวง”เราเดินไปทั่วหล้าไม่เห็นพระองค์ทรงบ่นแม้แต่น้อย

มีชายคนหนึ่งเหยียบเท้าของฉันด้วย แต่ฉันกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดแต่อย่างใด คงเพราะใจของฉันมันเจ็บปวดยิ่งกว่า แม้จะได้เห็นขบวนเคลื่อนพระศพจากที่ไกลๆ แต่ฉันก็ภูมิใจที่ได้มาส่ง “พ่อ” ของฉัน

ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายที่ได้มีโอกาสเห็นขบวนเสด็จ
ฉันรู้ว่ามนุษย์ทุกคนต้องตายตามกฏธรรมชาติ

แต่จิตของฉันไม่อาจสั่งน้ำตาให้หยุดได้ น้ำตาที่เอ่อไหลจนจะเป็นสายเลือดมิอาจเปรียบได้กับเหงื่อที่ชุ่มพระวรกายขณะที่พระองค์ทรงงานหนักเพื่อเรา ๗๐ ปี
#ฉันรักพ่อของฉัน
#ฉันดีใจที่ฉันได้เกิดในแผ่นดินพ่อ
#ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อมของเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า ดอกอ้อ ดาศรี

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจ ก็มีคนไทยจำนวนมากมุ่งมั่นทำความดี โดยมีจุดหมายเดียวกันคือ "ทำดีเพื่อในหลวง" ที่จะสถิตอยู่ในใจของคนไทยตราบชั่วฟ้าดินสลาย

ดังเช่นแฟนแมนซิตี้คนที่สาม ศุภวิชญ์ ทองงาม นักศึกษาปีหนึ่ง คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์การกีฬา มหาลัยรามคำแหง ที่ขอเป็นตัวแทนเด็กยุคใหม่ที่ได้น้อมนำ“คำพ่อสอน” มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ว่า

"สำหรับผม เราอย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว แต่จงเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว เพื่อพร้อมที่ได้จะเรียนรู้เรื่องใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อพัฒนาตัวเองขึ้นไปอีก

"ผมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ได้ทรงงานอย่างหนักเพื่อประชาชนชาวไทยมาโดยตลอด

"ผมขอสัญญาว่า จะเป็นคนดี ตามอย่างพ่อหลวง พ่อที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทั้งประเทศ  และยังทรงได้รับการยกย่องให้เป็น “King of Kings” กระผม ศุภวิชญ์ ทองงาม ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไปครับ”  

แฟนแมนซิตี้คนที่สี่ วิภา จงรักตระกูล ก็ได้นำ "คำพ่อสอน" มาใช้ในชีวิตประจำวันและในการทำกิจการส่วนตัวของ โดยเธอเชื่อหมดใจว่า ชีวิตดีเริ่มมาจากที่จิตใจ ดั่งคำพ่อสอน

"พ่อของแผ่นดินสอนให้เรารู้จักความสามัคคี มีความเอื้อเฟื้อให้แก่กันในสังคม และสิ่งที่พ่อสอนและเราปฏิบัติมาตลอด ทำให้เรามีความสุขใจ กับสังคมรอบๆ ตัวเรา”

สำหรับแฟนแมนซิตี้ที่ได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มาใช้ตั้งแต่วันที่มีพระราชดำรัสเรื่องนี้และใช้มาจวบจนถึงทุกวันนี้ กฤษดา รอดจารุวัฒน์ กล่าวว่า

“ข้าพเจ้า นายกฤษดา รอดจารุวัฒน์ ทำอาชีพธุรกิจส่วนตัว ผมได้นำคำที่พ่อสอนมาปฏิบัติจนทุกวันนี้ก็คือ หลักการใช้ชีวิตพอเพียง รายรับ เข้ามาเท่าไร ใช้จ่ายออกไปให้น้อยกว่ารายรับที่ได้มา ไม่เป็นหนี้สิน ใช้จ่ายเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม”

ต่อด้วยตัวแทนแฟนแมนซิตี้คนที่หก เขาคือตำรวจไทยของพระราชา สิบตำรวจตรี ชาตรี แก้วรากมุก ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการปฎิบัติหน้าที่ด้านการเตรียมเส้นทางเสด็จฯ ได้กล่าวว่า เขาจะทำหน้าที่ให้สุดความสามารถเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน  

"เหนือสิ่งอื่นใด ผมยึดมั่นในหน้าที่ของตำรวจ ข้อที่ ๑ รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาทผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ”  

(ในภาพสิบตำรวจตรีชาตรี คนที่สองจากขวา ในขณะปฎิบัติหน้าที่เตรียมเส้นทางเสด็จฯ ไปยังพระบรมมหาราชวัง)

แฟนแมนซิตี้ที่ร่วมถวายอาลัยเป็นคนที่เจ็ดคือหนึ่งในจิตอาสา ที่เป็นที่กล่าวขวัญถึงในสังคมออนไลน์และได้รับคำชื่นชมจากทั่วทุกสารทิศในการร่วมทำกิจกรรมช่วยเหลือผู้ที่เดินทางมาร่วมลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัย ในพระบรมมหาราชวัง

วรวิทย์ ณ ระนอง ขอทำความดีต่อพี่น้องประชาชนชาวไทยเพื่อ “พ่อหลวง” ด้วยการรวมกลุ่มมอเตอร์ไซค์ พี่น้องสองล้อ เดินทางไปรับ-ส่ง ประชาชนทุกเพศทุกวัยสู่วัดพระแก้ว และจากวัดพระแก้วสู่เส้นทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย โดยไม่คิดค่าบริการสักบาทเดียว

"ตอนเช้า ผมจะเติมน้ำมันเต็มถัง เดินทางจากบ้านไปราชดำเนินเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกันตามปรัชญาพ่อหลวงของเรา ผมจะไปรอรับคนที่ต้องการมาถวายความสักการะพระเจ้าอยู่หัวในบรมโกฎ จากอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยไปส่งหน้าวัดพระแก้ว และรอรับจากหน้าวัดพระแก้วกลับมา ไปส่งตามเส้นทางกลับบ้านของแต่ละคน เช่น หัวลำโพง ปิ่นเกล้า ผมกลับบ้านแล้วรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกครับ

"สำหรับคืนวันที่ ๑๓ ต.ค. ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ออกเดินทางไปรอรับพระบรมศพที่หน้าโรงพยาบาลศิริราช ผมยืนร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้าเช่นเดียวกับประชาชนรอบข้างแบบไม่อายสายตาใคร บางคนก็ร้องไห้กอดพระบรมฉายาลักษณ์ บ้างก็ร่ำไห้อยู่ข้างถนน รู้สึกเหมือนพวกเราทุกคนรู้สึกอย่างเดียวกันคือเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไป พวกเราชาวไทยต่างนั่งคุยถึงพระบารมีของพ่อหลวงของเรา คืนวันนั้นไม่มีใครหลับตาลง จนกระทั่งล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ๑๔ ต.ค. ประชาชนเดินทางมามากขึ้น เสียงร่ำไห้ดังขึ้นอีกครั้ง ทุกคนมีจิตดวงเดียวกันคือต้องการจะมาส่งพระบรมศพ จากโรงพยาบาลศิริราชสู่พระบรมมหาราชวัง

"ประชาชนทุกหมู่เหล่า ทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนา แม้กระทั้งหมอและพยาบาลเอง ต่างรอที่จะตะโกน ร้องเพลงสรรเสริญ ร้องไห้ ทุกคนร้องทรงพระเจริญ เสียงดังกึกก้องไปหมด เป็นภาพที่ผมซาบซึ้งใจ ในขณะเดียวกับความรู้สึกของผมก็คงจะเหมือนพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนที่ร้องไห้น้ำตาไหลดุจดวงใจจะแตกสูญ จนขบวนเคลื่อนผ่านไป”  

แฟนแมนซิตี้คนที่แปดคือ สมพร สุวรรณกำจร นักศึกษา ปีสี่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ระบุว่า จะขอยึดแนวทางดำเนินชีวิตตามรอยพ่อมาใช้ชั่วชีวิต นั่นคือใช้ชีวิตแบบพอเพียง อยู่ง่ายกินง่าย ที่สำคัญไม่เบียดเบียนคนอื่น  

"คำพ่อสอนที่ผมนำมาใช้ในชีวิตประจำวันก็คือ เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงครับ เพราะการที่เรามีชีวิตพอมีพอกินไม่เป็นหนี้เป็นสินใคร ถือว่าเป็นความสุขที่ประเมินค่าไม่ได้ ผมชอบปลูกต้นไม้พืชผักสวนครัวไว้ทานกันในครอบครัว นอกจากช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในครอบครัวแล้วยังทำให้มีบรรยากาศที่ร่มรื่น ดั่งเช่นเพลงของขวัญจากก้อนดิน ต้นไม้ของพ่อหลวง พระองค์ทรงมีความงดงามเสมอ ผมรักในหลวงมากที่สุดครับ”

เช่นเดียวกับสาวน้อยหน้าคมแฟนแมนซิตี้คนต่อไป โอ๊ะโอ๋ -รัชนก คงตระกูล พนักงานบริษัท MMP ก็ได้น้อมนำปรัชญาของเศรษกิจพอเพียงมาใช้

"ที่โอ๊ะโอ๋นำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน คือ พอประมาณ มีเหตุผล ซื่อสัตย์สุจริต ขยันอดทน สติปัญญา แบ่งปัน ซึ่งได้นำมาปรับใช้กับตัวเองเสมอแล้วเห็นผลนะ เป็นประโยชน์กับตัวเองมากๆ ค่ะ รักพระองค์มาก และจะขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไปค่ะ”

สองคนสุดท้าย เป็นแฟนแมนซิตี้ที่อยู่ประเทศอังกฤษ กิตติวิชญ อินทรรุ่ง นักศึกษาปีสอง มหาวิทยาลัยบริสตัล กล่าวว่า “ผมได้อ่านบทพระราชนิพนธ์ของในหลวง รัชกาลที่ ๙ เรื่องพระมหาชนก มีความประทับใจในธรรมะ เรื่องความเพียร และได้นำคำสอนนั้นมาใช้ในการดำเนินชีวิตในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน และการทำงาน

 

"ไม่ว่าจะทำสิ่งใด เราต้องรู้จักหน้าที่ของเรา และตั้งเป้าหมายให้ชัด แล้วต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจพยายามทำหน้าที่ให้ดีสมบูรณ์ที่สุด แม้ในการทำสิ่งต่างๆ จะมีอุปสรรค ก็จะไม่ยอมแพ้ ต้องมีสติคิดแก้ปัญหา ต้องมีความเพียรพยายาม ทำให้สำเร็จ เมื่อเราทำเช่นนั้น ก็จะทำให้เราผ่านพ้นอุปสรรค ความยากลำบาก และประสบความสำเร็จได้ในที่สุด และรางวัลของความไม่ท้อถอยมักสวยงามเสมอ”

ในขณะที่ สิทธิ์สตรี โคตรอาษา พนักงานบริษัทซิตี้ ฟุตบอล กรุ๊ป กล่าวว่า

"สามปีที่ทำงานที่แมนเชสเตอร์และตลอดระยะเวลาในการเป็นสื่อมวลชนไทย ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นมาล้วนแล้วแต่ได้วิธีแก้ปัญหาจากแนวคิดและพระราชดำรัสของพ่อหลวงทั้งสิ้น อาทิ ความอดทนอดกลั้นเช่นพระมหาชนก ไม่ว่าจะมีเรื่องขัดแย้งหรือการกระทำใดๆจากคนอื่นมากระทบจิตใจดิฉันมากแค่ไหน ดิฉันก็จะพยายามตั้งสติมั่นและทำอย่างพระองค์ท่าน นอกจากนี้แล้วดิฉันก็พยายามกระทำกิจใดๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและต่อประเทศไทย ด้วยการน้อมนำคำสอนจากนายอินทร์ผู้ปิดทองหลังพระ

"แม้แต่เวลาจะจับจ่ายใช้สอย ดิฉันก็มักคิดให้ถ้วนถี่และจะนึกถึงภาพยาสีฟันที่พระองค์ท่านทรงบีบใช้จนหมดหลอดทุกครั้ง

"ที่สำคัญพระองค์ท่านเป็นต้นแบบชีวิตให้ลูกกำพร้าพ่ออย่างดิฉันได้พึ่งพิง ตอนเด็กๆ มีคนพูดใส่หน้าว่า เธอมันเป็นลูกไม่มีพ่อ ดิฉันไม่เคยโต้เถียงและไม่ได้รู้สึกเป็นปมด้อย เพราะรู้มาโดยตลอดว่าดิฉันมีพ่อหลวงพระองค์นี้ เป็นพ่อที่ดีที่หนึ่ง และเป็นพ่อที่ดูแลทุกข์สุของเราชาวไทยเสมอมา และขอให้สัตย์ปฎิญาณว่าจะเป็นคนดีเพื่อพ่อตลอดไปค่ะ”

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้ ปวงข้าพระพุทธเจ้า สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และบริษัทในเครือ

ทั้งนี้ เรื่องราวที่นำเสนอในครั้งนี้เป็นเพียงเสียงส่วนหนึ่งของแฟนๆเท่านั้น หากแฟนท่านใดต้องการจะแบ่งปันเรื่องราวดังกล่าว สามารถทวีตข้อความหรือส่งเรื่องราวผ่านทางทวิตเตอร์ภาษาไทยของสโมสร @ManCityTH ขอขอบคุณมีนคุงแห่งชมรมกองเชียร์แมนซิตี้ไทยแลนด์ที่กรุณาประสานงาน

 

 

เสียงจากแฟนไทย

ฟินมาก! แฟนไทยเฮลั่นเรือต่อย"แตน"ครึ่งโหล

ดาบิด ซิลบา รับหน้าที่กัปตันทีมได้ดีไม่มีที่ติและเป็นผู้ก่อการโจมตีเจ้าถิ่นวัตฟอร์ดตลอดเกม

"เรือ"ดุจริงสอย"แตน"ครึ่งโหล กุนทุบแฮตทริค แซง‘ผี’ขึ้นที่หนึ่งบนตารางพรีเมียร์ ลีก

แฟนไทยนอนหลับฝันดีหลังเป็นสักขีพยานชม"เรือใบสีฟ้า"ปล่อยความโหดต่อเนื่อง จัดหนักอัด"แตนอาละวาด" วัตฟอร์ด 6-0 ในเกมที่ห้าหลังเปิดฤดูกาลฟุตบอล 2017/18

เสียงจากแฟนไทย

"ดูสนุกมาก แมนซิถล่มลิเวอร์พูล5-0"

Mr Chatchai Silaporn

นายฉัตรชัย ศิลาพร อดีตส.ส.สระบุรี และอดีตเลขาฯ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เดินทางมาชมเกมที่เอทิฮัด สเตเดี้ยมพร้อมครอบครัว

สโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ภาคภาษาไทยรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับคำอนุญาตจากอดีตนักการเมือง ฉัตรชัย ศิลาพร ที่ให้นำไดอารี่การเดินทางของท่านมาเผยแพร่ทางเว็บไซด์และโซเชียล มีเดีย ของสโมสร ขอขอบคุณท่านมา ณ ที่นี่

เสียงจากแฟนไทย

แฟนไทยสะใจเรือยำหงส์หมดสภาพ

แฟร์นันดินโญ่ต้อนรับเคลาดิโอ้ บราโว่ ที่เข้ามาเสียบแทนเอแดร์สันที่ได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกกับมาเน่ก่อนหมดครึ่งแรก

สาวกไทยออกมาสารภาพยังหยุดฉลองชัยชนะไม่ได้ หลังจาก"เรือใบสีฟ้า"ทุบสถิติด้วยการเปิดรังถล่ม"หงส์แดง"ราบคาบ 5-0

สองทวิตเตอร์สโมสรดังทวีตส่งกำลังใจ สโมสรลิเวอร์พูลภาคภาษาไทยน่ารักมากส่งกำลังใจมาให้นายทวารเอแดร์สัน เช่นเดียวกับสเปอร์ที่ทวีตข้อความมาชมแฟนไทยที่จัดมิตติ้งที่กรุงเทพฯ