ทีมชุุดใหญ่

พวกเรากลับมาแล้ว! We're Not Really Here

พวกเรากลับมาแล้ว! We're Not Really Here
พวกเราแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กลับสู่ฟลอร์หญ้าอันสุดคิดถึงอย่างเป็นทางการ

ในวันพุธที่ 17 มิถุนายน ซิตี้ จะคัมแบ็คกลับมาเตะพรีเมียรลีกอย่างเป็นทางการอีกครั้ง กับการเปิดบ้านรับอาร์เซน่อล

หลังจากต้องหยุดพักเบรคให้กับวิกฤติ COVID-19 ไปกว่าสามเดือน พวกเราแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้วที่จะได้คืนสนามอีกครั้ง แต่กระนั้นทุกคนที่สโมสร ต้องทำการขอโทษแฟนๆทุกคนด้วย ที่ไม่สามารถอนุญาติให้แฟนๆเข้ามาชมที่สนามได้ เนื่องจากเรายังต้องแข่งขันภายใต้มาตรการป้องกันการระบาดต่อไป

เราทุกคนต่างรู้ ว่าฟุตบอลที่ไม่มีพวกคุณนั้น ยังไงมันก็ไม่เหมือนเดิม

เรามีความยินดีที่จะได้กลับมาลงเตะอีกครั้ง แต่ไม่มีอะไรที่จะสามารถมาแทนอารมณ์ ความรู้สึก และโมเมนต์ยามที่เราได้สู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันในบ้านของเรา กับเกมที่สวยงามได้

CITYZENS AT HOME

ซึ่งเราอยากให้พวกคุณรู้ว่าเรากำลังทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เพื่อหาวิธีให้พวกคุณได้ชมเกมเสมือนได้เข้ามาสู่สนาม และเพื่อให้แน่ใจว่าพวกคุณได้สัมผัสกับเกมการแข่งขันแบบดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ในระหว่างนี้เราต้องการให้คุณติดตามพวกเราเอาไว้ เนื่องจากทีมชุดใหญ่ของเรากลับมาเข้าแคมป์กันตามปกติแล้ว

ด้วยเหตุนี้เราจึงทำการประกาศแคมเปญในครั้งนี้ออกมาอีกครั้ง ภายใต้แบนเนอร์ ‘We’re Not Really Here,’ ซึ่งถือเป็นวลีที่ลึกซึ้งและเหมาะสมที่สุด ยามที่ไม่มีแฟนบอลที่สุดวิเศษอย่างพวกคุณเคียงข้าง


ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าเราจะแจ้งให้คุณทราบเกี่ยวกับรายการแมทช์เดย์ใหม่ล่าสุดซึ่งจะมีการแสดงความเห็นของเราเองรวมถึงนักอภิปรายพิเศษที่มีรายละเอียดครบถ้วนที่จะประกาศเร็วๆ นี้

นอกจากนี้เรายังจะนำเสนอรายละเอียดส่วนที่เหลือที่คุณไม่ควรพลาด รวมไปถึง Match Day Center ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ ขณะที่เช่นเคยเราจะนำเสนอข่าวและมุมมองทั้งหมดจากบอสเป๊ป กวาดิโอล่า และความเห็นภายในทีม ทั้งก่อนเกมและหลังเกม 

ดังนั้นจึงอยากแฟนๆทุกคนได้ติดตามฟีดเจอร์ของเรา ซึ่งจะเป็นประสบการณ์ใหม่นอกเหนือจากการชมเกมใน ‘We’re Not Really Here,’ 

CITY+ - Free to Cityzens until football resumes

แน่นอนว่าชื่อแคมเปญนี้มาจากเพลงประจำสนามของเรา ซึ่งกลายเป็นเพลงเชียร์หลักของแฟนๆ ซิตี้ตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา

“We are not, we're not really here,
“We are not, we're not really here,
“Just like the fans of the Invisible man, we're not really here.”

นอกจากนี้ยังเคยมีการจัดทำเสื้อยืดในประโยคดังกล่าว และเขียนออกมาเป็นหนังสือถึงประวัติความเป็นมาอย่างมากมาย 

WATCH: Coming soon to City+: Made in Belgium

แต่เช่นเดียวยังมีแฟนบอลถกเถียงกันอย่างโกรธแค้นว่าบทเพลงเชียร์ฟุตบอลนี้ มีพื้นฐานมาจากทำนองของเพลงของผู้นำจิตวิญญาณ อย่าง 'We Shall Not Be Moved' ซึ่งกลายเป็นเพลงที่ทรงพลังของขบวนการสิทธิพลเมืองในอเมริกา

บางคนก็อ้างว่ามันโผล่ขึ้นมาครั้งแรกในช่วงที่มีการเฉลิมฉลองอย่างหนักหน่วงในหมู่แฟนๆ ที่บาร์ในเมืองดับลินเมื่อ แมนฯซิตี้ เคยไปทัวร์ในไอร์แลนด์ ช่วงกลางทศวรรษที่ 90

เสียงจากบางกลุ่มก็บอกว่าเพลงนี้มาจากแฟนๆของซิตี้ ในตอนที่ต้องร่วงไปสู่ ดิวิชั่น 2 ในปี 1998 ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าทีมจะตกต่ำไปสู่ดิวิชั่นระดับนั้น

อีกหนึ่งทฤษฎีที่ดูเพ้อฝัน บอกว่ามันเกิดขึ้นมาจากเกมที่เจอกับมิลล์วอล โดยแฟนๆของซิตี้กลุ่มหัวรุนแรง นำเพลงนี้ไปร้องรอบสแตนด์ทีมเยือนในขณะที่โดนห้ามเข้าสนาม

ซึ่งจากนั้นมันกลายเป็นเพลงที่เปรียบเสมือนฉากหลังอันทรงพลังของซิตี้ ไม่ว่าจะทั้งการแข่งขันในบ้าน หรือนอกบ้าน เป็นเสมือนบทสวดที่ฝังอยู่ในวัฒนธรรมของซิตี้

ผู้จัดทีมของเราในเวลานั้นอย่าง โจ รอยส์ เคยกล่าวเอาไว้ถึงประโยคนี้ว่า "ผมไม่เคยหยุดยิ้มกับแฟนๆของซิตี้ จนกระทั่งตอนนี้ ไม่ว่าผมจะดูเกมในทีวีหรือผมกำลังเล่นเกม แฟนๆทุกคนก็จะพร้อมใจกันเปล่งเสียง ‘We’re Not Really Here’ สำหรับผมมันคงเป็นประโยคเชียร์ที่ดีที่สุดตลอดกาล"

DAVID SILVA - Made in Gran Canaria

จากบทเพลงที่เป็นที่นิยมในแฟนบางกลุ่มในช่วงเวลานั้น ‘We’re Not Really Here’กลายเป็นบทเพลงที่น่าตื่นเต้น และรวบรวมทุกประวัติศาสตร์และความสำเร็จของเราอยู่ในนั้นแบบน่าทึ่ง

กลับมาที่ปัจจุบัน ความสำคัญของเรายังคงต้องให้ความสำคัญเกี่ยวการระบาดของเชื้อไวรัสที่กำลังทวีความรุนแรง มากกว่าการกลับมาของฟุตบอล

'We’re Not Really Here’ เชื่อว่าตอนนี้ แฟนๆซิตี้ทุกคนคงจะรู้จักมันมากขึ้น...

เข้าชมพันธมิตรของสโมสรทั้งหมด

Mancity.com

31?