เธียรี่ แอมบรอส ยิงประตูที่ 16 ของเขาในฤดูกาลนี้แต่เรือใบสีฟ้าก็พ่ายต่อฟูแล่ม 3-1 หมดทางไปต่อในรายการที่พวกเขาเคยชนะในปี 2551
มาร์คอส โลเปซ เป็นตัวหลักในยูธ คัพ แต่เจสัน วิลคอกซ์ ไม่ได้เรียกใช้บริการนักเตะโปรตุกกลโดยมอบหน้าที่ให้กับทัพนักเตะชุดที่ปราบดอนคาสเตอร์และเฮียฟอร์ด ยูไนเต็ด
วิลคอกซ์ได้เปลี่ยนนักเตะสองคนหลังจากที่เป็นฝ่ายไล่ตาม โดยบิลลี่ โอเบรียนเสียบแทนอังกัส กันน์ประจำทัพหน้า ส่วนโอลิเวียร์ นัทแชมเสียบแทนนาธาเนียล โอเซนิ ส่งผลให้แอชลีย์ สมิธ บราวน์ ย้ายอยู่แดนหลังตัวกลางร่วมมือกับมาเธียส บอซเซิร์ต ด้านคีน ไบรอันและแจ๊ค ไบรน์ ได้มาสมทบกับโอลิเวียร์ยังแดนกลาง
ซิตี้ใช้เวลาสามนาทีก่อนตั้งหลักโจมตีได้ ซึ่งผู้มาเยือนมีโอกาสยิงภายในสี่นาทีหลังเปิดเกม โดยฟูแล่มได้ยิงฟรีคิกสุดอันตรายมายังด่านหน้า ซึ่งเรือใบไม่อาจสกัดไว้ได้ แต่คาเมรอน เบอร์เกซ โหม่งลูกเหนือคานออกไป
เรือใบสีฟ้าได้พาลูกมายังจุดโทษของฟูแล่ม จอร์จ อินทิมา ได้โชว์ฟอร์มเยี่ยมทางขวา
มาเร็ค โรดัก เซฟลูกอันตรายของเรือใบสีฟ้าได้สองครั้งรวมทั้งบอลของแอมบรอสที่ยิงมาในนาทีที่ 20
ครึ่งหลัง ฟูแล่มตอบโต้เร็วมากและยิงประตูได้ แต่กรรมการเส้นระบุว่าออฟไซด์
ในที่สุดผู้มาเยือนก็ได้ประตูโดยการยิงจากเลียม ดอนเนลลี่ ที่โหม่งเข้ามุมประตูได้สำเร็จในนาทีที่ 60
แต่แล้วนาทีที่สาวกเรือใบรอคอยก็มาถึง นาทีที่ 75 แอมบรอสได้โหม่งเข้าประตู หลังจากรับลูกตัดจากแองเจลิโน่ ซึ่งเป็นประตูที่สี่ในการเล่นสามเกม ศึกเอฟเอ ยูธ คัพ
แม้ซิตี้จะมีความสุขกับการได้ครองบอลเกือบตลอดเกม แต่แล้วฟูแล่มก็หาโอกาสจนได้ โรเบอร์ส ได้ส่งบอลมาให้เดมเบเล่ ที่ได้ซัลโวบอลเข้าไปในนาทีที่ 81 และ 83
ซิตี้หมดโอกาสที่จะไล่ตามทัน และพ่ายไป 1-3
เรือใบสีฟ้าจะแก้ตัวด้วยการเผชิญหน้ากับแบล็คเบิร์คเจ้าบ้านในลีก วันเสาร์นี้
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับซิตี้ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai และเข้าชมเว็บไซด์ภาษาไทยอย่างเป็นทางการ mcfc.co.th