นักเตะวัย 27 ปี สิ้นสุดการเดินทางร่วมกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้หลังจากอยู่สโมสรมาสองปี
การ์เซียได้ย้ายจากเบนฟิก้ามาร่วมทัพซิตี้ในวันสุดท้ายของซัมเมอร์ปี 2012 และได้ยิงประตูในนัดแรกที่เขาลงเล่นปะทะสโต๊ค ซิตี้ ในวัน 15 ก.ย.
เขาไม่ได้ลงเล่นมากนักเพราะได้รับบาดเจ็บที่ต้นขา แต่เขาก็ได้ลงเล่นในครึ่งหลังของฤดูกาล ในขณะที่ทัพโรเแบร์โต้ มันชินี่ พยายามช่วงชิงแชมป์พรีเมียร์ ลีก และเอฟเอ คัพ
ทุกรายการ เขาได้ลงเล่น 33 นัดในฤดูกาล 2012/13 และยิงสองประตู
การ์เซียโชว์ฟอร์มได้ดีตั้งแต่ต้นปีที่สองที่ได้อยู่กับแมนเชสเตอร์ และได้ติดทีมชาติสเปนครั้งที่สองและได้ลงเล่นในนัดกระชับมิตรปะทะชิลีที่เสมอ 2-2 เมื่อเดือนก.ย. ที่ผ่านมา
เขาเป็นสมาชิกคนสำคัญของทัพซิตี้ที่ได้ดับเบิ้ลแชมป์และได้ลงเล่นในตำแหน่งสำคัญหนึ่งในนัดเด่นของฤดูกาล ซิตี้ปะทะฮัลล์นอกบ้าน ซึ่งในนัดดังกล่าวนักเตะซิตี้เหลือผู้เล่นเพียงสิบคนหลังจากวินเซนต์ คอมพานี่ ที่ถูกให้ออกตั้งแต่ต้นเกม การ์เซียได้มาผนึกกำลังคู่กับมาร์ติน เดมิเคลิส โดยคู่นี้ได้สร้างความประทับใจและซิตี้ก็ได้เก็บสามแต้มจากเคซี สเตเดี้ยม
ในเดือนเดียวกันนั้น เขาได้ลงเล่นในนาทีที่ 77 ในนัดที่เอาชนะซันเดอร์แลนด์ 3-1 ศึกแคปปิตอล วัน คัพ รอบชิงชนะเลิศที่เวมบลีย์ และได้ยกถ้วยแชมป์ร่วมกับซิตี้
การ์เซียยังได้ลงเล่นในขณะที่ซิตี้พยายามช่วงชิงแชมป์พรีเมียร์ ลีก โดยได้เป็นตัวจริงหกเกมพรีเมียร์ ลีก รวมทั้งนัดสุดท้ายปะทะเวสต์ แฮม ยูไนเต็ด
การ์เซียจึงได้ครองแชมป์พรีเมียร์ ลีก และแชมป์โปรตุเกส พรีเมียรา ลีกา (ในขณะที่ร่วมทัพเบนฟิก้า)
การ์เซียย้ายออกจากซิตี้หลังจากลงเล่น 71 นัดตลอดสองฤดูกาลที่ผ่านมา
เขาได้เซ็นสัญญาร่วมทัพเซนิต ซึ่งเป็นทีมที่ชนะนัดแรกในศึกรัสเซีย พรีเมียร์ ลีก เมื่อสัปดาห์ที่แล้วและมุ่งหวังว่าจะล้างตาในนัดที่พ่ายเออีแอล ลิมาซอล 1-0 ในขาแรกศึกยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก รอบคัดเลือกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
ทุกคนที่สโมสรขออวยพรให้การ์เซียโชคดีกับชีวิตค้าแข้งในอนาคต
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai และเยี่ยมชมเว็บไซด์ภาษาไทยอย่างเป็นทางการได้ที่ mcfc.co.th