คริกเก็ต
นักกีฬาหลายๆคนมีความสามารถหลากหลายในตัวและนักเตะซิตี้สองสามคนอาจไปเล่นกีฬาอื่นๆได้อย่างมืออาชีพ
นักเตะรุ่นเก่าของซิตี้ แจ็ค ไดสัน เป็นนักกีฬาที่เล่นเก่งทุกอย่างคนหนึ่งจากแลงคาสเชียร์ เขาสกอร์ได้ 4,433 รัน และทำได้ 161 วิกเก็ตในปี 1954 และ 1964
เมื่อฤดูกาลกีฬาหนึ่งจบลงจะมีกีฬาอื่นเริ่มขึ้นเขาจึงไม่มีฮอลิเดย์หยุดพักจนกระทั่งเขาเกษียรจากกีฬาหนึ่งที่เขาเล่นหลายอย่างอยู่
ไดสันเล่น 72 เกมให้ซิตี้(1951–61) ในการแข่งขันทั้งหมดเขายิงประตูได้ 29 โกล รวมถึงหนึ่งลูกในปี 1956 เอฟเอคัพรอบชิง ไม่มีใครหยุดศูนย์หน้าคนเก่งนี้ได้จนเขาขาหักถึง2ครั้งในฤดูกาลปี 1957–58
โจ ฮาร์ทเป็นนักบอลปัจจุบันที่อาจเป็นนักคริกเก็ตที่เก่งฉกาจคนหนึ่งได้ถ้าเขาไม่ได้เป็นนายทวารคนเก่ง
เขาเคยเล่นให้อังกฤษ นายทวารใส่เสื้อเลข.1 เขาเคยเรียน2ปีที่ Worcestershire Academy ซึ่งเขาเป็นโบวเลอร์ถนัดซ้ายที่ใช้ได้ดีในตอนเด็กอยู่
โจเล่นคริกเก็ตกับจอสส์ บัทเลอร์ที่เล่นให้อังกฤษอินเตอร์แนชั่นแนล
แซม คาววัน
แซม คาววันเป็นกองหลังให้ซิตี้ถึง 11 ฤดูกาล เคยลงเล่นถึง 400 ครั้ง
เขาเป็นกัปตันในปี 1933เอฟเอคัพชิงชนะเลิศที่หวดแข้งกับเอเวอร์ตัน แต่ทีมเขาแพ้ไปซึ่งเขาได้บอกกับ King George Vว่าทีมเขาจะ “กลับมาชนะในปีหน้า”
แน่จริงๆ, เดอะบลูส์หวนกลับมาคว้าแชมป์ได้ในปีถัดมาตามที่เขาบอกไว้
หลังจากออกจากซิตี้ คาววันเปลี่ยนเป็นคนฝึกกีฬาที่ไบรตันและตั้งสถานที่ปฏิบัติกายภาพบำบัดที่ประสบความสำเร็จซึ่งอยู่ใกล้สนามบอลเดอะซีกัลล์ส
ซิตี้ได้ถามเขาว่าต้องการเป็นผู้จัดการทีมในปี 1946หรือไม่ ซึ่งคาววันที่ยังคงอยู่ใกล้ไบรตันได้ตอบรับข้อเสนอนั้น
เขานำทางให้เดอะบลูส์เข้าสู่ดิวิชั่น2แชมเปี้ยนชิพ แต่การเดินทางบ่อยๆไม่เหมาะกับเขาดังนั้นเขาตัดสินใจกลับไปทำสถานที่ปฏิบัติกายภาพบำบัดเดิมที่เก่าอีกครั้ง
คาววันอาจจะเป็นผู้จัดการที่ประสบความสำเร็จหรือไม่, ไม่มีใครเดาได้...
โจ คอริแกน
‘บิ๊ก โจ’, เป็นชื่อที่รู้จักกันทั่วไปที่เมนโรด เขาเป็นนายทวาร 592 เกมให้กับซิตี้ตลอดการอยู่กับซิตี้ถึง 17 ปี
ในตอนต้นที่อยู่กับซิตี้คอริแกนลำบากหน่อยเพราะเขายังไม่ได้เป็นคนโปรดของแฟนๆ เพราะเขาไม่ค่อยมีความมั่นใจมีฟอร์มขึ้นๆลงๆ เขาจึงอยู่ในรายชื่อการซื้อขายตัวปี1974 แต่โจตั้งใจเล่นเพื่อพิสูจน์ให้แฟนๆเห็นถึงฟอร์มเล่นของเขาว่าเจ๋ง
เขาเล่นอย่างเอาจริงจังขึ้นและเก่งขึ้นมากจนอยู่ในระดับได้เลือกให้เล่นให้ทีมอังกฤษซึ่งเขาน่าจะได้เป็นอันดับหนึ่งที่ได้เล่นในทีมอังกฤษถ้าเขาโชคไม่ดีที่ยังมีคนอื่นให้เลือกอย่าง ปีเตอร์ ชิลตันและ เรย์ เคลเมนซ์ในช่วงเวลาเดียวกับเขา
แฟนๆที่เมนโรดรู้ถึงประสิทธิภาพของคอริแกนและได้โหวดให้เขาเป็นนักเล่นประจำปี-Player of the Year ใน 1976, 1978 และ 1980
ในสถานะการณ์ที่มีอเล็กซ์ วิลเลี่ยมส์และมีการท้าทายในต่างประเทศ คอริแกนจึงออกจากซิตี้ในปี1983ไปร่วมกับทีมซีแอทเทิลซาวเดอร์ส์ในอเมริกา
คีท เคอร์ล
ดาวเด่นเซ็นเตอร์แบ็คคีท เคอร์ลได้เซ็นสัญญาโดยปีเตอร์ รีดในฤดูร้อนปี 1991 ด้วยเงิน £2.5ล้าน – เป็นจำนวนที่ทำลายสถิติของอังกฤษในเวลานั้นที่จ่ายสำหรับกองหลัง
เขาเคยเป็นกัปตันของทีมวิมเบิลดันมาก่อนจึงได้เป็นกัปตันที่ใหม่ทันทีจัดโดยรีดและชนะใจแฟนๆจากความเก่งกาจในการเป็นผู้นำและเป็นกองหลังที่เก่งกาจ
เขาอาจไม่เก่งในการโหม่งลูกเหมือนกองหลังกลางอื่นๆของซิตี้ แต่เขาก็ลื่นไหล เฉียบคมไวและ และโชคดีที่ได้เล่นให้ทีมอังกฤษเพียง3ครั้ง (ทั้งหมด, ในการเล่นนั้นๆโดยบังเอิญไม่ได้เล่นตำแหน่งที่เขาถนัด)
“Curley-Wurley”,หรือไอ้หัวหยิกเป็นขื่อที่แฟนซิตี้เรียกเขา ต่อมาเขาไปร่วมอยู่กับทีมโวลฟ์ในปี1996หลังจากเล่นได้ประสบความสำเร็ว 5ปีที่เมนโรดและต่อมาอีกได้ย้ายไปร่วมทีมเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด
ขณะนี้เขาอายุ 51 ปีเป็นผู้จัดการให้ทีม คาร์ไลส์ล ยูเต็ด ในอดีตอยู่ในทีมแมนส์ฟิลด์, เชสเตอร์, ทอร์คีย์และน๊อตส์ เค้าน์ตี้..
เกล คลีชี่
หนึ่งในกองหลังชาวฝรั่งเศสเกล คลีชี่เข้าร่วมกับซิตี้โดยมาจากอาร์เซน่อลในฤดูร้อนปี2011และเขาอยู่ไม่ทันไรก็อยู่ในทีมที่กวาดถ้วยแชมป์ได้ในแมนเชสเตอร์
เกลได้ลงเตะตั้งแต่เริ่มเล่นมาตลอดยกเว้น10พรีเมียร์ลีกเกม ซึ่งทีมของโรเบอร์โต แมนชินี่คว้าถ้วยลีกนี้ไปได้ในปี2011/12เป็นการสิ้นสุดของ44ปีที่รอคอยถ้วยนี้ไปได้
การโอบกอดดีใจของเขากับโจ ฮาร์ทเมื่อนกหวีดเป่าจบการแข่งขันเต็มเวลาของเกมชิงแชมป์สู้กับคิวพีอาร์นับเป็นภาพสัญญลักษณ์ของวันที่น่าจดจำในประวัติศาตร์ของคลับ
แต่นั้นมากองหลังชาวตูลูสนี้ก็ร่วมเล่นกองหลังซ้ายคู่กับอเล็กซานดาร์ โคลารอฟ และถึงปัจจุบันนี้เขาลงเล่นมากกว่า 140 ครั้งให้ซิตี้ในการแข่งขันต่างๆทั้งหมด
เขาชนะเดอะลีกอีกครั้งหนึ่งในปี 2014และได้ยกแค็ปปิตอลวันคัพเป็นการเพิ่มขึ้นจากการที่เขาชนะได้ครองถ้วยเอฟเอคัพเมื่ออยู่กับเดอะกันเนอร์-อาร์เซน่อลมาก่อน
ฮาร์ท และ คลีชี่ : ฉลองดีใจสุดขีดในปี 11/12