เอลาโน่

เขาเป็นหนึ่งในนักเตะยอดนิยมในประวัติศาสตร์ของคลับเร็วๆนี้, เอลาโน่แสดงให้เห็นถึงฝีมือการเล่นได้สง่างามและการมีทักษะสูงของเขาทำให้บรรดาสาวกทั้งหลายยิ้มออกหลังจากต้องรอคอยแมตซ์ให้เริ่มเล่นในระยะสองสามปีในช่วงกลางๆศตวรรต 2000

นักเตะบราซิลนี้เข้าร่วมกับเดอะบลูส์โดยออกมาจากทีม ชัคห์ท่าร์ ดนเนทส์ โดยสเวน-โกรัน อิริคสันเป็นผู้เซ็นสัญญารับมาในช่วงก่อนที่จะเริ่มฤดูกาล 2007/08

เขาแสดงฝีมือให้ประจักษ์ทันทีด้วยการยิงประตูที่สุดเจ๋งหลายลูก อีกทั้งโชว์ลีลาเล่นที่มีอิทธิกับซิตี้ทีมโฉมใหม่ที่น่าตื่นเต้น

เอลาโน่ต่อมารู้สึกลำบากเล็กน้อยเพราะคู่ต่อสู้จ้องเขม็งในตัวเขามากขึ้น เพราะเขาเป็นหนึ่งในนักเล่นฉกาจของซิตี้ แม้ว่าเขาจะได้ลงเล่นน้อยลงภายใต้ผู้จัดการมาร์ค ฮิวส์, แต่เขาก็ยังคงยิงประตูได้ 18 ลูกในการลงเล่นทั้งหมด 80 ครั้งให้กับซิตี้

เขาออกไปซบทีมกาลาตาซารายในกรกฏาคม 2009 แต่เขายังคงเป็นที่รักอยู่ในความทรงจำถึงตอนที่อยู่กับซิตี้ เห็นได้จากในรายการ ต้องดู ของซิตี้ทีวีซึ่งเป็นสารคดีถ่ายทำในบราซิลที่ได้ออกสู่สายตาแล้วเมื่อต้นปีนี้

เมดอินบราซิล: เอลาโน่

ริชาร์ด เอจฮิล

ในที่สุดม่านก็ปิดฉากลงสำหรับ ริชาร์ด เอจฮิล ที่ได้ร่วมงานอันยาวนานกับซิตี้โดยเขากลายเป็นนักเตะฟรีในฤดูร้อนของปี 2002

กัปตันเก่าผู้นี้ตัดสินใจออกจากคลับไปที่อื่นหลังอยู่ร่วมในทีมเดอะบลูส์ถึง 14 ปี โดยเขาเข้าร่วมทีมตั้งแต่เป็นนักเรียนอายุเพียง 14 ปี

เขาต้องสู้เพื่อกลับมาเล่นจากการบาดเจ็บหลังจากที่เอ็นไขว้ขาดในปี 1995 แต่เขาก็ไม่ได้ลงเล่นอีกเลยจนปี 1997

แม้ว่าเขายิงประตูได้เพียง 1 ลูกในระหว่างที่อยู่กับเดอะบลูส์ ลูกโทษของเขาแม่นมากในการยิงแข่งกับจิลลิ่งแฮม ซึ่งช่วยให้ซิตี้ชนะไปพร้อมพุ่งทะยานขึ้นสู่ดิวิชั่น 1 

มันเป็นตลกโหดร้าย โดยที่หลังจากเขาต่อสู้เพื่อหวนกลับมาเล่นหลายครั้งจากการบาดเจ็บรุนแรง และในที่สุดเขาก็ชนะใจสื่อต่างๆ, ‘เอจจี้’ ผู้นี้ลาออกจากซิตี้หลังจากการเล่นครบ 207 ครั้ง

เอจฮิลเล่นต่อไปอีก 6 ปี โดยร่วมกับหลายทีมคือ วิแกน, เชฟฟิลด์ ยุไนเต็ด, คิวพีอาร์, แบร็ดฟอร์ด ซิตี้ และ แม็คเคิลฟิลด์ และแขวนบู๊ธในปี 2008

เขาออกหนังสือชื่อว่า “Once a Blue, Always a Blue” ในปีที่แล้ว และมักเป็นผู้นำทัวร์เที่ยวสำหรับ ”Legends Tours”


สเวน-โกรัน อิริคสัน

แม้ว่าเขาจะเป็นผู้จักการอยู่ไม่นาน แต่ชื่อของ สเวน-โกรัน อิริคสันยังคงทำให้คนยิ้มได้ที่แมนเชสเตอร์เขตนี้  

ซิตี้มีการก้าวหน้าขึ้นปีต่อปีจนได้ชนะคว้าแชมป์ในปี 2011/12 ซึ่งเป็นที่ถกเถียงกันว่าเพราะฝีมือของสเวนที่อายุ 60 ปีเป็นผู้จัดการในฤดูกาล 2007/08 คนนี้ที่ทำให้คว้าถ้วยมาครองได้

ชาวสวีเดนคนนี้เริ่มงานทันทีกโดยการเพิ่มตัวนักเตะโดยมีการซื้อตัวเล่นที่น่าสนใจมากมายอย่างไม่มีมาก่อนเข้ามาในคลับ คือ เอลาโน่, จาเวียร์ การ์ริโด, โรแลนโด เบียนชี่, เวแดรน คอร์ลูค่า, วาเลรี่ บอจิน็อฟ, มาติน เพโทร็ฟ และ เจโอวานนี่

ไม่มีใครนึกถึงว่า การซื้อตัวนักเล่นเข้ามาร่วมทีมนี้ทำให้ทีมเล่นเข้าขากันได้รวดเร็วและเดอะบลูส์ได้เข้าไปเล่นอยู่ในกลุ่มทีมเก่งอันดับต้นๆของพรีเมียร์ในฤดูใบไม้ผลิ

เรื่องเศร้า, ทีมไม่ได้เล่นอยู่ในกลุ่มเก่งของพรีเมียร์ได้นาน ทีมของสเวนเล่นฟอร์มร่วงลงทำให้หลุดตารางลีก และอดีตผู้จัดการอังกฤษนี้ถูกไล่ออกหลังจากการเล่นวันสุดท้ายที่แพ้ถึง 8-1 ไปให้กับมิดเดิลโบโร

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการคนนี้ยังคงอยู่ในหัวใจของบรรดาแฟนๆเพราะเขาเป็นผู้ที่นำทีมไปต้อนชนะแมนฯ ยูได้ทั้งสองขาเป็นครั้งแรกนับจากช่วง 1969/70

ยูไนเต็ด 1-2 ซิตี้: 2008

ยูโรเปี้ยนคัพ วินเนอร์ส์คัพ

ทัวร์นาเมนท์ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะและเกือบป้องกันเก็บตำแหน่งไว้ได้...

หลังชัยชนะเอฟเอคัพในปี 1969, ทีมของโจ เมอร์เซอร์ได้เข้ารอบโดยอัตโนมัติสำหรับยูโรเปี้ยนคัพ วินเนอร์คัพ(ปัจจุบันไม่มีแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียดาย)

ซิตี้เล่นชนะ แอธเลติก บิลเบา, เอสเค ลิเออร์ส, อะคาเดมิค่า โคอิมบร้า และชาลเก้ มุ่งเข้ารอบชิงชนะเลิศของการแข่งขันปะทะกับ กอร์นิค แซบร์เซอร์ ในเวียนนา

แฟนๆ 6,000 คนเดินทางไปดูแมตซ์นี้ที่ชนะอย่างสวยงาม 2–1 ถล่มทีมโปแลนด์ไปได้ โดยผู้ยิงประตูโทษคือ ฟรานซืส ลี และ นีล ยัง นับเป็นการชนะแรก – จนถึงเดี๋ยวนี้ – ของถ้วยยูโรเปี้ยน

ซิตี้เล่นเอาชนะทีมตรงข้ามต่างๆมาได้เหมือนเดิมในฤดูกาลต่อมา แต่ได้เข้ามาถึงแค่รอบรองชนะเลิศที่ต้องปะทะกับ เชลซี

สาเหตุทำให้ทีมย่ำแย่เพราะการบาดเจ็บของผู้เล่นต่างๆที่รวมถึง อลัน โอคส์, คอลิน เบลล์, ไมค์ ดอยล์, กลิน พาร์โดว์ และ ไมค์ ซัมเมอร์บี, ซิตี้พ่ายไปในขาแรก 1–0

ทอมมี่ บูธ และ โจ คอริแกน ไม่ได้ลงเล่นในการเล่นขาที่ 2 และทีมพ่ายไป 1–0 คารังที่เมน โรดซึ่งไม่แปลกใจเลย

ถ้ามีนักเตะแข็งแรงและมีครบคน ทีมของเมอร์เซอร์อาจจะชนะถ้วย คัพ-วินเนอร์ได้อีกครั้ง แต่ เรื่องเศร้า, เราไม่มีวันรู้ได้…

ยูโรเปี้ยนคัพ วินเนอร์ส์คัพ รอบชิงชนะเลิศ 1970

เอลวิส เดอะ อีเกิล

“เอลวิส เดอะ อีเกิล”, เป็นนกพลาสติกที่ห้อยต่องแต่งลงมาจากหลังคาของอัศจรรย์ใหม่ชื่อ คิพแพ็ค สแตน, อีกนามหนึ่งว่า “เอ็ดดี้” หรือ “ฮัดสัน ฮอว์ค” และยังมีชื่ออื่นๆอีก จะมีการห้อยนกไว้เพื่อป้องกันนกพิราบไม่ให้ทำรัง และไอ *อะแอ้ม* “สิ่งที่ทำให้รู้สึก” กับคนดูที่นั่งอยู่ข้างล่าง

มีคนคิดว่านกนี้จะนำโชคมาให้ที่เมนโรดหลังจากมีการนำมาใช้หลายปีมาแล้ว

นกเอ็ดดี้ย้ายมาแขวนที่ซิตี้ ออฟ แมนเชสตี้ สเตเดี้ยมเมื่อคลับย้ายไปที่นั่น แต่โชคร้ายที่ เควิน คีแกนปลดนกนี้ออกไป– นัยว่า สาเหตุเพราะผลการเล่นของทีมย่ำแย่ลง