L สำรับ...

เลส์คอทท์, โจลีออน

โจลีออน เลส์คอทท์ ยังคงอยู่ในอันดับสูงในใจของซิตี้แฟน เขาได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นนักเตะที่เก่งเยี่ยมยอดให้กับคลับในช่วง 5 ปีที่อยู่ร่วมกับเรา

เขาเริ่มเข้าวงการที่โวล์ฟเวอร์แฮมตัน วันเดอร์เรอร์ก่อนย้ายไปเอเวอร์ตันที่เขาเริ่มมีชื่อดังขึ้นจนเป็นหนึ่งในกองหลังกลางที่เก่งฉกาจที่สุดคนหนึ่งของประเทศ

การย้างรังของเขามาร่วมกับซิตี้ในปี 2009 เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากเอเวอร์ตันแฟนที่แสดงความไม่พอใจทุกครั้งที่มีการเล่นกับเดอะบลูส์ ซิตี้แฟนโต้กลับเตือนว่าโจลีออนมีแต่จะเล่นอยู่ในทีมที่มีอันดับสูงขึ้นในลีกมากกว่าอยู่กับทีมเก่า หรือชนะครองถ้วยมากกว่าเดิม  

เส้นทางการเล่นเด่นสุดของเลส์คอทท์มีการถกกันว่าน่าจะเป็นฤดูกาล 2011/12 ที่เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าเป็นกองกลังที่แข็งแกร่งสุดๆคู่กับ วินเซนท์ คอมพานี่ เพราะเดอะบลูส์ได้ชนะคว้าถ้วยรางวัลมาครองได้ในปีนั้น  

เวลาทีเขาร่วมอยู่ที่เอทิฮัดทำให้ได้ชัยชนะคว้าถ้วยรางวัลต่างๆคือ  พรีเมียร์ลีก 2 ครั้ง บวกกับแค็ปปิตอล วัน และ เอฟเอ คัพ อย่างละ 1 ครั้ง เขาได้ลงเล่นทั้งหมด 160 ครั้ง ยิงประตูเข้า 9 โกล

แฟนนิยมชมชอบเขามากในเรื่องการล้อเล่นกับ มิคาห์ ริชาร์ดส์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มีวันลืมเลือน และเขาได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นเมื่อเข้าร่วมอยู่ใน ‘บ้าน’ ตอนย้ายไปคลับใหม่คือ เวสต์ บรอม ตอนท้ายของช่วงแข่งขันปี 2014/15                

 

เลค, พอล

ได้ชื่อว่า ‘โรลส์-รอยซ์’ เป็นฉายาที่ให้กับมิดฟิลด์ พอล เลค, เพราะเขาเต็มไปด้วยคุณภาพและความสามารถคับถ้วย– ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปเล่นตำแหน่งใดก็ตาม  กองหลังเต็มตัว, เซ็นเตอร์-ฮาล์ฟ หรือ มิดฟิลด์กองกลาง – เลคจะเล่นได้ทุกที่และเล่นได้ในตำแหน่งนั้นๆเหมือนกับเขาเล่นได้เองตามธรรมชาติ

เขาเป็นที่ต้องการของหลายๆคลับและเกือบแน่นอนว่าจะได้เล่นทีมชาติอังกฤษในอนาคต, เลคต้องหยุดชะงักเพราะการได้รับบาดเจ็บและทนทรมานนานกว่านักบอลอื่นๆสมควรเป็นสำหรับอาชีพของเขา ความพยามที่เขาอดทนได้กับเอ็นหัวเขาที่ฉีกขาดเป็นความกล้าหาญและน่าภาคภูมิใจ, แต่กระบวนการรักษาที่ยาวนานหมายถึงว่าเขาไม่มีทางกลับมาเล่นได้อีก เขาเกิดใน เด็นตัน เป็นที่ยอมรับว่าเป็นดาวเตะยอดนิยมซึ่งได้ลงเล่น 134 ครั้งให้ซิตี้ ยิงเข้าประตูได้ 11 โกล

ถึงแม้ว่าจะมีการพยาม ‘ปฏิวัติหมุ่นเวียน’ ที่จะซ่อมเข่าของเขาหลายครั้ง, เลคเลิกเล่นย้ายไปทำกายภาย มีการแสดงความยกย่องสำหรัลนักเล่นนี้, โดยแฟนมากกว่า 25,000 คนไปดูการเตะมิตรภาพเพื่อเขาปะทะกับอเมริกาซึ่งเป็นวันเดียวกันที่ภรรยาเขาให้กำเหนิดลูกคนแรกแก่เขา      

เลค กลับมาทำงานกับซิตี้อีกในตำแหน่ง ทูตCITC ในช่วงหนึ่งและขณะนี้ทำงานให้พรีเมียร์ลีก – อัตชีวประวัติของเขา ‘I’m Not Really Here’ กลายเป็นหนังสือขายดีที่สุดและชนะได้รับหลายรางวัล

ลี, ฟรานซิส

ฟรานซิส ลี เซ็นสัญญากับซิตี้เมื่ออายุ 23 ในปี 1967 และกลายเป็นหนึ่งในนักเตะชั้นยอดของคลับระหว่างยุคทองของเดอะบลูส์

ซิตี้จ่ายเงินให้ โบลตัน วันเดอร์เรอร์ส 60,000 ปอนด์เป็นค่าตัวนักเตะร่างจิ๋วศูนย์หน้านี้และ บางทีเขาอาจเป็นตัวเติมเต็มให้ทีมจากในยุคของ โจ เมอร์เซอร์ และ มัลคอล์ม อาลิสัน เขาซัลโวลูกได้เจ็บปวดน่าดูมากเหมือนการยิงกระสุนปืนใหญ่, แฟนนี่ได้เป็นนักยิงประตูลูกโทษตัวเด่นของเมนโรด, ทำสถิติยิง 15 โกลใน 1 ฤดูกาล อีกทั้งยิงประตูเข้าชนะจากตัวเองหลายลูก– บางคนเชื่อว่า– เป็นการแกล้งล้ม (ไม่มีทาง!)

เขายังได้ฉายาชื่อเล่นว่า ‘Lee One Pen’ ได้ลงเตะ 321 ครั้ง ซัลโวได้ 143 โกล, เฉลี่ยสำหรับเขาเกือบ 1 โกลต่อทุกเกมถัดไปสำหรับซิตี้ แต่เขาถูกขายไปให้ ดาร์บี้ เค้าน์ตี้ในปี 1974 หลังจากตกลงกันไม่ได้ในเรื่องสัญญา  


โมโหที่ซิตี้ตัดสินใจขายเขาหลังจากการที่เขาเล่นให้คลับอย่างทุ่มเท, เขาเป็นแรงบันดาลใจให้ดาร์บี้เข้าสู่ดิวิชั่น 1 แชมเปี้ยนชิพ เขาจึงได้ยิงประตูสุดแรงน่าชมเมื่อได้มาปะทะกับซิตี้ โดยคนพากษ์บรรยายของ บีบีซี คือ แบรี่ เดวี่ส์เย้าแหย่คนดูว่า ‘ดูที่หน้าเขา! ต้องดูที่หน้าเขา!’

เขาหวนกลับมาซบที่เมนโรดอีกในช่วงกลางยุค-1990 และอยู่ในตำแหน่งประธานก่อนที่มีการเปลี่ยนงานในปี 1998 – แต่ไม่ใช่ก่อนที่เขาจะช่วยจัดการเรื่องการย้ายไปสเตเดี้ยมใหม่ในอิสต์แลนด์ส์ให้สำเร็จไปก่อน …