ติดตามเรื่องเรียงเป็นตับน่ารู้:

โอ็คส์, อลัน

เป็นนักเตะที่อยู่กับซิตี้ยาวนานคนหนึ่ง, อลัน โอ๊คส์เตะให้คลับด้วยพลังความสามารถเหนือชั้นน่าชมระหว่างปี 1958 และ 1976, ทำสถิติลงเตะมากถึง 669 ครั้ง

เขาเป็นที่รู้จักในนามว่า หนุ่มน่าเชื่อถือได้ ของซิตี้, โอ๊คส์เป็นนักเตะที่เงียบไม่โอ่ ซึ่งได้ถูกมองข้ามไปในการได้ร่วมเล่นในทีมชาติอังกฤษ  – สาเหตุเพราะเรื่องใหญ่สุดคือ เขาเล่นในตำแหน่งเดียวกับนักเตะยิ่งใหญ่แห่งตำนาน บ็อบบี้ มัวร์

สิ่งที่เด่นสุดของเขาคือสามารถวิ่งจากมิดฟิลด์นำลูกไปยาวถึงศูนย์หน้าได้เก่งกาจ, โอ๊คส์ยินดีที่จะนิ่งเงียบปล่อยให้คนอื่นเด่นดังกับสื่อโดยที่เขาเป็นจักรกลตัวเล่นสำคัญของทีมเมอร์เซอร์ในตอนปลายยุค 1960 และฝ่ายบริหารแสดงความสัตย์ในตัวโอ๊คส์โดยการแต่งตั้งให้เขาเป็นกัปตันทีมในฤดูกาลปี 1968–69

เขาได้มีชื่ออยู่ในการประกาศรายชื่อนักเตะทีมชาติ 40 คนไปร่วมการแข่งขันเวิร์ลคัพ 1970 แต่ถูกคัดออกไม่ได้อยู่ในรายชื่อของนักเตะทีมชาติที่เดินทางไปแข่งเวิร์ลคัพที่เม็กซิโกเมื่อมีการประกาศรายชื่อครั้งสุดท้าย

เขาเล่นดีสม่ำเสมอตลอดเส้นทางนักเตะของซิตี้ที่เมนโรด, เขาได้ชื่อว่าเป็น ผู้เล่นแห่งปี 1975, หลังจากนั้นอีก 1 ปีเขาลาจากซิตี้ไปอยู่กับทีมเชสเตอร์ในปี 1976, ซึ่งต่อมาเขากลายเป็นผู้จัดการ-ผู้เล่นของคลับหลังจากที่ได้เพิ่มสถิติการลงเล่นของเขาไปอีก 211 ครั้งให้กับจำนวนที่มีอยู่ ซึ่งรวมกันทั้งหมดแล้วสูงเป็นประวัติการณ์มากกว่า 900 ครั้ง 

ยิงลูกเข้าประตูตัวเอง

เดฟ ยิวอิง ถือครองสถิติสูงสุดไม่น่าเชื่อที่ไม่มีใครทำลายสถิติได้ ด้วยการยิงลูกเข้าประตูตัวเองมากถึง 10 โกลในชีวิตการเป็นนักบอลของเขา ไม่มีใครทำลายสถิติได้ใกล้เคียงสถิติที่เขาทำได้ซึ่งเป็น มงกุฏที่ไม่พีงปรารถนา

จอห์น แม็คทาวิช ยิงลูกเข้าประตูตัวเองไป 3 โกลจาก 4 เกมในเดือนพฤศจิกายน 1959 โดยที่ เดริค คีแวน และ สตีฟ แม็คเคนซี่ทั้งคู่ยิงเข้าประตูตัวเองทั้งด้านตัวเองและฝ่ายตรงข้ามให้เดอะบลูส์ในแมตซ์เดียวกัน; เคแวน ทำให้แพ้ไป 4–3 ที่ไปปะทะกับ ชาร์ลตัน ในปี1964 และ แม็คเคนซี่ทำลูกเข้าประตูตัวเองถึง 2 ลูกอย่างไม่น่าเป็นไปได้ในการดวลกับ มิดเดิลโบโร่ ปี1980 โดยจบเกมเสมอกัน 2–2

หนึ่งในลูกยิงเข้าประตูตัวเองที่ดังเป็นพลุที่สุดและเป็นลูกที่สร้างความเจ็บปวดที่สุด คือลูกที่ ทอมมี่ ฮัทชิสันโหม่งเข้าประตูทำให้ซิตี้นำไปก่อน 1–0 ในปี 1981ของแมตซ์ชิงแชมป์เอฟเอคัพ แต่เมื่อสเปอร์สเตะลูกฟรีคิคมาชนเขาและกระเด้งผ่านมือนายทวาร โจ คอริแกนของเขาเข้าไปตุงในตาข่ายจึงทำให้เขาเป็น นักเตะคนเดียวที่ทำประตูได้ทั้ง 2 ฝั่งในแมตซ์ชิงแชมป์เอฟเอคัพ – สถิติบันทึกไว้นี้ไม่มีใครทำได้อีกเลย มาดูกันเลยกับทั้ง 2 ลูกที่ทอมมี่ สร้างสถิติไว้ในวันนั้น...

ประวัติศาตร์ของเดอะบลูส์อาจเปลี่ยนไปถ้า เดฟ วัทสันไม่ได้ยิงเข้าประตูตัวเองอย่างน่าเกลียดผ่านมือนายทวารตัวเองไปกลิ้งในตาข่ายในขณะที่เหลืออีกเพียง 2 นาทีจะจบแมตซ์สุดสำคัญที่ชนกับลิเวอร์พูลโดยซิตี้นำมาตลอดที่ 1–0 และทำให้ทีมสีแดงของเมอร์ซีย์ไซต์ได้ชัยชนะครองถ้วยไปในอีก 5 เดือนต่อมาเพราะมีแต้มมากว่าเดอะบลูส์  ตำแหน่งจะเปลี่ยนเป็นตรงกันข้าม ถ้าไม่ใช่โชคร้ายที่เกิดความผิดพลาดจากวัทสัน และซิตี้จะได้เป็นแชมป์ครองถ้วยเป็นครั้งที่ 2 ใน 8 ปี

หนึ่งในลูกยิงเข้าประตูตัวเองที่สุดฮาน่าดูสนุกสนานสุดๆของประตูตัวเองที่เคยยิงกันมาคือ ในแมตซ์มิตรภาพเป็นเกียรติสำหรับ เบิร์ต เทร้าท์แมนน์ และเป็นแมตซ์ร่วมทีมของนักเตะซิตี้และแมนฯ ยูไนเต็ดรวมกันเล่นปะทะกับทีมอินเตอร์เนชั่นแนลรวม 11 คน มีผู้ชมมากกว่า 48,000 คน ข้างยูไนเต็ดมี มัวรีซ เซ็ทเทอร์สที่ลงเตะอยู่ในเสื้อผ้าสีฟ้าเป็นครั้งแรกครั้งเดียว, เขารับลูกได้และวิ่งตรงไปด้านตัวเองที่มีนายทวารเทร้าท์แมนน์เฝ้าประตูอยู่  แล้วเซ็ทเทอร์สก็ยิงเข้าประตูตัวเองผ่านมือชาวเยอรมันเทร้าท์แมนน์ไปอย่างสวยงาม เขาอธิบายว่า เนื่องจากเขาไม่เคยสามารถยิงประตูผ่านมือนายทวารเทร้าท์แมนน์ได้เลย และแมตซ์นี้เป็นการเล่นครั้งสุดท้ายของเทร้าท์แมนน์แล้ว ‘ผมทนไม่ไหวต้องยิงประตูให้ได้สักครั้ง!’ เขาแถลงดังนั้น

ที่ผ่านมาเร็วๆนี้ ‘ลูกเข้าประตูตัวเองคลาสสิก’ ที่ยิงโดย เจมี่ โพลล็อค ปะทะกับ คิวพีอาร์ ในเกมก่อนเกมสุดท้ายของฤดูกาล 1997/98 – เป็นที่รู้จักขว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในลูกเข้าประตูตัวเองสุดจ๊าบที่สุด! ซิตี้ต้องแพ้ไปในแมตซ์ซึ่งหมายถึง คิวพีอาร์มีแต้มพอที่อยู่ในอันดับมีสถานะปลอดภัย ซึ่งเพราะผลลัพธ์มาจากการยิงเข้าประตูตัวเอง, โพลล็อคถูกโหวดว่าเป็น ‘ผู้ที่มีอิทธิพลที่สุดของอดีตที่ผ่านมาในรอบ 2000 ปี’ จากโพลของอินเตอร์เน็ตโดย คิวพีอาร์แฟน

คุณพิจารณาดูเอง...

ยังมีอีกหลายเรื่องของ 

เอเลียคิม แมนกาล่า

ที่ยิงลูกเข้าประตูตัวเองในการปะทะกับฮัลล์ ซิตี้ในฤดูกาลที่แล้ว ; ริชาร์ ดันน์ ยิงเข้าประตูตัวเองจากรัศมี 25 หลาที่ดวลกับเวสต์ บรอมวิชในปี 2004/05 รวมถึง ปีเตอร์ เคร้าช์ ยิงลูกสำคัญเข้าประตูตัวเองในการดวลแข้งกับท็อทแน่ม เป็นเหตุให้ซิตี้ลอยลำเข้ารอบสำหรับแชมเปี้ยนลีกส์เป็นครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม 2011 – บวกกับเรื่องที่ไม่มีใครลืมได้คือ วินเซ็นต์ คอมพานี่ยิงเข้าประตูตัวเองอย่างไม่น่าให้อภัยในแมตซ์แข้งชนแข้งกับฟูแล่มปี 2013