ดาวเด่นอาร์เจนติน่านี้ยิงประตูได้ถึง 108 โกลจากการลงเตะไป 166 แมตซ์ให้กับเดอะบลูส์ ทำให้เขาไต่เต้าขึ้นไปทาบทำเนียบดาวซัลโวอย่างรวดเร็ว และถ้าเขายิงประตูได้ดกเหมือนกับฤดูกาลที่แล้ว เขาจะพุ่งทะยานขึ้นไปมีชื่อเป็น 1 ใน 10 ของดาวซัลโวสุดยอดของคลับทันที
คุนต้องยิงประตูได้อีก 22 เม็ดจึงจะเข้าไปอยู่ในรายชื่อสุดยอดดาวซัลโวได้ และถ้าเขายิงทะลวงได้เยอะเท่ากับที่ทำได้ในปี 2014/15, เขาจะกระโดดขี้นครองอันดับ 7 ได้เลย และนี่จะเหลืออีกเพียง 1 ฤดูกาลของฟอร์มแม่นฉมังที่เขาจะต้องทำให้ได้เพื่อจะมีชื่อจารึกไว้ในสมุดแห่งประวัติศาสตร์เดอะบลูส์ร่วมกับเอริค บรุ๊คที่ครองอันดับ1ปัจจุบันอยู่จากโซโล่ได้ถึง 178 โกล– แม้จะมีการถกกันว่าลูกที่เขายิงเข้าลงทะเบียนไว้ด้วยในปี 1939/40 ที่ขย้ำชนะเลสเตอร์ ซิตี้ไปจะใช้นับอยู่ด้วยหรือต้องลบออกไม่นับรวมก็ตาม
โรคระบาดที่เกิดในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นผลทำให้มีการแข่งขันเพียง 3 เกมในฤดูกาลนั้นโดยไม่มีการเล่นฟุตบอลลีกอีกเลยจนถึงปี 1945 ด้านอาเควโร่มีช่องทางที่จะทาบท้าทายบรุ๊คได้, แต่ก็เหมือนกับได้ประโยชน์ในตัวเลยถ้าเขายิงประตูได้อีกเพียง 2-3 ลูกที่จะทำให้ไต่ขึ้นไปทาบกับอันดับ6 คือ ฟรานซิส ลีที่ได้ซัลโวไป 148 ประตู
ครองอันดับเหนือลีขึ้นไปอีกที่ได้ประตูไล่เลี่ยกันคือ บิลลี่ เมอเรอดิท, โจ เฮย์ส (ทั้งคู่ซัดได้ 152 เม็ด) และ คอลิน เบลล์ฟาดไปได้ 153 โกล แล้วมาถึงอีกคนคือ ทอมมี่ จอห์นสัน(166) และแล้วมาถึง บรุ๊คที่ครองแชมป์อยู่ดักหน้าคุนและคนอื่นๆ
เซอร์จิโอ้ ได้รับรางวัลจาก 6 รายการที่ลงบันทึกไว้แล้วที่รวมถึง ยิงได้โกลมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก(79), ยิงได้โกลมากที่สุดในการแข่งขันยูโรเปี้ยน(19), ยิงได้โกลมากที่สุดในแชมเปี้ยนส์ลีก(19) และยิงได้โกลมากที่สุดของฤดูกาลพรีเมียร์ลีก (26)
เขาซัลโวได้ 6 ลูกในแต่ละแชมเปี้ยนส์ลีกถึง 2 ครั้ง – มีสถิติบันทึกไว้อื่นๆอีก – ในปี 2013/14 และ 2014/15 เขาทำสถิติไว้ในการยิงประตูพรีเมียร์ลีกเกมเดียวได้มากที่สุด(4) และทำสถิติคล้ายกันนั้นได้อีกในแชมเปี้ยนส์ลีก (3 – ได้เท่ากับ อัลวาโร่ เนเกรโด้)
ในระดับอินเตอร์แนชั่นแนล, เซอร์จิโอ้ติดอันดับที่ 5 ในยอดดาวซัลโวตลอดกาลของอาร์เจนติน่าและตอนนี้สถิติเขายิงประตูได้น้อยกว่า ดิเอโก้ มาราดอน่า เพียง 5 โกล – ถึงกระนั้นเขาก็ยังห่างไกลอีกมากที่จะทาบรัศมี (27 รวมทั้งหมด) ของจ่าฝูง การเบรียล บาทิสตูท่า กลุ่มสุดยอดน่ายกย่องโด่งดังแท้จริง