ซาเมียร์ นาสรี, วีลฟรีด โบนี่, เกล คลิชี่, ฟาเบี้ยน เดล์ฟ, เอเลียคิม มังกะล่า และ วินเซนต์ คอมพานี่ จะไม่ได้ลงเตะในการดวลปะทะรายการแชมเปี้ยนส์ลีก, แต่โจ ฮาร์ท์ และ เดวิด ซิลบาได้ร่วมเดินทางไปเยอรมันนีพร้อมๆกับเพื่อนร่วมทีมที่เหลือทั้งหมดแล้ว
ขาดกัปตันทีมไปเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเดอะบลูส์, แต่เพลเลกรินี่เน้นชัดว่า นักเตะเพียงคนเดียวไม่มีผลต่างอะไรนักกับการชนะหรือแพ้
หัวหน้าใหญ่บอกกับนักข่าวเมื่อแถลงข่าวว่า: “แน่นอนที่วินเซนต์เป็นนักเตะคนสำคัญมาก, เขาเป็นกัปตันของเราและเขาฟอร์มดีตั้งแต่ต้นฤดูกาลแล้ว, แต่ผมไม่คิดว่าขาดนักเตะคนหนึ่งไปจะร้ายแรงนักหนา
“เราเคยชนะ 6 แมตซ์ที่แล้วติดต่อเรียงกันไม่ขาดสายมาในฤดูกาลที่แล้วโดยไม่มีวินเซนต์ ผมคิดว่าเพราะจำนวนนักเตะของเราบาดเจ็บกันมากมายนี่นับว่าเป็นเรื่องสำคัญมากกว่า เรามีทีมนักเตะที่แกร่งฉกาจแต่มันไม่ง่ายนักเมื่อมีการเกิดเรื่องบาดเจ็บทีเดียว 11 คน [พร้อมกันเลย]”
หลังจากต้องปวดใจกับการพ่ายแพ้เมื่อดวลกับยูเวนตุสในรอบแบ่งกลุ่มเป็นการเปิดเกมแรกแล้ว ผู้จัดการและนักเตะต่างๆก็ต้องการมากที่จะได้รับชัยชนะในการปะทะกับโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค, ซึ่งเป็นทีมที่ได้แพ้มวยไปในการดวลเกมแรกเมื่อปะทะกับเซบีย่า
อย่างไรก็ตาม, มานูเอลก็ย้ำว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับศัตรูทีมแกร่งเพื่อเอาชนะคว้า 3 แต้มมาครอง
เขาเพิ่มอีกว่า: “ผมคาดหวังว่าจะเป็นเกมมันส์เมื่อต้องสู้ปะทะกับคลับใหญ่มากๆ เราต้องการเรียกคืนพ้อยท์ที่ตกไปเมื่อตอนเป็นเจ้าบ้าน, แต่เราต้องเล่นอย่างมีประสิทธิภาพสูงมากๆ แม้มันจะไม่ใช่รายการชิงแชมป์แต่ก็เป็นเกมสำคัญมากสำหรับเรา”
เฒ่าชิลีก็ยังคิดในทางบวกกับสถิติเร็วๆนี้ของซิตี้ที่เล่นในยุโรป, เขาชี้ให้เห็นว่าทีมของเขาได้เข้าเล่นไปจนถึงรอบ 16 ทีมมาตลอดทั้ง 2 ปีที่ผ่านมา และเคยโดนถูกจับฉลากสุดลำเค็ญเจอกับบาเซโลน่าทั้ง 2 ครั้งเลย
“ผมไม่คิดว่าเราจะตกรอบไปในยุโรป,” เพลเลกรินี่กล่าวไว้ “เราได้เข้ารอบน็อคเอ้าท์ทั้ง2ฤดูกาลที่ผมทำงานอยู่ที่นี่เลย และเราต้องแพ้ให้กับบาเซโลน่าที่เป็นทีมเก่งที่สุดของโลกไป
“เราเคยขยี้บาเยิร์น มิวนิคไปถึง 2 ครั้ง ฤดูกาลที่แล้วเราชนะทั้ง 2 เกมที่ป๊ะหน้ากับบาเยิร์น มิวนิคและ โร่ม่า ดังนั้นเรารู้ดีว่าจะต้องทำอย่างไร ฤดูกาลนี้เราแพ้ยูเวนตุสไป – ที่นับว่าเป็นเกมประหลาด”
หัวหน้าใหญ่นั่งติดกับเควิน เดอ บรอย์นไปจนตลอดการให้ข่าวกับสื่อเกี่ยวกับพรี-แมตซ์, และเขาก็อวยเต็มที่เลยให้กับนักเตะสัญญาใหม่สุดคนนี้, ที่มีแฟนๆและสื่อเฟี้ยวฟ้าวกันยกใหญ่ก้บผลงานของเราเมื่อเร็วๆนี้
หนุ่มเบลเยี่ยมนี้ได้ซัดประตูได้ทุกครั้งใน3แมตซ์สุดท้ายของซิตี้, แถมยังเพิ่มความกดดันมากขึ้นในการโจมตีให้กับศัตรู จึงทำให้เขาได้รับเสียงปรบมืออวยให้อย่างมากมายเหลือเฟือเลยสำหรับฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตาม, มานูเอลเชื่อใจว่า เดอ บรอย์นจะเก่งขึ้นอีกมากถ้าได้ลงเตะและฝึกเทรนนิ่งตีคู่ร่วมกับเพื่อนร่วมทีมระดับเวิร์ลคลาสใหม่ๆของเขา
มานูเอลหวนย้อนกลับไปว่า: “อาจจะเป็นเพราะเขาต้องลงแข่งทันทีก่อนที่เขาพร้อมเต็มที่, และมันจะเป็นประโยชน์ดีถ้าเขาได้ร่วมเตะกันมากกว่านั้นกับเพื่อนในทีมก่อนที่จะลงเตะจริง, แต่เขาก็ได้เรียนรู้รับคำตอบจากเตะจริงในสนามเลย
“เขาเป็นนักเตะมีเทคนิคดีมากๆ, และการได้เล่นกับเดวิดและยาย่าจะช่วยให้เขาได้พัฒนาขึ้นมาเป็นนักเตะที่แกร่งกว่าเดิมอีก”
เดอ บรอย์นยอมรับว่าเขาแปลกใจนิดหน่อยที่ได้ร่วมกับทีมรวดเร็วมาก, แต่เขาก็พร้อมที่จะแสดงศักยภาพเดิมไว้และยังได้ปรับปรุงฟอร์มเฟี้ยวจัดที่ทำให้เขาได้รับเสียงอวยสนั่นไปทั่วพรีเมียร์ลีก
เควินได้เผยว่า: “ผมคิดว่าที่ผมได้เข้าร่วมอยู่ในทีมลงสนามได้อย่างรวดเร็วขึ้นกว่าเดิม ก็เพราะปัญหาเรื่องนักเตะของเราบาดเจ็บมากหลายคน, แต่ผมก็พยามเล่นให้เข้ากับระดับที่นักเตะของซิตี้ต้องการ เกมแรกที่ผมเล่นก็ใช้ได้แต่ผมต้องคงฟอร์มแกร่งไว้ให้ได้และเล่นให้ดีกว่าเดิมอีกถ้าเป็นไปได้
“ดีมากเลยที่ซัลโวประตูได้ แต่จริงๆแล้วผมชอบให้ชนะมากกว่า เราจำเป็นต้องได้ผลลัพธ์ชนะและแล้วจึงมาดูกันว่าจะเป็นอย่างไรกับเกมอื่นๆ”
หนุ่มวัย 24 ปีปรับตัวได้อย่างดีเกือบไม่มีที่ติเลยหลังจากที่ย้ายออกมาจากโวล์ฟเบิร์ก, แต่ดาวมิดฟิลด์นี้คิดว่าไม่มีอะไรแตกต่างกันมากนักระหว่างเล่นในพรีเมียร์ลีกและบุนเดสลีก้า – ซึ่งเขาเชื่อว่าทั้งสองลีกนี้เป็นลีกที่ดีที่สุดในโลก
นับว่าเขาเป็นหนึ่งในนักเตะระดับเซียนของโวล์ฟเบิร์ก, ตอนนี้เขากำลังเรียนรู้จากหนึ่งในทีมชื่อดังดีที่สุดของอังกฤษและของโลกแห่งฟุตบอล
“ผมไม่คิดว่าจะมีความแตกต่างกันมากกับบุนเดสลีก้า, อาจจะมีอะไรคล้ายๆกันมากกว่า คุณจะต้องกล้าแกร่งอึดแรงเพื่อเอาชนะทุกเกมให้ได้, และแม้แต่กับคลับเล็กๆก็ตามคุณต้องชนะให้ได้100% ผมเชื่อว่านั่นจึงทำให้สองลีกนั้นเป็น2ลีกที่ดีที่สุดในโลกตอนนี้
“ผมรักความทรงจำต่างๆของตอน 1 ½ ปี[ที่อยู่ในเยอรมันนี], การชนะเดอะโพคาลและซุปเปอร์คัพ รวมทั้งเป็นนักฟุตบอลแห่งปีด้วย
“เรามีหลายคนที่อายุแก่กว่าผมที่แมนเชสเตอร์ซิตี้ แต่ที่โวล์ฟเบิร์กผมเป็นหนึ่งในนักเตะประสบการณ์สูงกว่าคนอื่น, ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปรกติที่ผมได้ตำแหน่งหัวหน้าที่นั่นแต่ผมจะพยามทำงานในหน้าที่ผมให้ดีที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้ ”