จบเกมอย่างฉุนเฉียวสำหรับผู้จัดการชาวชิลี หลังจากที่ทีมตัวเองภายแพ้ให้กับ จิ้งจอกสีน้ำเงิน ที่เป็นตัวเต็งของพรีเมียร์ลีก อย่าน่าผิดหวัง
ที่น่าเสียดายที่สุดสำหรับผู้จัดการวัย 62 นี่คือ ความจริงที่ว่า แมนฯ ซิตี้ แต่ยังไงก็ตาม เปเยกรีนี ยังมีหัวใจนักกิฬา ชื่นชมว่า เลสเตอร์ผู้มาเยือนเล่นได้อย่างสมเกียรติ
เปเยกรีนีกล่าวกับนักข่าว “ผมไม่คิดว่ามันยุติธรรมที่จะหาข้ออ้างสำหรับการภายแพ้”
“มีหลายอย่างที่ผิดพลาด เราแข่งกับทีมที่เก่งมาก”
“มันยุติธรรมที่จะชื่มชมทีมผู้ชนะ เค้าเล่นได้ดีในเวลาที่เหมาะเจาะ และเราเองก็ต่อต้านไม่ดี โดยเฉพาะการปล่อยให้ยิงลูกโทษเข้าได้ตั้งสองลูก”
“นอกเหนือจากนั้น เราก็ไม่ได้สร้างโอกาสให้ตัวเองซักเท่าไร”
“ผมคิดว่าแนวรับเราไม่ดีเอาซะเลย ผมไม่บ่นเกี่ยวกับการกระทำต่างๆ ในเกม ผมแค่บ่นว่าวันนี้เราเล่นไม่ดียังไง”
“พวกเรามีโอกาสที่จะกอบกู้ตำแหน่งในเกมที่บ้าน แต่ตอนนี้เรากลับกลายเป็นอยู่ 6 แต้มข้างหลังเลสเตอร์ ตอนนี้เรามีอีก 39 แต้มให้เล่น เราต้องตั้งใจเกมต่อเกมเพื่อที่จะชนะ สเปอร์สให้ได้ และเราก็ต้องรอดูเกมระหว่าง อาร์เซนอล กับ เลสเตอร์ เพราะฉะนั้น อะไรๆ ก็เกินขึ้นได้”
“แต่ยังไงก็ตาม นี่คือการภายแพ้ที่เราไม่ได้คาดคิด”
แมนฯ ซิตี้ โดนหนักอีกรอบเมื่อนักเตะ เดวิด ซิลบา เดินกระเผลกออกจากเกมเนื่องจากปัญหาข้อเท้าที่ยังไม่หายดี
นั่นก็หมายความว่านักเตะชาวสเปนต้องแข่งกับเวลา และหวังให้ข้อเท้าหายให้ทันเกมระหว่างสเปอร์สในวันอาทิตย์
ถ้าซิลบาพลาดเกมนี้ขึ้นมา แมนฯ ซิตี้อาจจะโดนทิ้งให้เหลือนักเตะตัวสำคัญแค่ 13 คน เพื่อสู้กับ ท็อตแน่ม
“ข้อเท้าข้อเดิมของซิลบาพลิก” เปเยกรีนีกล่าว
“ผมคิดว่ามันคงยากที่เค้าจะหายเร็วๆ นี้ แต่เราต้องรอดูอีกทีในสุดสัปดาห์
“ในฟุตบอล ทุกอย่างสามารถเปลี่ยนพลิกผันได้ทุกสัปดาห์ เราไม่ได้อยู่ในช่วงที่ดีที่สุดของเรา เรามีนักเตะแข็งแรงแค่ 14 คน และเราต้องเตะหลายเกมมาก เพราะฉะนั้น เราต้องลุกขึ้นยืนใหม่ให้ได้เร็วๆ หลังจากการภายแพ้ครั้งนี้
ผลการแข่งขันอาจทำให้เกจิหลายคนสงสัยว่าจะสามารถเรียก เลสเตอร์ ซิตี้ ว่าเป็นตัวเต็งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้หรือไม่
มานวยล์ มีข้อคิดให้กับความเห็นนี้ว่า “ถ้า เลสเตอร์ ยังเล่นได้อย่างนี้ไปเรื่อยๆ ละก็ มันก็แน่อยู่แล้วที่เค้าจะใช่ (ตัวเต็ง) แต่มันยังมีอีกตั้ง 13 เกมเพราะฉะนั้นมันยากมากๆ ที่จะคาดเดาอนาคต”