กัปตันวินเซนต์ คอมพานี่ ประกาศลั่นโลก "ไม่มีทางที่เราจะล้มเลิก"

นี่คือข้อความของวินเซนต์ คอมพานี่ หลังจากซิตี้ถูกสเปอร์เฉือน 2-1 ที่เอทิฮัด สเตเดี้ยม ในคืนวันอาทิตย์

แดนหลังคนสำคัญของซิตี้ได้ประกาศชัดเจนหลังจบการแข่งขันในเกมนี้ว่า ทีมของเขายังคงมุ่งมั่นคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ต่อไป

แชมป์ไม่ได้ประกาศในเดือนกุมภาพันธ์ในช่วงที่ใกล้จะถึงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล 2015/16 มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้นกับการชิงแชมป์พรีเมียร์ ลีก



2011/12: คนอื่นคิดว่ามันจบสิ้นแล้ว…

ในฤดูกาล 2011/12 ในวันที่ 8 เมษายน ที่เอมิเรสต์ สเตเดี้ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลได้ให้คำอธิบายไว้ว่า “ไม่มีทางที่จะกลับมาได้แล้ว” หลังจากที่ซิตี้สิบนายพ่ายต่ออาร์เซนอล 1-0 ทำให้ห่างกันแปดแต้ม 

แต่ในเอทิฮัด สเตเดี้ยม กลับเกิดปรากฎการณ์พิเศษขึ้นโดยแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้โต้กลับข้อความนี้ว่า ทุกสิ่งยังไม่จบสิ้น

เรือใบสีฟ้าถล่มเวสต์ บรอม 4-0  หลังจากนัดที่ปราชัยต่อปืนใหญ่ ในคืนเดียวกับที่เพื่อนบ้านคู่ปรับ ยูไนเต็ดถูกไวแกนกำราบที่สเตเดี้ยม DW นี่เองคือการจุดประกายให้ชาวเรือใบสีฟ้าสดชื่นขึ้นทันทีทันใด ตามด้วยซิตี้เผารังนอริช 6-1 ทำให้เกิดประตูที่แตกต่างขึ้นมา

ในวันอาทิตย์ที่ 22  เมษายน เอฟเวอร์ตันปราบพยศยูไนเต็ด 4-2 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ในขณะที่เหลือแปดนาที นิกิคา เจลาวิค และสเตฟาน เพียนาร์ ก็ได้ไล่ตามมาเอาชนะ

นี่เองที่ทำให้เรือใบสีฟ้าได้มีโอกาสคุมชะตาชีวิตของตัวเอง อีกทั้งยังจัดการวูลฟ์ไปด้วยสกอร์ 2-0 

และคืนที่ไม่มีแฟนคนใดลืมเลือนเมื่อคอมพานี่โหม่งประตูชัยให้ซิตี้เอาชนะยูไนเต็ดในขณะที่เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุมบังเหียน โดยเรือใบสีฟ้าทะยานขึ้นไปนั่งแท่นจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก ในขณะที่เหลือเพียงสองนัดสุดท้าย

ยาย่า ตูเร ก็ได้ดันให้ซิตี้มีชัยเหนือนิวคาสเซิลที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค ก่อนที่เซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ ได้ลั่นไกในช่วงทดเวลาเจ็บสอยแชมป์พรีเมียร์ ลีก มาให้ชาวเรือใบสีฟ้าเฮฮากันทั่วโลก

แม้ว่าดูเหมือนซิตี้จะหมดอนาคตในช่วงต้นเดือนเมษายนแล้ว แต่การแผลงฤทธิ์จนหยดสุดท้ายและความมั่นคงทางจิตใจในการต่อสู้ให้ถึงที่สุดก็ได้ทำให้พวกเขาขึ้นครองแชมป์พรีเมียร์ ลีก อย่างสง่างามและไม่มีวันลบเลือนไปจากใจสาวกผู้ภักดีทุกผู้ทุกคน

ดังนั้นชาวเราอย่าเพิ่งหมดหวัง อย่าเพิ่งหมดศรัทธาแมนเชสเตอร์ ซิตี้ พวกเราเคยเป็นแชมป์และหมายมั่นจะทวงบัลลังก์คืน



2013/14: สู้ทั้งตัวและหัวใจ…

แม้ว่าฤดูกาลนี้จะไม่ดราม่าเท่ากับฤดูกาลที่กล่าวมาข้างตัน แต่ซิตี้ก็มีเจ็ดแต้มห่างจากลิเวอร์พูลในช่วงโค้งสุดท้าย หลังจากที่ซิตี้ปราชัยที่แอนฟิลว์ 3-2

แถมนัดต่อมา ซามีร์ นาสรี เก็บหนึ่งแต้มให้ซิตี้ด้วยการยิงตีเสมอซันเดอร์แลนด์ในช่วงท้ายเกมที่เอทิฮัด สเตเดี้ยม

อย่างไรก็ตาม ซิตี้เอาชนะห้าเกมสุดท้ายต่อเวสต์ บรอม,คริสตัล พาเลซ,เอฟเวอร์ตัน,แอสตัน วิลล่า และเวสต์ แฮม

แต้มที่ได้มาและการยิงกระจายในฤดูกาลนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้ซิตี้ครองบัลลังก์พรีเมียร์ ลีก เป็นครั้งที่สองในรอบสามปี รวมทั้งยังได้ชูถ้วยแคปปิตัล วัน คัพ เป็นดับเบิ้ลแชมปฺ์ ในสมัยแรกของการกุมบังเหียนของมานูเอล เปเยกรินี่ ด้วย

Parade

2015/16: เกมนี้ยังไม่โอเวอร์

ในฤดูกาล 2014/15 แม้ซิตี้จะเสียแชมป์ไปแต่พวกเขาก็เอาชนะในหกนัดสุดท้าย

มาดูฤดูปัจจุบันกันบ้าง ซิตี้เหลืออีก 12 เกมสุดท้ายในพรีเมียร์ ลีก สามนัดปะทะกับหกทีมท็อป ได้แก่ เซาท์แฮมตัน และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมทั้งอาร์เซนอลในโฮมเกมนัดสุดท้าย

สี่เกมปะทะกับหกทีมที่อยู่ท้ายตาราง โดยจะต้องปะทะเชลซีที่ขณะนี้พัฒนาตัวเองมามากแล้ว

นัดสุดท้ายของฤดู 2015/16 จะต้องไปเยือนสวอนซีในวันอาทิตย์ที่ 15 พ.ค. ที่ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม

หลังจากซิตี้พ่ายสเปอร์ไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา(14 ก.พ.) พวกเขายังมีอีก 36 แต้มรออยู่ข้างหน้า หากคุณลังเลสงสัยในซิตี้ ขอให้คุณอ่านวาทะของกัปตันคอมพานี่ ที่นี่ แล้วคุณจะได้รู้ถึงจุดยืนของทัพเปเยกรินี่

อย่าลืมม็อตโต้ของเรา “เราคือแมน ซิตี้ เราจะสู้จนหยดสุดท้าย (We are Man City, we fight to the end)”