หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ว่าฝรั่งเศสคงจะคว้าแชมป์ในแผ่นดินของตนได้สำเร็จ โดยดูจากฟอร์มการเล่นในทัวร์นาเมนต์นี้ และตามสถิติที่เคยปะทะโปรตุเกส ครั้งหลังสุดในปีค.ศ.1975 ตราไก่ก็คว้าชัยมาได้แม้จะผ่านมาสี่สิบปีแล้ว แต่ตราไก่ก็เป็นตัวเต็งในรายการนี้ ในขณะนี้โปรตุเกสผ่านรอบแรกมาได้แบบหืดขึ้นคอทำได้แค่แต้มเสมอจากสามนัด ด้วยการเสมอไอซ์แลนด์ ออสเตรียและฮังการี ตกไปอยู่ที่สามของกลุ่มเอฟ โปรตุเกสเพิ่งจะมาผงาดในรอบน็อคเอาท์ด้วยการเอาชนะโครเอเชียในช่วงต่อเวลา 1-0 และมาดวลจุดโทษชี้ชะตากับโปแลนด์ 5-3 ตามด้วยกำจัดม้ามือเวลส์ 2-0 ในรอบเซมิไฟน่อล
อย่างไรก็ตาม นัดนี้แฟนโปรตุเกสหน้าสลดเมื่อเห็นซูเปอร์สตาร์โรนัลโด้ถูกหามออกจากสนามเพราะบาดเจ็บหลังลงเล่น 25 นาที แต่นัดนี้แฟนๆ ใจชื้นเมื่อได้เห็นเปเป้ (เพิ่งหายเจ็บกล้ามเนื้อ) ได้กลับมายืนเป็นปราการเหล็กคู่กับฟอนเต้
เปิดเกม โปรตุเกสได้รุกก่อนโดยนานี่ได้วอลเลย์บอลในกรอบเขตโทษแต่บอลโด่งข้ามคานออกไป เจ็ดนาทีให้หลัง มาตุยดี้ของฝรั่งเศสโหม่งบอลป้อนส่งให้กรีซมันน์ซัลโวแต่บอลเลยเสาไปหน่อย
โรนัลโด้ได้บอลนำขึ้นหน้า แต่ถูกปาเยตสกัดทำให้ได้รับบาดเจ็บที่เข่าซ้าย เกมหยุดไปชั่วครู่เนื่องจากทีมแพทย์ได้เข้ามาปฐมพยาบาล
ต่อจากนั้นนายทวารปาตริชิโอรับบทหนักเมื่อเจ้าภาพได้บอลขึ้นหน้า และกรีซมันน์ซัดบอลกลางกรอบเขตโทษ แต่ผู้รักษาประตูโปรตุเกสพุ่งตัวมาเซฟอย่างรวดเร็ว
ดราม่าเกิดขึ้นเมื่อกัปตันโรนัลโด้เล่นต่อไม่ได้และหลั่งน้ำตาเมื่อต้องมอบปลอกแขนกัปตันให้กับนานี่ ริคาร์โด้เข้ามาเสียบแทน
นายทวารโปรตุเกสต้องรับบทหนักก่อนหมดครึ่งแรกด้วยการปัดบอลของปาเยต ด้านโปรตุเกสก็ซัดบอลไม่หยุดเช่นกัน ฟอนเต้ได้โอกาสซัลโวแต่โด่งข้ามคานออก
เปิดครึ่งหลัง ป็อกปาซัดไกลนอกกรอบเขตโทษแต่บอลก็ข้ามคานออกไป ก่อนหมดเวลาทั้งคู่ยังคงเจาะไข่ไม่แตก ซานญ่า แดนหลังซิตี้ได้ช่วยชีวิตทีมชาติไว้สองครั้งด้วยการสกัดบอลอันตราย โดยเขายืนหยัดเป็นตัวบอดี้การ์ดให้นายทวารฝรั่งเศสด่านสุดท้าย
ในช่วงต่อเวลาพิเศษ โปรตุเกสยิงนำเจ้าภาพเมื่อตัวสำรองเอแดร์แผลงฤทธิ์หลุดเดี่ยวกระชากบอลขึ้นหน้า และซัลโว 25 หลา บอลพุ่งเข้าเสาใกล้ตุงตาข่าย หมดทางที่นายทวารตราโก่จะต้านทาน
โปรตุเกสได้ครองแชมป์ยูโรเป็นครั้งแรก ด้านเจ้าภาพฝรั่งเศสก็หัวใจสลายที่ไปไม่ถึงฝั่งฝัน