เขาได้รับแรงบันดาลใจในการทำงานด้านฟุตบอลมาจากไอดอลสามคนของเขา โดยเป็นบุคคลที่เขาเคยได้ร่วมงานและได้เหลี่ยมคมจากบุคคลเหล่านั้นมาผสมผสานกับมันสมองของเขาทำให้ได้แฟนบอลได้เห็นอะไรดีๆ และหวังว่าสิ่งดีๆ เหล่านี้จะบังเกิดขึ้นที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สามผู้ทรงอิทธิพลต่อเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ในชีวิตการเป็นโค้ช ได้แก่

 

โยฮัน ครัฟฟ์

“ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลยจนกระทั่งผมได้พบกับโยฮัน ครัฟฟ์”กวาร์ดิโอล่า กล่าวไว้

โลกฟุตบอลต้องเศร้าโศกเมื่อสูญเสียหนึ่งในยอดนักคิดและตำนานผู้ยิ่งใหญ่เมื่อวันที 24 มี.ค. 2016 

ประวัติศาสตร์ได้โชว์ให้เราเห็นว่านักเตะที่ดีที่สุดไม่จำเป็นต้องเป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดเสมอไป แต่หาเป็นเช่นนั้นไหมกับโยฮันเพราะเขาคือหนึ่งในสุดยอดฝีมือทั้งบู๊และบุ๋นต้นยุค 1990

บาร์เซโลน่าได้ตั้ง “ดรีมทีม” ขึ้นมาคว้า 11 แชมป์ภายในแปดปี โดยในยุคทองนั้น กวาร์ดิโอล่าคือมาสเตอร์แห่งการส่งบอลและเป็นฐานกำลังสำคัญของมิดฟิลว์

เป๊ปได้ประเดิมฟาดแข้งร่วมทัพโยฮันในปี  1990 หลังจากเขาเรียนจบจากยูธอะคาเดมี่

ก่อนที่ครัฟฟ์จะมาคุมบาร์เซโลน่า สโมสรได้คัดเลือกนักเตะโดยดูจากลักษณะทางกายภาพแต่กุนซือชาวดัตช์ยกเลิกนโยบายนี้โดยใช้หลักการฟุตบอลอย่างแท้จริงที่นำมาจากสังกัดเก่าและมาจากรินัส ไมเคิลผู้จัดการทีมชาติ

โยฮัน กล่าวไว้ว่า “ผมมีนักเตะตัวเล็กอย่างอัลเบิร์น เฟอร์เรอร์, เซอร์กี หรือกุยเลอร์โม อามอร์ นักเตะเหล่านั้นไม่ได้เด่นด้านกายภาพแต่เล่นบอลเก่งรวมทั้งการสัมผัสและกดดันฝ่ายตรงข้ามแบบเดียวกับหนู (ที่กดดันแมว)

“แม้แต่เป๊ปก็ไม่ได้มีอะไรเด่นทางกายภาพ แต่เขาฉลาดในการเล่นบอล และนี่คือสิ่งที่ผมต้องการ”

หากวันนั้นไม่มีโยฮัน เราก็นึกไม่ออกว่ากวาร์ดิโอล่าจะได้เป็นผู้เล่นของบาร์เซโลน่าหรอืไม่ และจะมีผู้จัดการทีมที่กวาดแชมป์ทุกสิ่งทุกอย่างรวมกับนักบอลอะคาเดมี่อย่างซาวี่, อินิสต้าและเมซซี่ หรืไม่

จากปากคำของกวาร์ดิโอล่า “โยฮัน ครัฟฟ์ ได้สร้างโบสถ์ขึ้นมา และบรรดาโค้ชบาร์เซโลน่าก็ได้ดูแลและพัฒนาโบสถ์หลังนั้น”

ฮวน ลิลโล่

ตอนที่เป๊ปร่วมทีม Al-Ahli ในปี 2003 ขณะที่มีอายุ 32 ปี หลายฝ่ายคาดว่านี่คือสโมสรสุดท้ายของเขาก่อนจะแขวนสตั๊ด

และด้วยเหตุผลดังนั้น ฝ่ายที่คาดการณ์ไว้เช่นนั้นก็ต้องหน้าหงาย เมื่อกวาร์ดิโอล่าเซ็นสัญญาและสวมเสื้อทีมเม็กซิกัน Dorados de Sinaloa อีกหนึ่งฤดูกาลในปี 2005 และในตอนนั้นฮวน มานูเอล ลิลโล่ คือผู้คุมบังเหียนทีมและมีสูตรเด็ดในการส่งนักรบเข้าโรมรันคู่ต่อสู้ ด้วยการก่อตั้งแผน 4-2-3-1 ขึ้นมา

แม้ว่ากวาร์ดิโอล่าจะยังคงลงฟาดแข้งในสนาม 20 นัดกับทีมสุดท้ายของเขา ซึ่งในขณะนั้นเขาได้ปั้นตัวเองขึ้นมาเป็นโค้ชหลังจากที่เซ็นสัญญากับสโมสรดังกล่าว

เป็นที่ยอมรับกันว่าลิลโล่คือหนึ่งในนักปรัชญาด้านฟุตบอล ซึ่งกวาร์ดิโอล่าก็เคารพเขามาก เช่นเดียวกับครัฟฟ์ ในฐานะที่หนึ่งในแรงบันดาลใจในการเป็นโค้ชฟุตบอล

ทุกวัน เป๊ปจะนำสมุดสีดำหนึ่งเล่มไปร่วมการฝึกซ้อมและจะจดข้อมูลใส่สมุด

แม้ฮวนไม่เคยได้รับตำแหน่งใดๆ อย่างเป็นทางการที่บาร์เซโลน่า ในตอนที่เป๊ปเข้าไปคุมทีมบีในปี 2007 สำหรับการขึ้นเป็นโค้ขครั้งแรกของฟุตบอลสเปนนั้น ผู้เชี่ยวชาญซิด โลเว่ เขียนไว้ในบทนำ จากสัการมภาษณ์ลิลโล่ที่วางจำหน่ายในปี2013 ว่า “ลายมือของเขาอยู่ทั่วไปหมดในโครงการต่างๆ” 

ลิลโล่เคยกล่าวไว้ครั้งหนึ่งว่า “คุณไม่สามารถตัดแขนของราฟา นาดาล และนำมาฝึกซ้อมได้หรอก

“หากคุณทำเช่นนั้น เมื่อคุณนำแขนที่ตัดกลับไปต่อใหม่ก็อาจจะทำให้เกิดความไม่สมดุล ร่างกายต่อต้าน คุณจะได้รับความแกร่งจากฟุตบอลจากภายนอกฟุตบอลได้อย่างไรล่ะ”

เป๊ปคงได้วิธีการคิดและการทำงานภาคสนามมาจากเขาผู้นี้ ทำให้เขาไม่เคยแตกแยกกับแผนกต่างๆ เขามักจะครองใจทีมนักเตะให้คงรูปร่างที่ดีและจัดสรรพวกเขาลงตำแหน่งเพื่อการครองบอลหรือไม่ได้ครองบอลก็ได้

มาร์เซโล บิลเอลซา

แรงบันดาลใจจากการเป็นโค้ชที่บาร์เซโลน่าของเป๊ปก็คือการได้ต่อกรกับมาร์เซโล บิลเอลซาในเกมสุดท้ายในฐานะผู้จัดการทีมเมื่อปี 2012

วันนั้นเป็นนัดไฟนอลในศึกโคปา เดล เรย์ ที่เกิดขึ้นหลังจากที่เขาค้นพบแนวคิดของมาร์เซโลเมื่อหกปีก่อน และก่อนที่เขาจะรับตำแหน่งกุนซือของบาร์เซโลน่า ทีมบี โดยเขาได้พูดคุยแลกเปลี่ยนไอเดียเป็นเวลา  11 ชั่วโมงที่บ้านในอเมริกาใต้

กวาร์ดิโอล่ามีความผูกพันกับผู้จัดการทีมชาวอาร์เจนติน่า ที่มีนิคเนมว่า เอล โลโค (หมายถึง คนบ้า) เขาเป็นหนึ่งในนักคิดค้นและเป็นโค้ชที่มีฝีมือระดับโลก

สองคนนี้เหมือนกันตรงที่ บิลเอลซาเองก็หลงใหลฟุตบอลอย่างหนัก ได้ลงเล่นมามายและฝึกตัวเองให้สามารถชมเกมการแข่งสองเกมจากสองหน้าจอได้ด้วย

สูตรของเขาในการเล่นคือ 3-3-3-1 โดยเขาได้นำมาใช้กับทีมชาติอาร์เจนติน่าและชิลี รวมทั้งทีมแอตเลติกและโอลิมปิค เดอ มาร์เซลล์ ด้วย

แผนนี้มีระบบที่มีประสิทธิภาพด้วยการให้นักเตะที่มีความแกร่งด้านกายภาพและผู้เล่นที่มีใจรักในการกดดันอย่างก้าวร้าวมาเล่นเกมโดยไม่ได้ครองบอล ต่อจากนั้นก็จู่โจมอย่างต่อเนื่อง 6-7 ครั้ง

ระบบนี้ได้ทำให้ฟุตบอลมีความตื่นเต้นมากที่สุดในยุคโมเดิร์น แม้ว่าบิลเอลซาจะไม่ได้คว้าแชมป์อย่าง“นักเรียนของเขา” แต่เป็นที่ยอมรับว่าเขาคือหนึ่งในโค้ชที่ทรงอิทธิพลมากในเกม

หลังจากที่บาร์เซโลน่าเอาชนะรอบไฟนอล ศึกโคปา เดล เรย์ ได้แล้ว บิลเอลซาก็ได้กล่าวชื่นชมเป๊ปว่า "หลังจากที่ได้เห็นความสำเร็จในทุกสิ่งทุกอย่างและเขาก็เอาชนะไปได้หมด คุณก็คงสงสัยว่าตกลงใครเป็นแรงบันดาลใจให้ใครกันแน่ แล้วใครกันที่เป็นนักเรียน"