เกิดในเบลเกรด 10 พฤศจิกายน 1985, ดูกันเลยว่าเกิดอะไรขึ้นในโลกนี้เมื่อเบบี้ อเล็คส์ เกิดมา...

เติบโตขึ้นในเบลเกรด, ตอนนี้เป็นเมืองหลวงของเซอร์เบีย, อเล็คส์ โคลารอฟคุ้นเคยกับการได้ยินเสียงบอมส์และกระสุนปืนดังสนั่นเมื่อครั้งเป็นเด็กในช่วง 1990s

สนามบินทหารอยู่ใกล้บ้านเขาที่ถูกโจมตีเป็นเป้าหมายประจำ แต่เขาก็เคยชินกับการเตะฟุตบอลบนท้องถนนแม้ว่าจะมีเสียงแบ็คกราวน์ด์ดังลั่นก็ตาม, นั่นเป็นเรื่องก่อนที่แมวมองลูกเสือเยาวชนของ Red Star Belgradeจะมาส่องเจอเขาเข้า

เขายังคงเป็นแฟนสนับสนุนเรด สตาร์อยู่, ได้เล่นเป็นกองหลังซ้ายกับคลับนี้ถึง 5 ปีก่อนที่จะเพิ่มความเก่งกล้าขึ้นมากจากที่เล่นให้ทีมเอฟซี คุคาริคกี้-FC Cukaricki และโอเอฟเค เบโอแกร็ดในถิ่นเกิดของเขาที่ทำให้เขาได้ย้ายไปซบกับทีมลาซิโอได้

31 ปีต่อมา, โลกเปลี่ยนไปมากจากที่เคยเป็นเมื่อตอนที่เขาเกิดในเดือนพฤศจิกายน 1985 ซึ่งอนาคตต่อมาเขากลายเป็น อเล็คส์ ดาวเตะอินเตอร์ฯประจำชาติเซอร์เบียร์ เรากลายเป็นทีมเด่นสำคัญสุดในเมือง, ในฟุตบอลอังกฤษ และเป็นสุดยอดนิยมต่อมาเรื่อยๆหลังจากวันที่เขาลืมตาดูโลก…

<วันเกิดชื่อดังต่างๆ>

ผู้ที่เป่าเทียนวันเกิดเคียงข้างอเล็คส์คือ ดาวปีกของทีมคริสตัล พาเลซคือ วิลฟรีด ซาฮ่า, อเมริกันฟุตบอลตำแหน่งควอเตอร์แบ็คจากทีมมินเนโซตา ไวกิงส์, เท็ดดี้ บริดจ์วอเทอร์ และ นักแสดงของเกรย์ อะนาโทมี่ ชื่อเอลเล็น ปอมเปโอ  

ย้อนกลับประวัติศาสตร์, มาติน ลูเธอร์, ผู้นำที่มีอิทธิพลชักจูงเป็นแกนนำในการปฏิรูปโปรเตสแตนท์, ก็เกิดในวันที่ 10 พฤศจิกายนเช่นกัน เพียงแต่ปีเกิดก่อนอเล็คส์ไปไม่เยอะเลยคือ ปี 1483

Kolarov West Ham title win

<ลีกแชมเปี้ยนส์>

ดิวิชั่น1 ต้องตื่นเต้นสุดขีดเมื่อเมอร์ซีย์ไซด์สองทีมต้นสุดต้องแข่งกันเลือดกระฉูดที่จะครองแชมป์ดิวิชั่น1 ลิเวอร์พูลกระชากถ้วยแชมป์มากอดได้ในวันสุดท้ายของฤดูกาลนั้น โดยมี2แต้มเหนือกว่าทีมคู่แค้นถิ่นเอเวอร์ตัน จากการที่ดาวเตะและ-ทำหน้าที่ผู้จัดการ เคนนี่ ดาลกลีช เป็นผู้ยิงประตูเดียวของเกมเข้าไปตุงตาข่ายได้ในแมตซ์คั่วกับเชลซีที่สนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ 

นั่นเป็นปีแรกของหนุ่มสก็อตเป็นผู้จัดการทีมของคลับนั้นและก็ได้จบด้วยสไตล์สวยงามที่สุด, ด้วยทีมลิเวอร์พูลคว่ำเอเวอร์ตันลงที่เวมบลีย์และคว้าถ้วยเอฟเอคัพไปครอง อีกทั้งกลายเป็นทีมที่ 5 ในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอลอังกฤษที่ครอง 2 แชมป์เป็นดับเบิลได้ในปีเดียวกันได้ 

เวสต์แฮมได้ครองอันดับ3 และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดรั้งอันดับ4, ขณะเดียวกันทีมอ็อกฟอร์ด ยูไนเต็ด – อยู่ในดิวิชั่น 1 – ได้ครองถ้วยลีกคัพ 1986 

ทีมอังกฤษต่างๆต้องถูกออกจากการแข่งขันยูโรเปี้ยนเนื่องมาจากการเกิดโศกนาฐกรรมหลังการแข่งขันที่ไฮเซล, มีการเริ่มต้นของฟูลเม็มเบอร์ส คัพขึ้นในฤดูกาลนั้นโดยซิตี้ให้ความสนใจถ้วยนี้อย่างมาก เดอะบลูส์ถูกขยี้ไปในรอบสุดท้ายชิงถ้วยกับเชลซี จัดว่าเป็นแมตซ์ดุเดือดมากโดยจบลงที่เชลซีแห่งลอนดอนชนะไป 5-4 

ขณะเดียวกัน ดาวเด่นในอนาคตต่อมาของซิตี้ เดวิด โรคาสเซิล ลงเล่นเป็นครั้งแรกให้กับทีมอาร์เซน่อลในปีนั้น, ยังมีนักเตะชื่อดังอื่นคือ, เอียน   ไรท์, ก็ลงสนามเล่นเป็นครั้งแรกให้กับทีมคริสตัล พาเลซ

<ซิตี้ไลฟ์...>

ก่อนหน้าอีก 24 ชั่วโมงที่มีการลืมตาดูโลกของหนุ่มที่จะได้ชนะแชมป์พรีเมียร์ลีกถึง2ครั้งและจะได้ครองต่อไปอีกในทีมซิตี้บลูนั้น ทีมภายใต้บิลลี่ แม็คนีล ได้ดวลแข้งเสมอที่ 1-1 ปะทะกับอิปสวิชที่เมนโรด มาร์ค ลิลลิสเป็นคนยิงประตูได้ให้กับเจ้าบ้าน 

สุดสัปดาห์ถัดจากนั้นได้ยิ้มร่าสุขสันต์มากขึ้น, โดยที่ซิตี้ชนะไป 2-0 ตอนไปเยือนน็อตติ้งแฮม ฟอเรส – พอล ซิมป์สัน และ ไคลฟ์ วิลสันซัดประตูเข้าไปในแมตซ์นี้ 

ลิลลิส กลายเป็นดาวยิงประตูมากสุดของคลับในฤดูกาลนั้นโดยเขายิงได้ทั้งหมด 12 ประตู, แต่นั่นจัดว่าเป็นการร่วมงานเต็มฤดูกาลของเขาครั้งเดียวในแมนเชสเตอร์ก่อนที่เขาจะบินออกไปซบกับทีมดาร์บี้ เค้าน์ตี้ในสิงหาคม 1986 

ซิตี้จบฤดูกาลนั้นครองอันดับที่ 15 ในลีก, ด้วยพลังแห่งแฟนสนับสนุนอย่างหนักหน่วงเป็นกำลังใจมหาศาลให้กับฤดูกาลที่ท้าทายพุ่งนำหน่าเข้าชิงถ้วยเดอะฟูลเมมเบอร์คัพ ที่สนามเวมบลีย์ในเดือนมีนาคม 1986 โดยที่ทีมบลูส์สู้ขาดใจอย่างไม่น่าเชื่อจากที่แพ้อยู่ 5-1 ในนาทีที่ 86 แต่ก็สู้ยับยิงเข้าเพิ่มได้เป็นจบลงที่แพ้เพียง 5-4

<ฉลองครบรอบ>

เมื่อ 6 ปีที่แล้ว, โคลารอฟได้ฉลองวันเกิดครบ 25 ปีด้วยการลิ้มรสลงแข่งแมตซ์แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้  เขาเซ็นสัญญาในฤดูร้อนปี 2010, อเล็คส์ต้องยอมรับการนั่งเป็นตัวสำรองในเกมที่ผลก็ไม่ได้เจ๋งเป็นไปตามที้เก็งกันไว้ตอนก่อนแมตซ์เริ่ม 

อย่างไรก็ตาม, เขาก็ได้ลงเตะตอนเหลืออีก 10 นาทีสุดท้ายที่เพิ่มกำลังให้กับด่านหลังและทำให้ได้แต้มมาจากที่เสมอกัน 0-0 โดยที่กองหลังได้รับเสียงเชียร์และปรบมือให้ 

คล้ายๆกับเมื่อสัปดาห์ที่แล้วในการดวลแข้งที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด, การเล่นคล่องแคล่วชนะได้เหนือการสร้างโอกาสโจมตีและกองกลางหลังทั้งสองปีกไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดเลยแม้แต่นิดเดียวแม้ว่าถูกโจมตีหนักหน่วงแต่ก็เจาะไม่ได้ และนั่นทำให้เหล่าสาวกเครียดจัดทีเดียว 

โคราลอฟ, และเหล่าแฟนๆบลูส์, ได้เห็นแมตซ์ดาร์บี้มั่นส์มากขึ้นตั้งแต่นั้นมา