จิลล์ สกอต์และลูซี บรอนซ์ ได้ทำประตูทีมจากการลงเล่นสามนัด ซึ่งเป็นประตูที่สองจากการเล่นสามเกมของทั้งคู่
อะคาเดมี่ สเตเดี้ยม กลายเป็นสนามรบรับมือกับซเวซดา เพิร์ม ทีมฝั่งรัซเซียในการโชว์ฟอร์มครั้งแรกในศึกยูฟ่า วูแม่น แชมป์เปี้ยน ลีก
ทัพของนิค คุชชิ่ง ได้เป็นฝ่ายได้เปรียบในขาแรกก่อนที่จะบินไปประจันหน้าขาสองในเกมเยือน
ขณะนี้ทัพดอกไม้เหล็กของซิตี้เอาชนะ 12 นัดติดต่อกันในทุกรายการ โดยเฉพาะได้คว้าดับเบิ้ลแชมป์มาให้แฟนๆ ได้เฮฮา (ถ้วยซูเปอร์ลีกและคอนทิเนนตัล ไทร์ คัพ)
สำหรับเกมแรกของศึกยูฟ่า นิสสันได้เป็นผู้สนับสนุนให้มีการถ่ายทอดสดผ่านทางเฟซบุ๊คเพื่อให้แฟนๆ ได้ติดตามทัพแมนซิตี้วูแม่นอย่างใกล้ชิดจากทั่วโลก ซึ่งซิตี้ก็ได้รับมือได้ดีเยี่ยมตั้งแต่ต้นเกม เป็นฝ่ายคุมเกมได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ผู้มาเยือนได้กดดันอย่างหนักในขณะที่เรือใบสีฟ้าโอกาสการทำประตูของผู้มาเยือน
ทัพของนิคเคลื่อนบอลได้อย่างรวดเร็ว ได้โอกาสทำประตูแรกหลังจากสิบนาทีผ่านมาจากการทำเซ็ทพีซ โดยโทนี ดักแกน ส่งลูกตัดให้สเตฟ ฮูธตัน ที่โหม่งบอลไม่ตรงกรอบ
ต่อจากนั้นเจน รอส ก็ได้เกือบทำประตูด้วยการส่งซัลโวจากระยะไกล จนกระทั่งโอกาสทองของแมนซิตี้ วูแม่นเกิดขึ้นในนาทีที่ 33 ฮีโร่จากคัพไฟนอล ได้ซัลโวทรงพลังและซัดบอลต่ำเข้าเสาใกล้ แต่นายทวารรัซเซียได้ปัดบอลเข้าทางของสกอต์ที่ได้ซัลโวประตูแรกในแชมป์เปี้ยน ลีก
ต่อจากนั้นทัพเรือก็ยิงดับเบิ้ลอย่างรวดเร็ว ดักแกนวอลเลย์บอลรวดเร็วไปยังเสาไกล แต่นายทวารซวารีชก็ปัดออกได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้บอลกระดอนไปหาฮูธตันที่โหม่งพังตาข่ายเป็นประตูที่สอง
โอกาสทองของแมนซิตี้วูแม่นในครึ่งแรกเกิดขึ้นตอนที่สกอตเกือบทำประตูในนาทีที่ 81
ก่อนหมดเวลาทีมรัซเซียก็ได้โอกาสที่ดีที่สุดในการไล่ตามมา แต่ซิตี้ก็สกัดกั้นเต็มที่ไม่ยอมให้ผู้มาเยือนเจาะไข่แตก
ซิตี้จะเดินทางไปรัซเซียในวันจันทร์ที่ 10 ต.ค. เพื่อจะโรมรันขาเยือนวันพุธที่ 12 ต.ค. บ่ายสาม (ตามเวลาอังกฤษ)