เรากำลังจะโรมรันในศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ครั้งที่ 172 นักเตะตำนานจึงออกมาประกาศถึงความยิ่งใหญ่ของเกมแห่งศักดิ์ศรีนัดนี้

หากเอ่นถึงแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ คงไม่มีใครไม่รู้จักดาวยิงระดับตำนานอย่างมิสเตอร์ชวน โกตเตอร์ ที่ได้สร้างความสุขสมหวังให้กับชาวเมนโร้ดมาตลอด

ฌวน โกตเตอร์  

ลีโอนาร์ด ฌวน โกตเตอร์ คือกุญแจสำคัญในปีค.ศ. 1998 และ 2003 เขาได้ก้าวขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของยูไนเต็ด เพื่อนข้างบ้านแต่เขาไม่ได้ปรากฎกายอย่างเป็นทางการให้กับแมนยูเลยแม้แต่ครั้งเดียว เขาย้ายออกจากโรเธอร์แฮมในปี 1989

โกตเตอร์ได้ใช้เวลาเจ็ดปีที่ยอร์กไชร์และยิงกระจาย  70 ประตูในลีกก่อนที่จะย้ายไปบริสตัล ซิตี้ ในปีค.ศ.1996 เขามีความสุขกับสองฤดูกาลที่นั่นและได้ดึงความสนใจของโจ รอยล์ ที่ได้ต่อสู้สุดชีวิตเพื่อจะให้ซิตี้รั้งที่ยืนในดิวิชั่นหนึ่ง

น่าเสียดายที่เรือใบสีฟ้าหล่นไปอยู่ดิวิชั่นสามเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร แต่ฮีโร่โกตเตอร์ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการทำประตูชัยปะทะวีแกนในรอบเพลย์ออฟ เซมิไฟน่อล ที่ติดตราตรึงใจสาวกเก่าแก่ของซิตี้

เขาได้ตะลุยศึกร่วมทัพเรือใบสีฟ้ามา  212 เกม เขาได้พังตาข่ายด้วยการซัลโว 103 ประตู และเขาได้เป็นกัปตันในนัดสุดท้ายก่อนปิดฉากอำลาเมนโร้ดและเป็นนัดสุดท้ายของเขาร่วมทัพซิตี้ ด้วยการปะทะกับเซาท์แฮมตันในปี 2003

สุดยอดโมเมนต์ ที่เมนโร้ด …

9 พ.ย. 2003 

สาวกซิตี้ตัวจริงเสียงจริงคงไม่มีวันลืมตอนที่แกรี่ เนวิลล์ได้ป้อนบอลงดงามให้เดอะ โกต ได้ซัลโวประตูที่ 99 ให้ซิตี้

วันนั้นคือวันที่  9 พฤศจิกายน ปีค.ศ.2003 ที่มีการระเบิดศึกดาร์บี้ที่เมน โร้ด ในนัดที่ทัพเรือปราบผีแดง 3-1 แต่ประตูที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดและยังคงเป็นตำนานของสโมสรก็คือการรับบอลอันชาญฉลาดจากแกรี่ เนวิลล์ตรงบายไลน์และส่งบอลผ่านฟาเบียน บาร์เธซได้อย่างงดงาม

สุดยอดประตูได้ทำให้แฟนๆ ซิตี้ร้องเพลงเชียร์ใหม่ให้กับโกตเตอร์ ที่ว่า “Derby day, the scores were level, then the Goat was fed by Neville.” (แปลว่า วันดาร์บี้, สกอร์ที่เท่ากัน, แล้วเนวิลล์ก็ป้อน(บอลให้เดอะ โกต)

เขาไม่จบแค่นั้น เขายังได้ยิงประตูที่หนึ่งร้อยให้ซิตี้ทำให้ได้ผลสกอร์ 3-1

จากปากคำของเดอะ โกต …

(คัดมาจากอัตชีวประวัติของโกตเตอร์ ในหนังสือชื่อ “Feed the Goat” )

เกมนี้เป็นเกมเร็วและตื่นเต้น เมื่อมาร์ค วิเวียน โฟ ได้โยนบอลไกลขึ้นหน้า เขาคงคำนวนพลาดทำให้กลายเป็นประตู ตอนที่บอลเข้าไปใกล้ริมเส้น ผมคิดว่า “ผมน่าจะทำให้บอลแย่ๆลูกนี้กลายเป็นบอลที่ดีได้”

แกรี่ เนวิลล์ พยายามที่จะไล่ต้อนบอลออกมาในขณะที่ผมวิ่งไล่เขา ผมได้เห็นบอลกำลังจะออกจากสนาม ผมคาดว่าผมน่าจะชิงบอลมาได้แต่เขาตัดสินใจที่จะส่งบอลย้อนกลับไปให้ฟาเบีบน บาร์เธซ

ผมเข้าไปมีส่วนร่วมด้วยและได้สกัดกั้นทำให้บอลยังอยู่ในสนาม ผมไล่ต้อนจนบอลขึ้นไปข้างหน้าได้ แต่กลับไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเลย ผมต้องขึ้นไปคนเดียวและพยายามที่จะหามุมก่อนที่จะซัดบอลต่ำผ่านบาร์เธซและเจาะตาข่ายสำเร็จ

ตอนนี้เราเป็นฝ่ายนำ 2-1 และผมได้ยินคำว่า  “Feed The Goat!” ที่แฟนตะโกนเชียร์ดังขึ้นเรื่อยๆ แฟนๆยังได้คิดเพลงเชียร์เพลงใหม่ชื่อว่า “Who let the Goat out” ทำให้ผมได้คิดว่า “ผมจะต้องทำอีก ผมชอบทำนองและทำให้ฉุกคิดถึงช่วงซัมเมอร์ที่เบอร์มิวดา แฟนซิตี้ทำให้ผมมีความสุขมากๆ ที่ได้มีอัลบั้มล่าสุด”

เราเอาชนะแบบสบายๆ 3-1 ตอนที่ผมเดินออกจากสนามผมยังได้ยินเสียงเชียน์  “Feed the Goat” ตามด้วย“Who let the Goat out” นี่คือวันที่สุดยอดในแบบที่อะเมซิ่งมาก และเป็นครั้งแรกที่ซิตี้เอาชนะยูไนเต็ดหลังจากรอคอยมาก 13  ปี