เกมนัดนี้ไม่มีกัปตันวินเซนต์ คอมพานี่, ไม่มีดาวยิงอย่างเซอร์จิโอ้ อากูเอโร่และอัลวาโร เนเกรโด้ ที่เป็นตัวสำรอง(เนเกรโด้ลงเล่นนาทีที่ 73 เสียบแทนดาบิด ซิลวา) รวมทั้งซามีร์ นาสรีและยาย่า ตูเร ก็ถูกพักหนึ่งนัด แต่ทัพเรือก็ใช้ความสามารถและสติปัญญาล้วนๆ ในการต่อกรกับเจ้าถิ่นยักษ์ใหญ่แห่งเยอรมัน
หลังจากเจ้าบ้านยิงนำไปก่อน 2-0 เรือใบสีฟ้าไม่ย่อท้อบุกไม่หยุดหย่อนจนชนะแชมป์ยูโรเปี้ยนได้ในที่สุด
ช่วงเปิดเกมในครึ่งแรกเป็นเวลาที่อึดอัดของชาวเรือใบหลังจากที่เห็นโธมัส มูลเลอร์และมาริโอ้ กอตเซ่ ยิงประตูให้เสือใต้ไปได้อย่างรวดเร็วในนาทีที่ 5 และ 12
ดูเหมือนฝันในการเป็นจ่าฝูงของกลุ่มจะไกลเกินคว้า แต่เมื่อซิลวานำความมั่นใจกลับสู่ทัพเรือ
แต่ผู้ที่มาต่อลมหายใจให้เรือใบก็คือดาบิด ซิลวา ที่ปั่นลูกเข้าประตูไปในนาทีที่ 28
ในครึ่งหลัง อเลกซ์ โคลารอฟ ได้ยิงลูกโทษเข้าไปหลังเสือใต้ทำฟาล์วเจมส์ มิลเนอร์ในกล่อง และทำให้เกมดุเดือดมากขึ้นเมื่อสองทีมเสมอกัน 2-2 แล้วสามนาทีต่อมา มิลเนอร์ก็ได้ยิงประตูชัยให้กับเรือใบหลังรับลูกตัดมาจากนาบาส
ซิลบาออกจากสนามอย่างสง่างามโดยมีเนเกรโด้ เข้ามาเสียบแทน ซึ่งอสูรร้ายเกือบทำประตูที่จะให้ซิตี้เป็นจ่าฝูงได้แล้ว แต่มานูเอลกลับใช้เท้าสกัดลูกอันตรายได้
นัดนี้เป็นการล้างตาของเรือหลังถูกเสือใต้เข้ามาขย้ำที่เอทิฮัดในครั้งก่อน แล้วชัยชนะก็เป็นของเรือที่อยู่เหนือความคาดหมายของยักษ์ใหญ่เยอรมันและแชมป์ยูโรเปี้ยน
คุณสามารถติดตามข่าวสารของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซด์ mcfc.co.th และฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai เพื่อรับข่าวสารอย่างทันท่วงทีและติดตามการทวีตสดๆ จากขอบสนามในวันที่มีเกมการแข่งขัน ทั้งนี้ทวิตเตอร์เป็นสื่อกลางในการติดต่อกับสโมสรฯ