This is why they sometimes call football 'The Beautiful Game'- nine goals, chance after chance and breath-taking football, this is a match that will live long in the memory of those who were lucky enough to witness it live.

การปะทะกันของซิตี้และอาร์เซนอลได้ทำให้วงการฟุตบอลสั่นสะเทือนเมื่อมารบกันที่เอทิฮัด สเตเดี้ยม โดยสุดท้ายซิตี้พบกันอาร์เซนอล 6-3  

เกมนัดนี้ทำให้แฟนๆและผู้ชมไม่กล้ากระพริบตาเนื่องจากสองทีมโรมรันกันหนักหน่วงและโชว์ชั้นเชิงการเล่นฟุตบอลตลอดเวลา 90 นาที 

Nasri

ซิตี้ได้นำไปก่อนโดยเซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ วอลเลย์ลูกในนาทีที่ 13 แต่ปืนใหญ่ก็ตีเสมอมาได้ในนาทีที่ 31 โดยธีโอ วอลคอตต์

เรือใบสีฟ้านำไปก่อนหกนาทีก่อนจะพักครึ่ง โดยอัลวาโร เนเกรโด้ ได้ยิงประตูปืนใหญ่เป็นประตูที่สองหลังจากรับลูกตัดของปาโบล ซาบาเลต้า และทำให้เรือนำไปเป็น 2-1

Negredo

อากูเอโร่จำเป็นต้องออกจากสนามเนื่องจากหน้าแข้งได้รับบาดเจ็บหลังจากที่ซิตี้นำไปก่อน 3-1 โดยเฟอร์นันดินโญ่หวดเข้าไปในระยะ 18 หลา

แต่วอลคอตต์ไม่ละความพยายาม ปั่นลูกอันตรายเจาะประตูเรือไปในนาทีที่ 63 ซึ่งเป็นประตูที่สวยงามเข้าคานบนพอดี

Costel save

แต่ซิตี้ไม่ยอมให้ผู้มาเยือนดีใจนานนัก เพราะสามนาทีต่อมา พ่อมดเมอร์ลินก็ได้เสกบอลเข้าประตูอาร์เซนอลไปทันควัน หลังจากรับลูกตัดมาจากนาบาส ด้านพานติลิมอนรับลูกอันตรายได้งดงามซึ่งเป็นการโชว์ฟอร์มที่ดีอีกครั้งของนายทวารร่างโย่งของทัพเรือ

Yaya

นอกจากนี้ เฟอร์นันดินโญ่ยังได้ยิงประตูที่สอง(ของเขาในเกมนี้) ให้เป็นประตูที่ห้าของเรือ ยังไม่หมดแค่นั้น แข้งทองของเรือคนสำคัญคือยาย่า ได้ปั่นลูกโทษยิงเข้าประตูไปเป็นประตูที่หกหลังจากนักเตะปืนใหญ่ทำฟาล์วมิลเนอร์ในกรอบ ทั้งนี้เมอร์เทแซกเกอร์ถูกหามออกจากสนามเพราะบาดเจ็บหนักในครึ่งหลัง

ชัยชนะ 6-3 ในบ้านของซิตี้ทำให้สาวกเรือใบเฮฮาเสียงดังสนั่นลั่นเอทิฮัดที่เอาชนะจ่าฝูงอาร์เซนอลมาได้    

อย่าลืมฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai เพื่อรับข่าวสารฉับไว รายงานการแข่งขันจากขอบสนาม และเข้าเยี่ยมชม mcfc.co.th เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้