ซิตี้และบาเยิร์น มิวนิก ผ่านรอบไปสู่รอบน็อคเอาท์ ส่วนวิคตอเรีย พัลเซ่น ผู้มาเยือนได้ที่สาม ซึ่งก็ได้ดวลแข้งกับซิตี้อย่างมั่นใจและยอดเยี่ยม
เซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ ได้ยิงลูกเตะบอลและทำให้เรือนำไปก่อนในครึ่งแรก แม้ว่าจะเตะเข้าประตูไปอีกครั้งสองนาทีก่อนหมดครึ่งแรก แต่ประตูนั้นไม่นับว่าประตู ด้านพัลเซ่นได้ยิงประตูแรก ครึ่งแรกเสมอกัน 1-1
การลงสนามของเฆบุส นาบาส ที่เสียบแทนอากูเอโร่ในช่วงพักครึ่งนั้นได้สร้างความปั่นป่วนให้กับผู้มาเยือนมาก โดยเฉพาะเขาได้ส่งบอลให้ซามีร์ นาสรี ที่ได้ยิงเผาขนเข้าไปในนาทีที่ 64 แต่แล้วพัลเซ่นก็ทำประตูตีเสมอได้ในนาทีต่อมา
นักเตะสำรอง อัลวาโร เนเกรโด้ ได้สร้างความระทึกใจหลังการลงเล่นโดยได้สกัดลูกเตะมุมอย่างทันท่วงที แล้วก็ได้ยิงประตูที่สามให้กับซิตี้ในนาทีที่ 77 ซึ่งการยิงครั้งนี้ อสูรร้ายของเรือไม่ต้องออกแรงปั่นลูก แค่เตะเบาๆ ในระยะเผาชนเท่านั้น แล้วซิตี้ก็ได้ประตูที่สี่จากเอดิน เซโก้ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ในที่สุดเรือชนะทีมที่แกร่งสุดของเช็กไปได้
คุณสามารถติดตามข่าวสารของสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซด์ mcfc.co.th และฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai เพื่อรับข่าวสารอย่างทันท่วงทีและทวีตสดจากขอบสนามในวันที่มีเกมการแข่งขัน โดยทวิตเตอร์เป็นสื่อกลางในการติดต่อกับสโมสรฯ