ผู้มาเยือนได้สร้างความกดดันทันทีให้กับแชมป์และได้กวาดสามแต้มออกจากเอทิฮัดหลังจากที่ยิงประตูชัยในนาทีที่ 57 โดยมาเม ดิอูฟ ที่ได้ฉวยโอกาสและวิ่งพาบอลครึ่งสนามมากกว่า 60 หลาและยิงประตูเจ้าบ้านได้สำเร็จ นี่เป็นครั้งแรกที่ช่างปั้นหม้อเอาชนะซิตี้นับแต่ปีค.ศ.1980
ซิตี้ได้พยายามรักษาฟอร์มเด็ดที่ทำไว้สองเกมก่อนหน้านี้ด้วยการเอาชนะนิวคาสเซิลและลิเวอร์พูล แตแล้วก็ต้องมาพ่ายสโต๊ค ซิตี้ ที่เอทิฮัด สเตเดี้ยม
ช่างปั้นหม้อไม่เคยยิงประตูแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้นับแต่ซิตี้ย้ายมาจากเมน โร้ด ในปีค.ศ. 2003
ตามที่คาดการณ์ไว้ กุนซือชิลีได้เปลี่ยนตัวนักเตะสามนายแตกต่างจากนัดที่ปราบลิเวอร์พูล 3-1 โดยได้นำบาการี่ ซาญ่า มาลงเล่นเป็นนัดแรก และนำอเล็กซานดาร์ โคลารอฟมาลงแทนกาเอล คลิชชี่ และให้อากูเอโร่เป็นตัวจริงแทนเอดิน เซโก้
ซิตี้ได้ทลายปราการเหล็กของสโต๊คได้ในครึ่งแรกที่มีนักเตะบาดเจ็บ ยาย่าได้โอกาสยิงประตูระยะหกหลาแต่ก็โด่งข้ามคาน หลังจากที่นักเตะชาวไอวอรี่ โคสต์ ได้ประสานงานด้วยดีกับอากูเอโร่และโคลารอฟ
ในครึ่งหลัง ซิตี้ก็ได้มีโอกาสอีกครั้งเมื่อยาย่า ตูเร ได้โอกาสซัดลูกหลังจากลงเล่นสิบนาที แต่ก็ถูกแอสมีร์ เบโกวิค เซฟไว้ได้เยี่ยม สองนาทีต่อมาผู้มาเยือนก็ยิงประตูได้ทำเอาชาวเรือใบสีฟ้าช็อกไปตามๆ กัน
ดิอูฟได้เก็บบอลมาได้และวิ่งสุดฝีเท้าเข้าไปยิงประตู โดยโคลารอฟไม่อาจสกัดเขาไว้ได้ เขายิงลูกต่ำผ่านขาของโจ ฮาร์ท เป็นโมเมนต์ที่แฟนสโต๊คดีใจยิ่งกว่าได้แก้ว หลังจากที่ได้ยิงเจ้าบ้านสำเร็จ
35 ปี ที่ซิตี้ไม่เคยพ่ายสโต๊ค ซิตี้ แต่แล้วความโชคร้ายและการเล่นที่ไม่เข้าที่เข้าทางของซิตี้ก็ทำให้ผู้มาเยือนคว้าสามแต้มไปครอง
แต่วันพระไม่มีหนเดียว นัดหน้าแมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะต้องล้างตานำสามแต้มกลับมาให้ได้
คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ทวิตเตอร์ @MCFCThai โดยจะทวีตรายงานสดและโพสต์ภาพมันๆ จากขอบสนามในทุกเกมของซิตี้ และเยี่ยมชม เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th