ซิตี้ทำงานหนักมากกว่าจะได้ประตูในนาทีที่ 69 โดยยาย่า ตูเร ฮีโร่ทัพเรือและเป็นแมนออฟเดอะแมตช์ของเอทิฮัดด้วย
ซิตี้มีโอกาสทำประตูได้หลายครั้งแต่ก็ถูกสโต๊คสกัดออกมาไว้ได้พร้อมกับนายทวารมือกาว ต้องยอมรับว่าสโต๊คทำได้ดีในนัดนี้
ชาร์ลี อดัม ได้วอลเลย์บอลแต่ข้ามคานไปในนาทีที่ 8 แล้วเขายังมีโอกาสยิงไกลไปยังโจ ฮาร์ท ซึ่งเซฟลูกไว้ได้งดงามในนาทีที่ 20 ด้วย
เฟอร์นันดินโญ่มีโอกาสยิงไกลสองประตู แต่เบโกวิคก็รับลูกทั้งสองได้ไว้อย่างงดงาม
ในครึ่งแรกนั้นซิลบาได้สร้างสีสันมากในเกม หาโอกาสเหมาะๆ พาลูกวิ่งไปด่านหน้าได้หลายครั้ง โดยเฉพาะโอกาสใหญ่ในครึ่งแรกเมื่อเขานำบอลจากฝั่งขวาส่งมาให้เอดิน เซโก้ ที่ได้ส่งลูกให้เนเกรโด้และอสูรร้ายก็ส่งกลับมาให้เซโก้ปั่นบอล ซึ่งพลาดเป้าเสาไกลไปเพียงไม่กี่นิ้ว
เคาท์เตอร์ แอคแทคของสโต๊คทำให้ทัพซิตี้โอกาสที่จะยิงประตูได้เลย และแล้วในครึ่งหลังเปเยกรินี่ก็ส่งโยเวติชและนาบาสมาเสียบแทนเนเกรโด้และเฟอร์นันดินโญ่ ในนาทีที่ 55
โยเวติชมีโอกาสทำประตูได้หลังจากลงสนามแต่เบโกวิคก็ยังมือกาวรับไว้ได้อีกเช่นเคย
น่าเสียดายที่นักเตะมอนเตเนรโกไม่ได้ลงเล่นนานนัก ลงเพียงสิบนาที เขาถูกเปลี่ยนตัวกับการ์เซีย
และแล้วเวลาที่ชาวเรือใบรอคอยก็มาถึงเมื่อยาย่า ตูเร ซัดบอลเข้าประตูเบโกวิคไปได้หลังจาก รับบอลจากโคลารอฟที่ส่งตัดมาให้ในระยะเผาขน เรือนำสโต๊ค 1-0
เบโกวิคก็ยังเหนียวต่อเนื่อง แม้ยาย่า จะมีโอกาสยิงจังๆ อีกครั้ง
โอกาสเป็นของเอดิน เซโก้ อีกครั้งเมื่อรับบอลจากนาบาสที่ส่งตัวมาให้ เขายิงในระยะหกหลาแต่ก็ไม่เข้าประตูสโต๊ค ถึงกระนั้นเรือก็เก็บสามแต้มสำคัญไว้ได้สำเร็จในบ้าน
สถานีปลายทางของเรือครั้งหน้าคือเวมบลีย์
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับซิตี้ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai และเข้าชมเว็บไซด์ภาษาไทยอย่างเป็นทางการ mcfc.co.th