All the talk before this match was of the quadruple and City’s 100th goal of the season.

ซิตี้ยังคงชนะในบ้านและเก็บสถิติต่อเนื่องในพรีเมียร์ ลีก ด้วยการเอาชนะคาร์ดิฟฟ์ 4-2 ที่เอทิฮัด สเตเดี้ยม

ประตูจากเอดิน เซโก้, เฆบุส นาบาส, ยาย่า ตูเร และเซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ ได้นำชัยชนะให้เรือใบสีฟ้าแล่นขึ้นไปเป็นจ่าฝูงเหนืออาร์เซนอลอีกครั้งด้วยการเอาชนะในเกมที่ดุเดือดตั้งแต่ต้นจนจบ

คาร์ดิฟฟ์ดิ้นรนที่จะเลื่อนจากการถูกลดชั้นทำให้เกิดการต่อสู้สุดกำลังหวังจะมีชัยที่เอทิฮัด แต่แล้วการพ่ายแพ้นัดนี้ทำให้ตกไปอยู่อันดับที่ 20 สุดท้ายของตาราง (โดยมีเพื่อนร่วมชะตากรรมอย่างเวสต์แฮมและซันเดอร์แลนด์)

เรือใบสีฟ้าเคยแพ่ 3-2 ทีมจากฝั่งเซาท์เวลส์ในช่วงต้นฤดูกาล แต่การยิงเปิดประตูของเอดิน เซโก้ ในนาทีที่ 14ทำให้สาวกเรือใบหายใจคล่องกันทั้งสนาม โดยเขาได้รับบอลมาจากดาบิด ซิลวา ที่ส่งลูกตัดมาให้งดงามและซัดเข้าไปเป็นประตูที่ 100 (ทุกรายการ) ในฤดูกาล 2556-57

 

 แต่คาร์ดิฟฟ์ไม่ถอดใจสามารถยิงตามมาได้ในครึ่งแรกโดยเครก นูน โดยยิงบอลต่ำผ่านโจ ฮาร์ท ไปได้ สามนาทีต่อมา เซโก้วิ่งไล่ตามบอลที่ยาย่า ตูเร ส่งมากให้ ก่อนที่จะนำเข้าไปยังมุมกล่องและได้ส่งต่อให้นาบาสซัลโวลูกผ่านเดวิด มาร์แชลล์ ซึ่งนายทวารคาร์ดิฟฟ์ต้านทานไม่ได้ เรือจึงนำไปเป็น 2-1

Edin and Jesus

ครึ่งหลังนี้ดูเหมือนคาร์ดิฟฟ์จะคึกคักขึ้น ทำให้ภาระหนักตกอยู่กับโจ ฮาร์ท ที่ได้เซฟลูกอันตรายได้น่าทึ่งสองครั้ง  

ซิตี้ยังจู่โจมต่อเนื่องโดยยาย่า ตูเร ได้ซัดประตูที่สามให้ด้วยการฝ่ากองหลังคาร์ดิฟฟ์ ไม่หยุดวิ่งแม้ถูกกระแทก และเล่นชิ่งบอลกับอากูเอโร่ก่อนที่จะยิงระยะสิบหลา ทำให้ทัพเรือคลายความกังวลมาได้อีกเปราะ

Yaya left

นอกจากนี้ เซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ ที่ลงสนามเปลี่ยนตัวกับเนเกรโด้ ก็ได้ยิงประตูที่สี่เพิ่มความมั่นใจมากขึ้นให้กับสาวกเรือใบ

แต่แล้ว ในช่วงทดเวลา ฟราเซียร์ แคมพ์เบลล์ ได้ฉวยโอกาสทำประตูที่สองให้คาร์ดิฟฟ์ ทำให้ทีมผู้มาเยือนเฮฮาลั่นเอทิฮัด แต่ถึงอย่างไรก็ไม่อาจจะไล่ตามทัพเรือได้ทัน

คุณสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai โดยจะทวีตรายงานสดจากขอบสนามในทุกเกมของซิตี้ และเยี่ยมชมเว็บไซด์ภาษาไทยอย่างเป็นทางการได้ที่ mcfc.co.th