ความจริงเรือใบสีฟ้าโชว์ฟอร์มได้เหนือว่าคู่ต่อสู้ แต่ลิเวอร์พูลได้ตีเสมอในช่วงท้ายและได้ยิงลูกโทษนำชัยมาให้ในการแข่งขันศึกอินเตอร์เนชั่นแนล แชมป์เปี้ยน คัพ และดูเหมือนว่าซิตี้ไม่น่าจะได้เข้าไปชิงชนะเลิศที่ไมอามี่
น่าเสียดายแท้ๆ เพราะเรือใบสีฟ้าเล่นได้เยี่ยมมาตลอดและมีสองนักเตะที่ได้โชว์ฟอร์มเด่นรายบุคคล ทำให้สร้างสีสันให้กับเกมนี้ที่มีสักขีพยานมากถึง 50,000 คนที่แยงกี้ สเตเดี้ยม
ถึงแม้ว่าลิเวอร์พูลจะเริ่มต้นด้วยดี แต่ซิตี้เป็นฝ่ายคุมเกมได้มากกว่าโดยมีนาบาสและสตีเฟ่น โยเวติช โชว์ฟอร์มได้อย่างน่าประทับใจด้วยการสร้างโอกาสในการยิงประตูมากมาย ลิเวอร์พูลมีโอกาสที่ดีที่สุดในช่วงเปิดเกมเมื่อริกกี้ แลมเบิร์ต ได้โหม่งลูกระยะเผาขน แต่ต้องขอบคุณวิลลี่ กาบาเยโร่ ที่ได้นำตัวมารับลูกและปัดออกอย่างแม่นยำ
ในที่สุด เรือใบสีฟ้าได้เจาะตาข่ายแรกในนาทีที่ 53 เมื่อโยเวติชแตะลูกเข้าประตูไปหลังจากนาบาสส่งลูกตัดมาให้ แต่ห้านาทีต่อมา ชาวเรือใบก็ต้องหุบยิ้มเมื่อจอร์แดน เฮนเดอร์สัน
...รายงานการแข่งขัน...
นายทวารสำรอง โจ ฮาร์ท ที่ได้ลงเล่นในครึ่งหลัง ต้องวุ่นวายรักษาประตูเมื่อราฮีม สเตอร์ลิ่ง เริ่มต้นสร้างปัญหาทางฝั่งซ้าย แต่ทัพเรือก็โต้ตอบได้ดีโดยบรูโน่ ซูคูลินิ ได้ยิงประตูไปกระทบเสาบนก่อนที่โยเวติชจะยิงประตูที่สองในนาทีที่ 67
นักเตะชาวมอนเตเนรโกรยังคงโชว์ฟอร์มสดด้วยการซัลโวอย่างชาญฉลาดผ่านแบรด โจนส์ ซึ่งดูเหมือนทัพมานูเอล เปเยกรินี่ น่าจะได้ชัยชนะจากเกมนี้
แต่ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อฮาร์ทจำเป็นต้องเซฟสองลูกก่อนที่จะถูกยิงตีเสมอจากสเตอร์ลิ่งที่ยิงในกรอบ ทำให้แฟนลิเวอร์พูลทั่วสนามเฮฮาลั่นสเตเดี้ยม
นี่หมายความว่าสองทีมจะต้องยิงจุดโทษชี้ชะตา โดยโคลารอฟ,นาบาส และยาย่า ตูเร ยิงไม่เข้า จนกระทั่งเคเลชิก้าวเข้ามายิงประตูให้นักเตะชุดใหญ่ได้เห็น สุดท้ายลิเวอร์พูลเอาชนะจากการยิงจุดโทษ 3-1
ตอนนี้ซิตี้ก็ต้องหวังว่าเอซี มิลาน จะเอาชนะลิเวอร์พูลให้ได้ ในขณะที่ทัพเรือก็ต้องปราบโอลิมเปียกอส เสาร์ที่ 2 ส.ค. ศึกอินเตอร์ แชมป์เปี้ยน คัพ
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @MCFCThai และเยี่ยมชมเว็บไซด์ภาษาไทยอย่างเป็นทางการได้ที่ mcfc.co.th