นัดนี้เป็นการคืนสนามของโจ ฮาร์ท นายทวารชาวอังกฤษและยาย่า ตูเร โดยฮาร์ทได้สวมปลอกแขนกัปตันด้วย
แม้ครึ่งแรก จะไม่มีอะไรตื่นเต้นเร้าใจที่เอทิฮัดมากนัก โดยมีโอกาสทำประตูเกิดขึ้นแปดครั้ง ซิตี้ผ่านบอลได้ไม่ดีนักเมื่อเทียบกับสามเกมก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม นาบาสได้ตัดบอลจากขวาเข้ากลางป้อนโนลิโตที่ลอยตัวซัลโวด้วยขวา แต่วาเลนติน โคโจคารู นายทวาร เซฟไว้ได้
นาทีที่ 54 แฟนๆ ก็ได้ขยับแข้งขยับขาและส่งเสียงเชียร์ลั่น เมื่อนายทวาร วาเลนติน โคโจคารู ต้องพุ่งตัวมาเซฟบอลอันตรายของฟาเบียน เดลฟ์ ที่ส่งลูกตัดต่ำมาอย่างเร็ว
สองนาทีต่อมา เดลฟ์เบิกสกอร์ให้ซิตี้ เริ่มจากเคเลชี อิเฮียนาโช ส่งบอลให้นาบาสและนักเตะปีกชาวสเปนได้ส่งลูกตัดที่งดงามมาให้แทบเท้าเดลฟ์ที่จบสกอร์ไม่มีพลาด
ต่อจากนั้นนายใหญ่เป๊ป กวาร์ดิโอลา ได้ถอดตัวหลัก จอห์น สโตนและโนลิโต และได้ส่งสองดาวรุ่ง-โอลูวาโตซิน อดาราบิโอโย กับ อังเจลิโน เสียบแทน
สิบนาทีก่อนหมดเวลา กองหน้าวัยรุ่น เคเลชีได้รับบาดเจ็บที่ขา แพทย์สนามต้องใช้เปลหามไปรักษา ทำให้เฟอร์นันดินโญ่ได้ลงเล่นเป็นตัวสำรองและเป็นการเปลี่ยนตัวครั้งสุดท้ายของเจ้าบ้าน
ในที่สุด ผลสกอร์สองขาออกมา ซิตี้มีชัยเหนือกว่าสเตอัว บูคาเรสต์ 6-0 ถือเป็นหนึ่งในผลสกอร์ที่ใหญ่ยิ่งในประวัติศาสตร์ของสโมสร และในขณะนี้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่าได้นำชัยให้ซิตี้สี่นัดติดต่อกันหลังจากเปิดฤดูกาล
ซิตี้ผ่านเข้าไปเล่นในแชมป์เปี้ยน รอบกลุ่ม ที่จะมีการจับสลากแบ่งกลุ่มในวันพฤหัสบดี (25 ส.ค.) เวลาอังกฤษ 17.00 น.
รับรู้ผลการจับสลากรอบแบ่งกลุ่มอย่างเป็นทางการภาคภาษาไทย ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ภาษาไทย @ManCityTH และทาง เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th