ครึ่งแรกซิตี้ทำได้ยอดเยี่ยมมากมีทั้งการเคลื่อนไหวที่ปราดเปรียวและการส่งบอลที่ทำให้สโต๊คปวดหัวจากการไล่ตามเงาของทีมเยือน
การส่งบอลของดาบิด ซิลบา, เควิน เดอ บรอยน์, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และเซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ ทำให้แผงหลังสโต๊ควิ่งมาสกัดกันไม่หยุดหย่อนจากการโจมตีที่ถาโถมมาเรื่อยๆ
จนกระทั่งนาทีที่ 27 เรือใบสีฟ้าก็พังตาข่ายมาได้แบบเซอร์ไพรซ์
ช็อตแรกของซิตี้เกิดขึ้นในนาทีที่ 11 เมื่อสเตอร์ลิ่งตัดบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษฝ่าสี่แผงหลังเจ้าบ้านมาได้ ก่อนที่เขาจะปั่นบอลยิงม้วนที่เฉียดประตูไปเพียงไม่กี่นิ้ว
สามนาทีต่อมา เจ้าบ้านโต้กลับด้วยการยิงคอร์เนอร์แต่ดาบิด ซิลบา กระโดดโหม่งเคลียร์ไว้ก่อนจะทำอันตรายซิตี้
จอห์น สโตน คว้าแมนออฟเดอะแมตช์ในนัดนี้
ในที่สุดโอกาสทองของซิตี้ก็มาถึงเมื่อไรอัน ชอว์ครอส ได้ดึงหลังนิโคลัส โอตาเมนดิ ทำให้กรรมการไมค์ ดีน ให้ลูกโทษเป็นรางวัลแก่ทีมเยือน ผู้ที่มารับหน้าที่ยิงสังหารคือเซอร์จิโอ้ อากูเอโร่ ที่ได้ใช้เทคนิคทำให้นายทวารกีฟเว่นของสโต๊คพุ่งตัวไปผิดทาง นี่คงเป็นการขอแก้ตัวของอากูเอโร่ที่ยิงจุดโทษพลาดสองครั้งในนัดกลางสัปดาห์กระมัง
ประตูเดียวไม่มีวันพอสำหรับซิตี้ เก้านาทีต่อมา อากูเอโร่โขกบอลทำประตูที่สองหลังตากรับฟรีคิกของเควิน เดอ บรอยน์ นี่เป็นประตูที่ 26 ในพรีเมียร์ ลีก จากการลงเล่น 25 นัดล่าสุดของศูนย์หน้าเบอร์หนึ่ง
ด้านวิลลี่ กาบาเยโร่ ก็ได้ช่วยชีวิตซิตี้ด้วยการสกัดบอลอันตรายของฟิล บาร์ดสลีย์ ที่หวังยิงเข้าเสาไกล ต่อจากนั้นดิยูฟแห่งสโต๊คก็ได้โอกาสซัลโวหกหลาแต่ยังไม่เป็นประตู
ครึ่งหลัง สี่นาทีหลังเปิดเกม เจ้าบ้านก็ได้ลูกโทษหลังจากที่กรรมการไมค์ตัดสินว่าสเตอร์ลิ่งทำฟาลว์ชอว์ครอสจากการทำคอร์เนอร์ ทำให้โบยันยิงตีเสมอมาได้จากจุดโทษ
สโต๊คพยายามเต็มที่ที่จะตีเสมอ ในขณะที่ซิตี้ก็มุ่งมั่นหาประตูที่สาม ซึ่งประตูนี้ได้มาจากสองซูเปอร์ซับ เคเลชี อิเฮีนนาโชและโนลิโต้ที่ได้ดาวยิงชาวไนจีเรียส่งบอลให้โนลิโต้ซัลโวตุงตาข่ายทำให้ซิตี้นำไปเป็น 3-1
แม้จะใกล้หมดเวลาการแข่งขัน การต่อเวลาห้านาทีกลับทำให้ซิตี้เป็นฝ่ายได้ประตูที่สี่ คราวนี้สเตอร์ลิ่งส่งบอลให้โนลิโต้ยิงเบิ้ลทำให้ชัยชนะเกมเยือนแรกของพรีเมียร์ ลีก สำเร็จได้อย่างสมบูรณ์แบบ