ดาบิด ซิลบาตีเสมอก่อนหมดครึ่งแรกเก็บแต้มเสมอที่เพียงพอสำหรับการผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย เป็นปีที่สี่ติดต่อกันของเรือใบสีฟ้า สองทีมถูกถอดให้เหลือผู้เล่นฝั่งละสิบคน โดยเฟอร์นันดินโญ่โดนใบแดงหลังจากสไตนเดิ้ลโดนไปก่อน
เจ้าบ้านสกัดกั้นสุดแรงหลังจากเปิดเกมและประกบเควิน เดอบรอยน์, ดาบิด ซิลบา และราฮิม สเตอร์ลิ่งทำให้สามเพลย์เมกเกอร์หาช่องไม่ได้
แต่แล้วเจ้าบ้านก็เป็นฝ่ายนำไปก่อนหลังจากที่จอห์น สโตน เสียบอลทางขวาใกล้แดนกลาง ทำให้กลัดบัคเติมความเร็วมุ่งไปหน้าด่าน โดยราฟฟาเอลสร้างความเจ็บปวดให้แฟนๆ ซิตี้ด้วยการอัดบอลตุงตาข่ายจาก 15 หลา
แต่ด้วยแรงฮึดของซิตี้ที่หวังจะผ่านเข้ารอบต่อไปให้ได้ ทำให้อิลคาย กุนโดกันคุมลูกคอร์เนอร์ของเดอบรอยน์ไว้ได้ก่อนที่จะวอลเลย์บอลที่พุ่งตรงไปยังมุมล่างซ้าย แต่นายทวารซอมเมอร์มาเซฟไว้ได้เสียก่อน
แม้ว่าบราโว่จะทำพลาดปล่อยบอลให้ออสการ์ เวนด์ ได้เข้ามาคุกคามอยู่หน้าประตูสองครั้ง แต่นายทวารชาวชิลีก็ได้แก้ตัวด้วยการโชว์ซูเปอร์เซฟไว้ได้ทัน
ในที่สุด ซิตี้ก็กลับตัวได้สำเร็จ เมื่อเควิน เดอบรอยน์โชว์ลีลาขั้นเทพฝ่าด่านหินเข้าไปในเขตโทษและส่งลูกตัดต่ำให้กัปตันซิลบาที่จบสกอร์เผาขนแบบไร้ที่ติ
นาทีที่ 49 สเตอร์ลิ่งพังตาข่ายได้สำเร็จ แต่กรรมการเส้นยกธงล้ำหน้า
นาทีดราม่าเกิดขึ้นเมื่อกัปตันกลัดบัต ลาร์ส สไตนเดิ้ลถูกใบเหลืองใบที่แดงเนื่องจากทำฟาลว์โอตาเมนดิ ทำให้ทีมฝั่งบุนเดสลีกาเหลือสิบนาย
หกนาทีต่อมา เดอบรอยน์ยังแผลงฤทธิ์ต่อเนื่องแต่ซอมเมอร์ก็ยังเหนียวอยู่ ซิตี้ได้เปรียบอยู่เพียง 12 นาที ก็งานเข้าเฟอร์นันดินโญ่ เมื่อเขาโดนใบแดงในแบบเดียวกับสไตนเดิ้ล เขาต้องออกจากเกมเพราะสะสมสองใบเหลือง โดยเขาทำฟาลว์ราฟฟาเอล ซึ่งตกเป็นประเด็นวิจารณ์ในวงกว้างว่าใช่การทำฟาลว์แน่หรือ
สองทีมทำประตูกันไม่ได้ ทำให้แชร์แต้มเสมอกันไป
ฟอร์มเลิศของเดอบรอยน์
นี่คืออีกหนึ่งครั้งที่เควินได้ส่งบอลทำประตูให้ซิตี้ เขาเกือบทำประตูได้อีกด้วย
สถานีต่อไป...
ถึงแม้ซิตี้จะผ่านเข้ารอบ 16 ทีมแล้ว แต่ก็ยังเหลืออีกหนึ่งเกมปะทะเซลติกในบ้าน วันที่ 6 ธันวาคม
ส่วนพรีเมียร์ ลีก เรือใบสีฟ้าจะล่องไปทางเหนือปะทะเบิร์นลีย์ในวันเสาร์ 26 พ.ย.