เรือโดนลูบคมจากโบโร่
มิดเดิลสโบรัชยกทัพมายังเอทิฮัดเพื่อมาสกัดกั้นเต็มที่ ผู้เล่นสิบนายตั้งแถวเรียงรายอยู่ในเขตโทษของตัวเอง โอกาสแรกเป็นของซิตี้จากลูกหวดเผาขนของดาบิด ซิลบา ที่นายทวารบิกตอร์ บัลเลส เซฟไว้ได้
ต้องยอมรับในความสามารถของอดีตนายทวารบาร์เซโลน่าที่รับบทหนักตลอดเกม แถมได้รับบาดเจ็บจากความพยายามสกัดบอลอันตรายของนาบาสอีกด้วย
แม้ซิตี้จะบุกแหลกอย่างไรแต่ประตูก็ไม่มาง่ายๆ จนกระทั่งเควิน เดอบรอยน์ผ่านบอลงดงามด้วยการยิงม้วนเข้าไปในเขตโทษก่อนที่เซอร์จิโอ้ อเกวโร่ ซัลโวประตูที่ 150 ได้สำเร็จ
ครึ่งหลัง โบโร่เปลี่ยนแผนเล็กน้อยมาจู่โจมมากขึ้นเพื่อสร้างโอกาสในการตีเสมอ สามนาทีหลังเปิดเกม อัลวาโร เนเกรโด้ อดีตแข้งซิตี้ก็เกือบทำประตูได้จากการยิงไกล 50 หลา แต่เคลาดิโอ้ บราโว่ วิ่งไปสกัดไว้ได้
ต่อจากนั้น อดัม ก็ได้ป้อนบอลให้ฟอร์ชอว์ในเขตโทษแต่บราโว่ก็สกัดไว้ได้เยี่ยม นี่แสดงว่าแผนบีของกุนซือไอดอร์ การันก้าได้ผลมากกว่าแผนเอที่ใช้ในครึ่งแรก
ดูเหมือนซิตี้จะเหนื่อยล้าและอาจเป็นเพราะเกมกลางสัปดาห์ปะทะบาร์ซา อเกวโร่เกือบทำประตูที่สองจากการยิงแปดหลาแต่ยังไม่เข้าเป้า
แต่แล้วในช่วงทดเวลาเจ็บมาร์เตน เดอ รูน ก็โหม่งพิฆาตทำประตูเผาขนตีเสมอเจ้าบ้านมาได้อย่างน่าทึ่ง
แมนออฟเดอะแมตช์
เซอร์จิโอ้ อเกวโร่ ทำได้เยี่ยมในนัดนี้ เขามีความเพียรในการช่วยทีมทำประตูตั้งแต่ต้น
ตำแหน่งจ่าฝูง
การทำสองแต้มหล่นในบ้าน อาจทำให้ซิตี้เสียตำแหน่งจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก ไปได้ ในขณะที่อาร์เซนอลไล่ตามมาเพียงหนึ่งแต้ม
อย่างไรก็ตาม ซิตี้น่าจะฟื้นตัวได้ดีหลังจากจบโปรแกรมทีมชาติและกลับมาวาดลวดลายอีกครั้งในวันที่ 19 พ.ย. ปะทะคริสตัล พาเลซ