แมนยูไนเต็ด เฉือน แมนซิตี้ ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

นัดนี้เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถูกทัพปีศาจแดงของโชเซ่ มูรินโญ่ เขี่ยตกรอบสี่ ในศึกอีเอฟแอล คัพ ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ่านเข้าไปเล่นในรอบแปดทีมสุดท้าย ในขณะที่แมนซิตี้ต้องเจอศึกหนักเพราะในขณะนี้เอาชนะไม่ได้หกนัดติดต่อกัน

แมนซิตี้ยังเอาชนะใครไม่ได้จากหกเกมล่าสุด โดยแพ้สามและเสมอสามนัด

นัดนี้เป็นแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ครั้งที่สองของฤดูกาล 2016/17 สองทีมจากแมนเชสเตอร์ต้องมาขับเคี่ยวกันเพื่อจะไปชิงแชมป์อีเอฟแอลคัพกันต่อ โดยซิตี้คว้าแชมป์นี้มาได้เมื่อฤดูกาลที่แล้วจากการคุมทีมของมานูเอล เปเยกรินี่ โดยมีนายทวารวิลลี่ กาบาเยโร่ ที่เป็นวีรบุรุษชั่วข้ามคืนที่สกัดลูกโทษจากการดวลจุดโทษกับลิเวอร์พูลได้สำเร็จ

Manchester-City's-Vincent-Kompany-leads-the-team-out

เกมนี้นายทวารวิลลี่ยังคงออกมาเฝ้าเสา โดยมีกอมพานี่ผ่านการทดสอบความฟิตและได้เป็นตัวจริงและได้ลงเล่นในครึ่งแรก ก่อนที่จะถูกเปลี่ยนตัวกับโคลารอฟเมื่อเริ่มครึ่งหลัง ซึ่งเป๊ปได้เปลี่ยนผังนักเตะเก้านายที่แตกต่างจากนัดเสมอเซาท์แฮมตันในพรีเมียร์ ลีก โดยมีสองดาวรุ่งที่ได้ยืนเป็นตัวจริงคือ อเล็กซ์ การ์เซีย และมัฟฟิโอ้ ซึ่งสองนักเตะวัยรุ่นโชว์ฟอร์มได้เฉียบคมไม่เกรงบารมีของเจ้าบ้านแต่อย่างใด

ซิตี้เริ่มต้นเกมได้ดีกว่ายูไนเต็ด เคลื่อนบอลเร็วกว่าและดูอันตรายมาก และได้โอกาสทองในนาทีที่สอง เมื่อเคเลชี อิเฮียนาโช โหม่งทรงพลัง แต่ก็ยังไม่ตรงเป้า ต่อจากนั้นสองทีมก็ทำอะไรกันไม่ได้จนหมดครึ่งแรก

ครึ่งหลัง แฟนเจ้าบ้านเฮฮาเสียงดังเมื่อมาต้าได้ซัลโวในนาทีที่ 54 ทำให้เจ้าบ้านขึ้นนำ 1-0 ต่อจากนั้นยูไนเต็ดก็บุกได้ดี แม้ว่าซิตี้จะนำตัวสำรองชุดใหญ่อย่าง ราฮิม สเตอร์ลิงและอเกวโร่มาเล่นในยี่สิบนาทีหลัง แต่ก็ไม่อาจตีเสมอได้ 

สำหรับแมนออฟเดอะแมตช์ของซิตี้ ยกให้ อเล็กซิส การ์เซีย ที่ได้ลงเล่นลึกในฐานะมิดฟิลว์และปั่นป่วนแบ๊คโฟร์ตลอดเกม

ด้านมัฟฟิโอ้ก็ทำได้เยี่ยม เขาได้โชว์ให้เห็นถึงความตระหนักรู้และได้สกัดยูไนเต็ดอยู่หลายครั้ง

 

นัดต่อไป ซิตี้จะเจอเวสต์บรอมในพรีเมียร์ ลีก วันเสาร์ 29 ต.ค. และสามวันต่อมา ก็จะประจันหน้ากับบาร์เซโลน่าที่เอทิฮัด สเตเดี้ยม