นัดนี้ทัพกวาร์ดิโอล่าสับเจ้าบ้านคืนฟอร์มดุอีกครั้งหลังจากเอาชนะไม่ได้มาหกนัด

ตัวจริง

บราโว่,เฟอร์นันโด้,สโตน,โอตาเมนดิ,โคลารอฟ,เฟอร์นันดินโญ่,กุนโดกัน,ซิลบา (การ์เซีย 83),สเตอร์ลิ่ง(นาบาส 77),โนลิโต้(เดอบรอยน์68),อเกวโร่

ซิตี้กลับมายิงกระจาย

ซิตี้เยือนถิ่นเวสต์บรอมอย่างมั่นใจและโชว์ฟอร์มดุดันตลอดเกม แตกต่างจากหกนัดที่ฟอร์มหดอย่างสิ้นเชิง ทำให้เจ้าบ้านรับมือไม่ถูก

สองประตูแรกเป็นของเซอร์จิโอ้ อเกวโร่ ที่ได้เบิกสกอร์ด้วยการกดเผาขนหลังจากอิลคาย กุนโดกัน ส่งบอลงดงามมาให้จบสกอร์ ส่วนประตูที่สองของกุนเป็นการโชว์ฝีมือการยิงไกลที่กระแทกใส่มุุมบนอย่างจัง หมดทางที่นายทวารเบน ฟอสเตอร์ จะแก้ไข

เครื่องจักรดาวยิงชาวอาร์เจนติน่าเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ช่วยพระเอกบ้างในครึ่งหลัง เขาส่งบอลให้มิดฟิลว์ชาวเยอรมันยิงจากในเขตโทษ ตามด้วยประตูที่สี่ก่อนหมดเวลาหนึ่งนาทีที่กุนโดกันซัลโวหลังจากซูเปอร์ซับ เควิน เดอบรอยน์ ป้อนบอล

นี่คือเกมที่สี่ของซิตี้ที่กำชัยชนะมาจากฮอว์ธอร์นและผลลัพธ์นี้ยังดันให้เรือใบสีฟ้าฉลุยขึ้นไปครองแท่นจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก โดยมีประตูได้เสียดีกว่าอาร์เซนอลที่มีแต้มเท่ากัน

นัดนี้ แฟนๆทีมเยือนพร้อมใจกู่ก้องร้องเพลงของกวาร์ดิโอล่า (มีใจความว่า เพราะเรามีกวาร์ดิโอล่า ...)

แมนออฟเดอะแมตช์ ยกให้เอลกุน

อเกวโร่โชว์ฟอร์มสุดคมในการระเบิดรังเวสต์ บรอม ขณะนี้ดาวยิงอาร์เจนติน่าทำไป 13 ประตู โดยรวม 149 ประตู ทำให้เขาเลื่อนขึ้นไปเป็นดาวยิงอันดับหกของสโมสร และได้อันดับ 20 ดาวยิงพรีเมียร์ ลีก ตามหลังอีไมล์ เฮสคีย์อยู่สองประตูและตามดิออน ดับลิน อีกหนึ่งประตู

อเกวโร่ขาดอยู่ห้าประตูก็จะขึ้นแท่นดาวยิงตลอดกาลของซิตี้อันดับสาม

นัดหน้าเจอสายแข็ง

บิ๊กแมตช์กลับมายังเอทิฮัด สเตเดี้ยม อีกครั้งโดยบาร์เซโลน่าจะยกพลบุกแมนเชสเตอร์ รอบกลุ่ม แชมป์เปี้ยน ลีก

มีเวลาให้กุนซือกวาร์ดิโอล่าคิดแผนรับมืออีกสามวัน ดวลแข้งคืนวันอังคาร 1 พ.ย.