ซิตี้ยังคงออกตัวได้เฉียบคมด้วยการครองบอลมากมายและกดดันสูง ที่สำคัญเซอร์จิโอ้ อเกวโร่ ได้ระเบิดท็อปฟอร์มหลังจากพ้นโทษแบนสามนัดด้วยการทำลายอาถรรพ์เวสต์เบิกสกอร์ไปในเวล่าเพียงแปดนาที
บาการี่ ซานญ่า ส่งบอลให้อาเกวโร่ในกรอบเขตโทษและช็อตแรกของเอลกุนก็กลายเป็นประตูทันที เขาส่งลูกต่ำผ่านขาของนายทวารฟาเบียนสกี้ทำประตูที่สิบของแคมเปญ
เครื่องจักรดาวยิง
สวอนซีได้เตรียมตัวจู่โจมเพื่อทำสงครามกับซิตี้เป็นนัดที่สองในสัปดาห์เดียวกัน ทำให้เคลาดิโอ้ บราโว ต้องเซฟบอลทรงพลังจากลอเรนเต้ในนาทีที่ 12 แต่ซิตี้ก็ไม่อาจเคลียร์บอลอันตรายที่หลุดเข้ามาได้กรอบเขตโทษอีกครั้ง ซานญ่าก็ตามลอเรนเต้ไม่ทัน ทำให้ขุนศึกของสวอนซีได้ทีทำวอลเลย์จากระยะ15 หลา เจาะมุมบนขวา ตีเสมอมาได้สำเร็จ
สองทีมมีโอกาสทำประตูก่อนหมดครึ่งแรก แต่ซิตี้เป็นทีมที่มีโอกาสมากกว่าจากการยิงฟรีคิกของเควิน เดอบรอยน์ ที่นิโคลัส โอตาเมนดิ และโคลารอฟพยายามกระโดดโหม่งแต่ยังรับรับไม่ได้
ดูเหมือนสวอนซีจะทำการบ้านมาอย่างดีและเรียนรู้จากบทเรียนที่พ่ายแพ้แก่ซิตี้ในนัดกลางสัปดาห์ (ถ้วยอีเอฟแอล คัพ) เวนย์ เราท์เล็ดจ์ มีโอกาสเคลียร์ๆ ในการทำประตู แต่ช็อตของเขากว้างออก
เรือใบสีฟ้าเกือบเจาะตาข่ายได้อีกครั้งเมื่อดาบิด ซิลบา ส่งลูกตัดต่ำป้อนให้อเกวโร่ แต่คราวนี้จอร์ดี้ อามัต มาสกัดไว้ได้ทันท่วงที ต่อจากนั้นราฮีม สเตอร์ลิ่งก็จบสกอร์เผาขนไม่ได้หลังจากการส่งบอลที่งดงามจากการประสานกำลังของอเกวโร่และเดอบรอยน์
ในที่สุด เวลาที่สาวกซิตี้เซ่นรอคอยก็มาถึงเมื่อเดอบรอยน์นำบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ทำให้ไมค์ ฟาน เดอร์ ฮอร์น พยายามช่วงชิงบอลและทำฟาลว์ด้วยการเอามือไปกระแทกหน้าของมิดฟิลว์เบลเยี่ยม ทำให้กรรมการตัดสินให้เป็นลูกโทษและแจกใบเหลืองให้ไมค์
ผู้ที่มารับยิงสังหารก็คือ เอลกุนที่ได้มาโชว์การยิงลูกโทษแบบบาเลนก้าสไตล์ (ตามชื่อของนักฟุตบอลชาวเชคโก้สโลวาเกียที่ยิงแสกหน้าทีมชาติเยอรมันในปีค.ศ. 1976) โดยอเกวโร่ยิงนิ่มๆ ระยะ 12 หลา เริ่มต้นด้วยการหลอกให้ฟาเบียนสกี้กระโจนไปผิดทางและยิงเข้ากลางกรอบได้สมศักดิ์ศรีเครื่องจักรดาวยิง
ดูเหมือนรูปเกมเปลี่ยนทันที จากการเชือดเฉือนกันอย่างถึงพริกถึงขิงก่อนหน้านี้ของสองทีม ก็กลายเป็นว่าซิตี้กลายเป็นฝ่ายได้เปรียบทันที และนี่คือการให้จุดโทษแรกของกรรมการนีล สวาร์บริค
ช็อตของซิลบาเกือบทำประตูให้ซิตี้ได้แต่ฟาเบียนสกี้ปัดบอลออกไปได้ อีกทั้งยังมีช็อตของเฟอร์นันดินโญ่ที่เกือบโหม่งทำประตูได้ แต่ช็อตของนักเตะแซมบ้ากว้างออก
ในที่สุด ประตูที่สามก็เกิดขึ้นจากการทำเคาท์เตอร์ แอคแทค โดยสี่ขุนศึกของซิตี้นำบอลขึ้นหน้าฝ่าสองแผงหลังเจ้าบ้าน สุดท้ายบอลไปตกอยู่ที่สเตอร์ลิ่งที่วิ่งเดี่ยวขึ้นหน้าใช้เทคนิคแพรวพราวฝ่าฟูลตันมาได้ก่อนที่จะจบสกอร์งดงาม
แมนออฟเดอะแมตช์
ยกให้เซอร์จิโอ้ อาเกวโร่ ที่ทำประตูที่ 11 ในฤดูกาลนี้ เขาเล่นบอลดีมีความสุขมาตั้งแต่เปิดซีซั่น เขาคือเสี้ยนหนามสำคัญของทุกทีม
ภาพเด่นประจำเกม
ขณะนี้ซิตี้ยังคงเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ ลีก และเอาชนะ 10 นัดจาก 10 เกม ทำให้ยังคงเป็นผู้ชนะสิบทิศแบบ 100%
..@ManCityTH...
ทุบสถิติ!!
การยิงดับเบิ้ลของอเกวโร่หมายความว่าเขาทำ 28 ประตูจาก 27 เกมในพรีเมียร์ ลีก
เควิน เดอบรอยน์ ลงเล่นนัดที่ 50 ให้ซิตี้
นี่คือชัยชนะครั้งที่หกในพรีเมียร์ ลีก ระหว่างซิตี้และสวอนซี
ซิตี้เป็นทีมแรกที่เอาชนะหกนัดหลังเปิดฤดูกาล นับแต่เชลซีทำสถิติไว้ในปี 2009
เหลืออีกแค่หนึ่งเกม ซิตี้ก็จะทำสถิติเทียบเท่าชัยชนะ 11 นัดต่อเนื่องในยุคของมานูเอล เปเยกรินี่
รับรู้ข่าวสารอย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยก่อนใคร ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ภาษาไทย @ManCityTH และทาง เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th