แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ผ่านเข้าสู่รอบสี่ชิงถ้วยอีเอฟแอล คัพ หลังจากเฉือนเจ้าบ้านสวอนซี 2-1

กาเอล คลิชชี่ เบิกสกอร์หลังจากเริ่มครึ่งหลังเพียงสามนาทีและประตูที่สองเป็นของอเล็กซิส การ์เซีย นักเตะดาวรุ่งทำให้ซิตี้ชนะเก้านัดจากการลงเล่นเก้าเกมหลังเปิดซีซั่น  Guardiola.

เกิดอะไรขึ้นในเกมนี้

ซิตี้สร้างโอกาสทำประตูครั้งแรกในนาทีที่ 12 โดยแองจิเลโน่ทำวอลเลย์จากบอลที่ส่งมาของซาบาเลต้าจากทางปีกขวา ช็อตของนักเตะวัยรุ่ยเฉียดมุมล่างไปนิดเดียว

ฟอร์มของซิตี้นัดนี้ไม่ค่อยคมเหมือนเกมก่อนๆ แต่ก็เกือบฟลุ๊ก ได้ประตูในนาทีที่ 33 เมื่อไมค์ ฟาน เดอร์ ฮอร์น แปรลูกตัดของการ์เซียและเกือบทำประตูตัวเอง แต่โชคดีของเจ้าบ้านที่นายทวารนอร์ดเฟลด์เซฟไว้ได้ทัน

ซิตี้ปรับตัวได้ดีขึ้นก่อนหมดครึ่งแรกเมื่อเคเลชี อิเฮียนาโชและเฆบุส นาบาส ที่พยายามหาช่องทำประตูให้ซิตี้

แม้ครึ่งแรกจะไม่มีฝ่ายใดเจาะไข่แตก แต่สามนาทีหลังจากเริ่มครึ่งหลัง กาเอล คลิชชี่ ก็ทำประตูแรกในเกมนี้โดยยิงด้วยเท้าขวา แม้ว่าจะเกิดจากการที่บอลกระเด้งมาหาเขา แต่เขาก็จบสกอร์ได้ดีไม่มีที่ติ ก่อนหน้านั้นบอลถูกยิงคืนมาจากกาบาเยโร่ ที่ต้องผ่านสโตน, กอมพานี่,ซาเน่, กาเอลและแองเจลิโน่ ก่อนที่ฟูลแบ๊คชาวฝรั่งเศสจะเหนี่ยวไกใส่สวอนซี

แม้เควิน เดอยรอยน์จะก้าวเข้ามาเป็นตัวสำรอง แต่คนที่สร้างความแตกต่างอย่างชัดเจนคือนักเตะวัย 19 ปี อเลกซ์ การ์เซีย ที่ได้ซัลโวไซด์ฟุตในนาทีที่ 67  จากการส่งบอลของนาบาส ทำให้ซิตี้ก้าวเข้าสู่รอบที่สี่ได้สำเร็จ

ก่อนหมดเวลา กวาร์ดิโอล่าได้ให้โอกาสบราฮิม ดิแอซ นักเตะวัย 17 ปีที่มาลงเล่นร่วมชุดใหญ่เป็นครั้งแรก แต่น่าเสียดายที่ซิตี้เก็บคลีนชีทไม่สำเร็จเมื่อสวอนซีไล่ตามมาได้ในช่วงทดเวลาเจ็บ โดยซิเกิร์ดสันเป็นผู้ทำประตู ทำให้สกอร์เป็น 1-2

แมนออฟเดอะแมตช์

อเล็กซิส การ์เซีย ได้เป็นแมนออฟเดอะแมตช์

นักเตะวัย 19 ปีผู้นี้สร้างความประหลาดใจให้กับผู้ชมที่ลิเบอร์ตี้ สเตเดี้ยม

นี่คือการเป็นตัวจริงนัดที่สองของการ์เซียหลังจากมาร่วมทัพซิตี้ในปี 2015 มิดฟิลว์วัยรุ่นได้สร้างความประทับใจด้วยการโชว์ฟอร์มเด็ดและการส่งบอลที่แม่นยำ

เขาคือหนึ่งในห้านักเตะที่ได้ก้าวเข้ามาร่วมชุดใหญ่จากซิตี้อีดีเอสจากการผลักดันของกวาร์ดิโอล่า

ผังนักเตะ

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เปลี่ยนนักเตะเก้านายแตกต่างจากนัดถล่มบอร์นมัธ 4-0 โดยนำกอมพานี่มาเป็นตัวจริงหลังจากหายหน้าไปสี่เดือน

ในขณะที่เลรอย ซาเน่ก็ได้เป็นตัวจริงนัดแรกของซิตี้ ด้านแองเจลิโน่และการ์เซีย เป็นตัวจริงนัดที่สองให้ซิตี้ อีกทั้งวิลลี่ กาบาเยโร่ มายืนเป็นตัวจริงเฝ้าเสา

สองนายที่ได้ลงเป็นตัวจริงต่อจากนัดก่อนหน้านี้คือกาเอล คลิชชี่และอิเฮียนาโช โดยห้านักเตะวัยรุ่นนั่งเป็นสำรองได้แก่ แองกัส กันน์,โตสิน,มัฟฟิโอ้และบราฮิม

ซิตี้ทุบสถิติ

ซิตี้ชนะเก้าเกมติดต่อกันหลังจากเปิดฤดูกาล 2016/17

คลิชชี่ทำประตูที่สองให้สโมสรหลังจากที่เขาอยู่กับซิตี้มาตั้งแต่ปี  2011 – ก่อนหน้านี้ยิงเซาท์แฮมตัน ปี 2014/15

บราฮิม ดิแอซ ลงเล่นนัดแรกให้ซิตี้

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ลงมาคุมเกมแรกของถ้วยลีกคัพ

แวงซองต์ กอมพานี่ ลงเล่นให้ซิตี้หลังจากนัดสุดท้ายวันที่ 4 พ.ค. 2016

ซิตี้ไม่เคยแพ้ใครในลีกคัพนับแต่วันที่ 29 ต.ค. 2014

 

รับรู้ข่าวสารอย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยก่อนใคร ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ภาษาไทย @ManCityTH และทาง เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th