ประตูจากเดอบรอยน์และอิเฮียนาโชนำชัยชนะมาให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในศึกดาร์บี้ครั้งที่ 172 และรวบสามแต้มออกจากโอลด์ แทรฟฟอร์ด อย่างสง่างาม

ซิตี้เริ่มต้นเกมอย่างดุเด็ดเผ็ดมันและไร้ซึ่งความปรานีต่อเพื่อนบ้านจอมป่วน

ทัพกวาร์ดิโอล่าได้โชว์ลีลาส่งบอลขั้นเทพและแทรกแซงพื้นที่ในแดนกลางของยูไนเต็ดหลังเปิดเกม เกมก็เข้มข้นมากขึ้นเมื่อเควิน เดอบรอยน์ ได้ช่องว่างทางซ้ายและส่งลูกตัดต่ำหมายเจาะตาข่ายหลังจากเกมเดินไปเพียงสามนาที แต่เสียดายช็อตของเขายังไม่โดนเท้าของเคเลชี อิเฮีนนาโช หรือราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ยืนรออยู่รอซัดซ้ำในระยะหกหลา

ยูไนเต็ดดิ้นรนมากในการไล่ตามซิตี้ที่โชว์ฟอร์มโหดสุดขั้ว และนาทีที่สาวกเรือใบสีฟ้าทั่วโลกรอคอยก็มาถึง

ซิตี้เป็นฝ่ายนำทันทีหลังจากการซัลโวของมิดฟิลว์ชาวเบลเยี่ยมในนาทีที่ 15

โคลารอฟโยนบอลจากระยะ 50 หลาเข้าทางอิเฮียนาโช (ที่นัดนี้ได้ลงแทนที่เซอร์จิโอ้ อาเกวโร่ ที่ถกโทษแบน) ดาวรุ่งชาวไนจีเรียกระโดดหนีไบญี่และโหม่งบอลสุดแรงเข้าเท้าของเควิน เดอบรอยน์ที่ต้องฟันฝ่าแดนนี่ บลินด์ ก่อนที่จะซัดบอลต่ำผ่านนายทวารเด เคอา ทำให้ชาวเรือใบสีฟ้าที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ตะโกนดีใจสุดเสียง เมื่อเห็นซิตี้ทีมรักเบิกสกอร์ได้สำเร็จ

ชาวซิตี้เซ่นที่ได้เดินทางมาเชียร์ทีมรักประมาณ 3,000 คนกู่ก้องร้องเรียกชื่อเดอ บรอยน์ และดาบิด ซิลบา ที่นัดนี้มิดฟิลว์สเปนได้รับเลือกให้เป็นกัปตันบุกรังปีศาจแดง

อีกคนที่ทำร้ายเจ้าบ้านอย่างต่อเนื่องก็คือนิโคลัส โอตาเมนดิ ที่ได้ส่งบอลอันชาญฉลาดขึ้นมาข้างหน้า แต่ยังไม่กลายเป็นประตูจนกระทั่งนาทีที่ 36 เดอบรอยน์ได้นำบอลเข้าไปในกล่องและซัลโวรวดเร็วแต่บอลกระทบเสาและกระดอนกลับมาเข้าเท้าของอิเฮียนาโช ที่ซัดเบาๆ ก็เข้าตุงตาข่ายเป็นประตูสอง

อย่างไรก็ตาม เจ้าบ้านก็ฮึดสู้ไม่ถอย จนกระทั่งเคลาดิโอ้ บราโว นายทวารคนใหม่ก็ไม่อาจสกัดบอลทรงพลังของสลาตัน อิบราฮิโมวิชได้ ทำให้เจ้าบ้านไล่ตามมาได้สำเร็จ

ก่อนหมดครึ่งหลัง สาวกซิตี้หายใจไม่ทั่งท้องเมื่อเห็นบราโวถูกเวนย์ รูนี่ย์ ไล่ต้อน เป็นเหตุให้ซูเปอร์ซัฟ มาร์คัส แรชฟอร์ด เจาะตาข่ายได้สำเร็จ แต่สาวกยูไนเต็ดก็ดีใจเก้อ เพราะกรรมการไม่ให้เป็นประตูเพราะอิบราฮิโมวิช ทำออฟไซด์ แม้ว่าเรือใบสีฟ้าพยายามทำประตูเพิ่่มโดยโอตาเมนดิ, เดอบรอยน์และซิลบา ต่างมีโอกาสซัลโว แต่ก็ยังไม่เป็นประตูที่สาม

เลรอย ซาเน่ นักเตะคนใหม่ของกวาร์ดิโอล่าได้ประเดิมสนามในนัดนี้ แต่ลูกตัดต่ำของเขายังทลายประตูไม่ได้ 

โมเมนต์สำคัญเกิดขึ้นก่อนหมดเวลาห้านาที เมื่อรูนีย์นำบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษได้สำเร็จโดยฝ่าบราโว่มาได้ แต่ไม่พ้นการสกัดของแดนหลังบาการี่ ซานญ่่า รุมสกัดทำให้กัปตันชาวอังกฤษทำประตูไม่ได้ในนัดนี้

แมนออฟเดอะแมตช์ตกเป็นของเควิน เดอ บรอยน์ ที่เป็นศูนย์กลางขุมพลังสำคัญของซิตี้ โดยเฉพาะเป็นพระเอกสุดๆในครึ่งแรก ทำงานแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หัวใจของเขาได้มอบให้เรือใบสีฟ้าไปแล้วจริงๆ สมกับที่เขาได้เป็นสุดยอดนักเตะของเอทิฮัดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

ขณะนี้ซิตี้ชนะหกนัดรวดและเก็บสถิติชนะ 100% ในพรีเมียร์ ลีก และเป็นชัยชนะครั้งที่ 50 ในแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้

นัดหน้าถึงคิวแชมป์เปี้ยน ลีกรอบกลุ่ม ปะทะมึนเชนกลัดบัค

 

รับรู้ข่าวสารอย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยก่อนใคร ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ภาษาไทย @ManCityTH และทาง เว็บไซด์อย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ mcfc.co.th