กาเบรียล เฆซุส เทพบุตรเท้าไฟ ขวัญใจแฟนบอลชาวไทย ต้องออกจากเกมไปพร้อมกับหลั่งน้ำตาลูกผู้ชาย ในนาทีที่ 23 หลังจากปะทะกับแอนดรอส ทาวน์เซนด์ ทำให้เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องส่งเซอร์จิโอ้ อเกวโร่ เป็นตัวสำรองแทน

ห้านาทีหลังจากเซอร์จิโอ้ ลงเป็นสำรอง ดาวยิงสูงสุดของสโมสรก็หาช่องทำประตูได้ ด้วยการ ลากบอลเข้ามาซัลโว แม้บอลจะแฉลบผู้เล่นเจ้าบ้านและย้อยหนีนายทวารเฮนเนสซีย์ ไปชนเสา อย่างน่าเสียดาย

ก่อนหมดครึ่งแรก เควิน เดอบรอยน์ ส่งบอลย้อนให้อเกวโร่หวดเต็มๆ แต่บอลหลุดเสาใกล้

ครึ่งแรก สองทีมไม่มีจังหวะลุ้นประตูมากนัก พาเลซทำเกมรับได้เหนียวแน่นมาก

โอกาสลุ้นของซิตี้เกิดขึ้นอีกทีในนาที 57 อิลคาย กุนโดกัน ปั่นบอลจากหน้ากรอบเขตโทษ แต่บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว

ซิตี้ยังได้ลุ้นในนาทีที่ 64 เมื่อตัวสำรอง ราฮีม สเตอร์ลิง เปิดบอลจากฝั่งขวาผ่านกองหลังพาเลซ บอลหลุดไปถึงเสาสอง เข้าทางเลรอย ซาเน่ ที่หวดมุมแคบ แต่ติดเซฟเฮนเนซีย์

โอกาสทองของเจ้าบ้านเกิดขึ้นในนาทีที่ 79 เมื่อวิลฟรีด ซาฮา เปิดบอลจากฝั่งขวาทะลุเสาสอง ทาวน์เซนด์ วิ่งเข้ามายิงโล่งๆ แต่กลับยิงเชิดขึ้นฟ้า เจ้าตัวถึงกับกุมศีรษะ

เจ้าบ้านยังได้ลุ้นประตูขึ้นนำ ในนาทีที่ 89 เมื่อกรรมการเป่าจุดโทษให้พาเลซ ตัดสินว่าราฮิีมทำฟาลว์ ทำให้ซาฮาหกล้ม ในเขตโทษ โดย ลูก้า มิลิโวเยวิช มารับหน้าที่สังหาร ส่องเข้ากลางประตูแต่นายทวารเอแดร์สัน โชว์ซูเปอร์เซฟไว้ได้

แม้ว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะจบสถิติชนะต่อเนื่องไว้ที่ 18 นัด แต่ก็ยังทำสถิติไร้พ่ายเป็นนัดที่ 21 นำฝูงห่าง 14 แต้ม เก็บเพิ่มเป็น 59 แต้ม ขณะนี้ เชลซี ขยับขึ้นมาเป็นรองจ่าฝูง แทน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เสมอเซาท์แฮมตัน 0-0

สถานีต่อไป นัดเปิดศักราชใหม่ ซิตี้จะเปิดรังรับมือวัตฟอร์ด ตามด้วยเจอเบิร์นลีย์ ในรายการเอฟเอ คัพ และฟุตบอลคาราบาว คัพ ขาแรกรอบรองชนะเลิศ ปะทะบริสตัล ซิตี้