แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เอาชนะเป็นนัดที่ 18 ในพรีเมียร์ ลีก หลังบุกไปเฉือนนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด 1-0 ทิ้งห่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 15 คะแนน

ซิตี้ต้องเปลี่ยนตัวช่วงสิบนาทีแรก โดยบอสเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ส่ง กาเบรียล เชซุส มาลงสนามแทนแวงซ็องต์ ก็อมปานี ที่ได้รับบาดเจ็บ

ทีมเยือนเกือบได้ประตูแรกในนาที 17 จากจังหวะปั่นฟรีคิกของเควิน เดอ บรอยน์ ที่ส่งเข้ามาทางหน้าด่านให้ เซอร์จิโอ้ อเกวโร ได้ขึ้นโหม่ง แต่ติดเซฟ ร็อบ เอลเลียต

แต่แล้ว ซิตี้ก็ได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่เควิน เดอ บรอยน์ ส่งบอลคืนให้ สเตอร์ลิง ที่วิ่งไปรออยู่ข้างหน้า แล้วซัดซ้าย บอลเสียบเสาแรกตุงตาข่าย ทำให้ซิตี้นำนิวคาสเซิล 1-0 ในนาทีที่ 31

นี่คือประตูที่ 200 ภายใต้การคุมทีมของกวาร์ดิโอล่า และเป็นโกลที่ 17 ของปีกจอมพริ้วชาวอังกฤษในฤดูกาลนี้

ชาวเรือใบสีฟ้าทำหน้าเสีย เมื่อเจ้าบ้านเกือบตีเสมอได้ในนาทีที่ 34 จากจังหวะที่ไคล์ วอล์คเกอร์ สกัดบอลพลาด ทำให้บอลมาเข้าทางโรแลนโด้ อารอนส์ ที่ ตักบอลข้ามศีรษะ เอแดร์สัน และเกือบเสียบใต้คานไปอย่างระทึก แต่โชคดีที่นิโคลัส โอตาเมนดี้ วิ่งมาโหม่งสกัดบล็อกไว้ได้หวุดหวิด

จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์ 1-0 ครึ่งหลัง นาทีที่ 55 เป็นโอกาสของซิตี้ กาเบรียล เฆซุส ป้อนต่อให้เดอบรอยน์ที่ซัดด้วยซ้าย แต่บอลเฉียดเสาไปอย่างน่าเสียดาย

สิบนาทีต่อมา ชาวเรือใบสีฟ้าเฮลั่นเมื่อเห็นอเกวโร่ซัลโวเข้าประตูไป หลังจากเดอบรอยน์ยิงนอกกรอบปั่นด้วยขวา ชนเสา ทำให้กุนได้ซ้ำเผาขนจังหวะสอง แต่กรรมการเป่าล้ำหน้า ในนาทีที่ 65

ก่อนหมดเวลา เจ้าถิ่นเกือบได้ประตูตีเสมอนาที 88 จังหวะที่ คริสเตียน อัตซู เลี้ยงบอลเข้ามาก่อนส่งให้เกย์ล ที่อยู่ปากประตูได้โหม่ง แต่บอลยังไม่ตรงกรอบ

นัดนี้ เควิน เดอบรอยน์ ได้เป็นแมนออฟเดอะแมตช์ หลังจากที่ส่งบอลให้สเตอร์ลิง ทำประตูและเป็นกุญแจสำคัญในการปั้นเกมรุก

ขณะนี้ซิตี้ทำสถิติไร้พ่ายเป็นนัดที่ 18 เหลืออีกเพียงนัดเดียวก็จะมีสถิติเทียบเท่าบาเยิร์น มิวนิก ที่เอาชนะ 19 นัดรวดในลีกชั้นสูง

สถานีต่อไป ซิตี้จะไปเยือนคริสตัล พาเลซ ในวันส่งท้ายปี ก่อนที่จะเปิดรังต้อนรับวัตฟอร์ดในวันที่ 2 มกราคม 2561