นี่คือความพ่ายแพ้ครั้งแรกของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจากเก็บสถิติไร้พ่ายมาเป็นเวลาแปดเดือน

สถิติไร้พ่าย 28 เกมรวดของเรือใบสีฟ้ามาถึงทางตันเมื่อถูกชัคเตอร์ โดเนสต์ พังสองประตูในเกมสุดท้ายรอบกลุ่ม ฟุตบอลยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีก นี่คือความปราชัยเกมแรกหลังจากเล่นมาทั้งหมด 29 นัดในฤดูกาลนี้ แต่ซิตี้ก็ยังคงรั้งตำแหน่งจ่าฝูงกลุ่มเอฟ และผ่านเข้าไปเล่นในรอบสิบหกทีมสุดท้าย ผลลัพธ์จากเกมนี้ทำให้ชัคเตอร์ได้ผ่านเข้ารอบต่อไป ในขณะที่นาโปลี ตกเป็นอันดับ 3 ร่วงไปเล่นยูโรปาลีก

สองประตูในครึ่งแรกของเจ้าบ้านสร้างความปวดร้าวให้ชาวซิตี้เซ่น แต่ตามที่กุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยแถลงว่า ไม่ช้าก็เร็ว ซิตี้ก็จะเจอกับความพ่ายแพ้ และเมื่อวันนั้นมาถึง เราจะปรับตัวปรับใจได้ในวันต่อไป 

นัดนี้เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ผสมนักเตะเลือดใหม่และเลือดเก่าโดยเปลี่ยนผังผู้เล่นเจ็ดคน แตกต่างจากนัดก่อนหน้านี้ที่เฉือนเวสต์แฮมได้สำเร็จ 

ฟิล โฟเด้น แข้งดาวรุ่งวัย 17 ปี ได้เป็นตัวจริงครั้งแรกในแชมป์เปี้ยน ลีก โดยยืนอยู่ในตำแหน่งปีกซ้าย ส่วนแฟร์นันดินโญ่รับหน้าที่กัปตัน 

ประตูแรกของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 26 ชัคตาร์ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่มาร์ลอส พาบอลเข้ามาในกรอบเขตโทษ ส่งต่อทางซ้ายให้ เบอร์นาร์ด ที่ปั่นบอลโค้งเสียบเข้ามุมบนขวาอย่างแม่นยำ หมดทางที่เอแดร์สันจะเซฟไว้ได้

หกนาทีต่อมา เจ้าบ้านก็นำห่างเป็น 2-0 เริ่มจาก มาร์ลอส วางบอลยาวมาถึงหน้ากรอบเขตโทษ เอแดร์ซัน ตัดสินใจวิ่งออกมาสกัดลูกแต่พลาด บอลหลุดไปถึงอิสไมลี่ ที่วิ่งเติมขึ้นมาหวดประตูที่่สอง

ครึ่งหลัง แฟนซิตี้มีลุ้น เมื่อฟิล โฟเด้น ผ่านบอลให้ กาเบรียล เฆซุส ที่ยิงเผาขนหน้าเสาแรกแต่บอลกระแทกเสาออกไปในนาทีที่ 77

ในที่สุดประตูของซิตี้ก็เกิดขึ้นจากฝีมือของดาวยิงตลอดกาลของสโมสร เซอร์จิโอ้ อเกวโร่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรอง ได้ซัดจุดโทษเบิกสกอร์ให้ซิตี้ในนาทีที่ 91 หลังจากที่เฆซุสโดนทำฟาลว์ในกรอบเขตโทษ

เกมต่อไปคือเกมยิ่งใหญ่ของซีซั่น แมนซิตี้จะเจอเพื่อนบ้านคู่ปรับที่โอดล์ แทรฟฟอร์ดในวันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม