แมนซิตี้ขึ้นเป็นฝ่ายนำทันทีหลังเปิดเกมด้วยการเบิกสกอร์ของดาบิด ซิลบา ตามด้วยประตูที่สองของเซอร์จิโอ้ อเกวโร่ ในครึ่งหลัง และเป็นประตูที่ 24 ของเอลกุนในซีซั่นนี้
เรือกดสองเข้ารอบรอง
นัดนี้ ปาโปล ซาบาเลต้าสวมปลอกแขนกัปตันที่ได้ปั้นเกมข้างหลัง และทำวอลเลย์ตัดบอลมาให้ราฮิม สเตอร์ลิ่ง ที่ยิงไม่เข้า บอลกระดอนมาเข้าเท้าดาบิด ซิลบา ที่สังหารเผาขนเจาะไข่แตกตั้งแต่นาทีที่สาม
ตามด้วยลูกปั่นงามงดของเควิน เดอบรอยน์ ที่ป้อนบอลให้เลรอย ซาเน่ ทางซ้าย แต่ยังไม่เป็นประตู
โบโร่ฮึดสู้หวังตีเสมอ โอกาสทองเป็นของเจ้าบ้านเมื่อมาร์เทน เดอ รูน ผนึกความคมกับ รูดี้ เกสเตดที่ฝ่ายหลังได้โหม่งซัลโวอย่างแรง แต่นายทวารเคลาดิโอ้ บราโว่ และซาบาเลต้าก็ได้ร่วมพลังกำจัดบอลอันตรายออกไป
ซิลบา, สเตอร์ลิ่ง และซาเน่ เข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ริมเส้น แต่ยาย่า ตูเร่ กลับได้จังหวะโขกหลังจากรับฟรีคิกของเดอบรอยน์ แต่ช็อตของนักเตะชาวไอวอรี โคสต์ แฉลบออกไป
นายทวารกูซานรับหน้าที่หนักมากโดยเฉพาะครึ่งหลัง เริ่มจากสกัดบอลอันตรายของเซอร์จิโอ้ หลังจากที่สเตอร์ลิ่งซัดง้างเท้าไม่โดนบอล และนายทวารโบโร่ก็ได้เซฟบอลของซาเน่ในขณะที่ซิตี้รุกหนักเพื่อหวังประตูที่สอง
นอกจากนี้ ผู้รักษาประตูชาวอเมริกันยังได้สกัดสองช็อตอันตรายภายในสองนาที ทั้งซิลบาและซาเน่ง้างไกจากระยะไกล
ด้านบราโว่ก็สกัดได้ดีเมื่อแกสตัน รามิเรซ ตัวสำรองของโบโร่มาทดสอบความสามารถ
และแล้วนาทีที่ชาวซิตี้เซ่นรอคอยก็มาถุง ซิตี้ก็พังประตูที่สองได้สำเร็จ ประตูนี้เริ่มจากคลิชชี่ส่งบอลให้ซาเน่ที่ป้อนอเกวโร่ที่กดเผาขน 6 หลาเข้ามุมล่างในนาทีที่ 66 และนี่คือประตูที่หกของเอลกุนจากการเล่น 4 เกม
ก่อนหมดเวลา จอห์น สโตน ได้ช่วยสกัดบอลของโบโร่อยู่หน้าประตูทำให้ซิตี้เก็บคลีนชีทได้สำเร็จที่ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม
แมนออฟเดอะแมตช์ ดาบิด ซิลวา
ผู้ใช้แอ๊พซิตี้แมตช์เดย์โหวตให้เพลย์เมกเกอร์ชาวสเปนได้เป็นแมนออฟเดอะแมตช์อีกครั้ง หลังจากที่เขายังคงสานต่อฟอร์มร้อนแรง และได้สร้างความปั่นป่วนที่ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยมตั้งแต่ต้นจนจบเกม และเขาได้ทำสองประตูและส่งอีกสาม จากการเล่นห้านัดร่วมทัพกวาร์ดิโอล่า
สถานีต่อไป
ซิตี้ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศในศึกเอฟเอ คัพ โดยจะต้องมาลุ้นกันว่าจะเจอกับทีมใดที่เวมบลีย์
นัดต่อไปเรือใบสีฟ้าจะล่องไปฝรั่งเศสเยือนโมนาโก ยอดทีมจอมบุกของยุโรปในแชมป์เปี้ยน ลีก ขาสองโดยมีสกอร์จากขาแรก 5-3 สองทีมจะปะทะกันในวันพุธที่ 15 มีนาคม เวลาท้องถิ่้น 19.45 น. ตรงกับเวลาไทย 02.45 น. ตามด้วยศึกแห่งศักดิ์ศรี ปะทะกับลิเวอร์พูลที่เอทิฮัด สเตเดี้ยม ในวันอาทิตย์ 19 มี.ค. เวลาท้องถิ่น 16.30 น.
เช็คข่าวสารอย่างเป็นทางการที่เว็บไซด์ภาคภาษาไทยของสโมสร mcfc.co.th ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @ManCityTH เพื่อรับรู้ข่าวสารอย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยก่อนใคร