เรือใบสีฟ้าเปิดรังสังหารโหดฮัดเดอร์สฟิลว์ ทาวน์ ทีมฝั่งแชมป์เปี้ยน ชิพ ชนะใสๆ 5-1 รอบห้า นัดแข่งใหม่ รายการเอฟเอ คัพ
ไล่ตามมาบดขยี้
เปรียบเทียบ 11 ตัวจริงของสองทีม เห็นได้ชัดว่าแมนซิตี้ดูแกร่งกว่าด้วยนักเตะเด่นๆ มากมายในขณะที่ฮัดเดอร์สฟิลว์ใช้ตัวสำรองแทบทั้งหมด และเป็นการล้างผังใหม่ที่แตกต่างจากนัดเสมอบาร์นสลีย์นัดก่อนหน้านี้
อีกทั้งกุนซือเดวิด วากเกอร์ ก็ไม่ได้มายืนสั่งการตรงขอบสนามเพราะถูกแบนหลังจากมีปากเสียงกับผู้จัดการทีมอื่นสองนัด
ซิตี้ในนัดนี้ใช้ระบบ 4-3-2-1 โดยไม่มียาย่า ตูเร และอเลกซ์ โคลารอฟ ในขณะที่ดาบิด ซิลบา ติดสำรอง โดยมีอเลกซิส การ์เซีย ดาวรุ่งจากสเปนวัย 19 ปี ที่ติดตัวจริง
แต่แล้ว ตัวเต็งก็ถูกผู้มาเยือนพังตาข่ายไปก่อนโดยแฮร์รี่ บันน์ อดีตนักเตะซิตี้อะคาเดมี่ ที่ซัลโวบอลต่ำลอดขาเคลาดิโอ้ บราโว่ จากระยะสิบห้าหลาในนาทีที่ 6 ส่งผลให้แฟนทีมเยือน 7 พันคนกระโดดโลดเต้นอัฒจันทร์สะเทือน
ซิตี้อาศัยความพยายามไล่ตามมาตีเสมอด้วยประตูของเลรอย ซาเน่ ต้องยกคุณงามความดีให้กับราฮิม สเตอร์ลิ่ง ที่มีสเต๊ปเยี่ยมมาก หลอกคู่ต่อสู้แล้วจ่ายลอดขาแผงหลังผู้มาเยือน ส่งให้ซาเน่สังหารโหดในระยะหกหลา นาทีที่ 30
นาทีที่ 35 นิโคลัส โอตาเมนดิ ถูกทำฟาลว์ในเขตโทษทำให้กรรมการมอบจุดโทษให้เจ้าบ้าน โดยฮัดเดอร์สฟิลว์ทำหน้าสยองเมื่อมองเห็นเซอร์จิโอ้ อเกวโร่ ก้าวเข้ามารับหน้าที่สังหารจุดโทษเข้ามุมบนขวาอย่างงดงามเป็นประตูที่ 21 จากการเป็นตัวจริง 23 นัด
เรือใบคึกคักขีดสุด อเกวโร่คนเดิมที่เพิ่มเติมคือความใจกว้าง จ่ายบอลให้กัปตันซาบาเลต้ายิงเผาขนกดประตูที่สามในนาทีที่ 38
เจ็ดนาที สามประตูของซิตี้ทำเอาฮัดเดอร์สฟิลว์ขวัญหนีดีผ่อ หรือถ้าจะให้คำนวนลึกกว่านั้น แมนซิตี้ยิง 12 ประตู ในเวลา 135 นาทีที่เอทิฮัด สเตเดี้ยม (นับจากนัดเอาชนะโมนาโก 5-3) สมดั่งฉายาที่แฟนไทยตั้งไว้ให้ว่า “เอทิฮัด นรกของทีมเยือน”
ครึ่งหลัง ดูเหมือนเกมผ่อนลงมาก ฮัดเดอร์สฟิลว์ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ในขณะที่ซิตี้ยังเป็นต่อด้วยสกอร์ 4-1 จนกระทั่งนาทีที่ 73 กัปตันซาบาเลต้าจ่ายบอลออกทางขวาให้ราฮิม สเตอร์ลิ่ง ที่นำบอลมาเสาแรกไหลต่ออเกวโร่ที่ซัดด้วยเท้าขวาตุงตาข่าย หลังจากอเกวโร่แปะมือเปลี่ยนตัวกับเคเลชี อิเฮียนาโช นักเตะดาวรุ่งก็ได้ซัลโวในช่วงทดเวลาเจ็บ นาทีที่ 91 หลังจากเฆซุส นาบาส ตัดบอลมาให้พอเหมาะ
แมนออฟเดอะแมตช์ เอลกุนเบิ้ลและจ่ายหนึ่ง
นาทีนี้คงไม่มีใครต่อว่าอเกวโร่ที่ขณะนี้ได้โชว์ฟอร์มสุดคมตบหน้าพวกช่างติด้วยการทำสองประตู และช่วยทำอีกหนึ่งในนัดรีเพลย์ เอฟเอ คัพ รอบห้า ความโดดเด่นของเขาในนัดนี้ก็คือ เขาสร้างความวุ่นวายทั้งกายและใจให้กับแผงหลังฮัดเดอร์สฟิลว์ ทาวน์ ที่ไม่อาจหยุดยั้งหัวหอกของซิตี้ได้
สถานีต่อไป
คู่แข่งรายต่อไปคือซันเดอร์แลนด์ ที่ขณะนี้อยู่ท้ายตารางพรีเมียร์ ลีก วันอาทิตย์ 5 มี.ค. ต่อจากนั้นแมนซิตี้จะต่อกรกับสโต๊คในวันพุธที่ 8 มี.ค. เกมนี้ถูกเลื่อนเนื่องจากซิตี้จะต้องลุยศึกเอฟเอ คัพ ที่ริเวอร์ไซด์ สเตเดี้ยม ในวันที่ 11 มีนาคม ปะทะมิดเดิลโบรช์ รอบหก (แปดทีมสุดท้าย)
เช็คข่าวสารอย่างเป็นทางการที่เว็บไซด์ภาคภาษาไทยของสโมสร mcfc.co.th ฟอลโลว์ทวิตเตอร์ @ManCityTH เพื่อรับรู้ข่าวสารอย่างเป็นทางการภาคภาษาไทยก่อนใคร